อาหารพื้นบ้านถือเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดทั้งในแง่รสชาติและประโยชน์ คุณกรรณิการ์ วุ้ยยื้อ สาวกรุงผู้ได้แต่งงานกับชายชาวอาข่า ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านบนภูเขาในประเทศไทย ได้ร่วมชีวิตกับครอบครัวอาข่ามานานกว่า 10 ปี และได้ค้นพบว่าอาหารอาข่ามีรสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ จึงเกิดไอเดียเปิดร้านอาหารอาข่าในกรุงเทพฯ เพื่อให้คนเมืองได้รู้จักและสัมผัสกับอาหารอาข่าที่เต็มไปด้วยรสชาติและความหลากหลายของวัฒนธรรมอาข่า

คุณกรรณิการ์ เล่าว่า การกินอาหารอาข่าจะเรียกว่า “ห่อจาจามะ” ซึ่งในภาษาชาวอาข่าหมายถึงการกินข้าวร่วมกัน เมนูนี้จะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่เก็บเกี่ยวตามฤดูกาล ซึ่งจะนำมาปรุงเป็นอาหารอาข่าดั้งเดิม เช่น รากหอมชู ผักเริญ และผักแฉกู่ นอกจากนี้ยังมีถั่วเน่าฝีมือแม่ที่เป็นสูตรเฉพาะของครอบครัวอีกด้วย ผักสดจะถูกขนส่งจากเชียงรายมายังกรุงเทพฯ ทุกสัปดาห์ โดยการปรุงอาหารอาข่านั้นมักจะใช้วิธีการต้มและผัด หรือใช้เทคนิคการถนอมอาหารแบบดั้งเดิม เช่น ผักดอง ถั่วเน่า และหมูรมเตาฟืน อาหารอาข่าจะไม่มีการใช้น้ำปลาหรือน้ำตาล แต่จะใช้รสชาติเปรี้ยวหวานจากผักในธรรมชาติ และใช้พริกกับเกลือเป็นเครื่องปรุงหลัก ส่วนรสชาติของอาหารอาข่าจะเผ็ดร้อนเพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยการเผ็ดร้อนนั้นมาจากสมุนไพรต่างๆ เช่น ลาบคั่วที่มีรสชาติแตกต่างจากลาบเหนือหรืออีสาน มีรสชาติและกลิ่นที่เฉพาะตัวจากรากหอมชูและสมุนไพรต่างๆ เมื่อทานแล้วจะได้รสชาติที่กลมกล่อม เค็มหน่อยๆ และเผ็ดร้อนกำลังดี


หนึ่งในเมนูเด็ดที่คุณกรรณิการ์อยากแนะนำคือ น้ำพริกแมคคาเดเมีย ซึ่งแมคคาเดเมียเป็นพืชที่ปลูกในสวนของทุกบ้าน น้ำพริกแมคคาเดเมียมีรสชาติที่โดดเด่นจากความหอมมันของแมคคาเดเมีย ผสมผสานกับความหวานอมเปรี้ยวจากมะเขือส้มหรือมะเขือเทศสีดา และความเผ็ดจากพริก กระเทียม และหอมแดง เมื่อรับประทานคู่กับผักสดและข้าวสวยร้อนๆ รับรองว่าทุกคำจะอร่อยจนไม่รู้ลืม
วิธีการทำ แสนง่าย นำแมคคาเดเมีย พริก กระเทียม และหอมแดงมาคั่วให้หอม จากนั้นนำมาผสมในครกแล้วเติมมะเขือส้มที่ต้มไว้ลงไป ตำให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย เท่านี้ก็จะได้ “น้ำพริกแมคคาเดเมีย” อร่อยๆ ที่เต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อม
หากอยากลองชิมอาหารอาข่ารสเด็ดแท้ๆ มาเยี่ยมชมที่ร้าน ME THAI ได้ที่พระราม 9 ซอย 41 หรือโทร 08-2156-2945 สามารถติดตามความอร่อยได้ที่ FB: ME THAI IG: methai_official

