“เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน” วลีนี้ไม่ได้มาจาก ‘คุณชาย 1’ แต่เป็นคำพูดของวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง ที่พูดถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่อยากได้ทั้ง 'แหล่งท่องเที่ยว' และ 'แหล่งกิน' เช่นที่ระยอง ที่ตอนนี้มีการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ซึ่งเป็นป่าชายเลนขนาด 52 ไร่ ล้อมรอบด้วย 'พระเจดีย์กลางน้ำ' อายุ 149 ปี และมีแม่น้ำระยองไหลผ่านไปสู่ปากอ่าว พร้อมสะพานครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ชมวิวได้ดี
ขอตรงไปที่ร้าน “ป.แกงป่า” กันเลย หาไม่ยาก จากถนนสุขุมวิท ไปที่ 'สี่แยกหาดแสงจันทร์' หากมาจากมาบตาพุดให้เลี้ยวขวา หรือจากแยก 'ทับมา' ให้ตรงไป ถ้ามาจากตัวเมืองให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ท่าบรรทุก ขับไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงร้าน อยู่ห่างจากทะเลหาดแสงจันทร์แค่ 500 เมตร
ชื่อร้าน 'ป.แกงป่า' มาจากชื่อของแม่ที่ชื่อ 'ป.' ซึ่งย่อมาจาก 'แป๋ว' อดีตลูกจ้างร้านทำทอดมัน ที่ทำงานขูดเนื้อปลากับคู่ชีวิตในร้านเดียวกัน ก่อนจะเริ่มเปิดร้านขายของชำที่ ต.เนินพระ เมื่อมีลูกก็เลยออกมาทำร้านด้วยกัน ทำได้ 10 ปี จนกระทั่งคิดได้ว่าของชำที่ขายล้วนเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องแกงได้

เรื่องฝีมือทำอาหารพื้นบ้านตะวันออกนั้น ตายายก็มีประสบการณ์มากพอสมควร...จึงเปลี่ยนมาทำร้านอาหาร เริ่มต้นจากการตั้งโต๊ะ 8 โต๊ะ ทำครัวกันเอง และขายให้คนในท้องถิ่นกิน จนดูเหมือนว่าจะไปได้ดี ก็เลยชวนลูกชายที่ทำงานด้านดนตรีมาช่วย แต่แล้วพ่อก็จากไปเสียก่อน
ตอนนี้เหลือแค่ 'แม่แป๋ว' ผู้เป็นแม่ครัวใหญ่ที่คอยดูแลรสชาติอาหารให้คงเดิมไม่เปลี่ยน ส่วนงานหน้าร้านก็จะเป็นหน้าที่ของลูกชายชื่อ 'แสบ' สันทัด ละมัย และลูกสะใภ้ รัตนา มาประเสริฐ หรือ 'บูม' ที่ทิ้งงานจากโรงพยาบาลมาช่วยดูแล... ตามวิถี 'นิว นอร์มอล' ที่เลือกที่นั่งริมน้ำโล่งแจ้ง เชื่อว่าไร้โควิด 55555

บูมและแสบกล่าวพร้อมกัน...บอกว่าเมื่อมาที่ร้านแกงป่าทั้งทีต้องสั่งเมนูเด็ด 'แกงป่าปลาเห็ดโคน' ซึ่งเป็นเมนูที่โด่งดังที่สุดของร้าน รอไม่นาน จากถ้วยแกงป่าที่เสิร์ฟ แสบก็รีบบอกว่า นี่คือสูตรที่พ่อได้เรียนรู้มาจากคนเฒ่าคนแก่ของแท้ รับรองที่อื่นไม่มีแบบนี้
คุณชายที่เริ่มสนใจอยากลองชิมทันที...เริ่มต้นด้วยการตักเนื้อปลาเห็ดโคนมาชิม ซึ่งรู้กันว่า ปลาชนิดนี้อีกชื่อหนึ่งคือ 'ปลาซ่อนทราย' เป็นปลากระดูกแข็งลำตัวเรียวยาวไม่เกิน 15 เซนติเมตร... แต่ปลาเห็ดโคนจากร้านนี้ไม่ได้ใจร้ายแถมไส้ระกำหรือก้างมาให้เลย เรียกว่าดีต่อคนกินจริงๆ
วิธีการคือการแล่เนื้อปลาเอาก้างออกให้อย่างดี ลูกค้าจะได้กินโดยไม่ต้องกลัว 'ก้างติดคอ'... แล้วก็สลับอารมณ์ไปกับการซดน้ำแกง ซึ่งจะได้สัมผัสรสชาติสูตรลับเฉพาะของพ่อ ที่มีความเข้มข้นของเครื่องแกง แต่กลิ่นหอมจากส่วนผสมและเครื่องปรุง ทำให้เรียกน้ำย่อยคนกินได้ดีเยี่ยม
'พริกแกงที่เราทำเองครั้งละ 50 กิโลกรัม ใช้เวลาครึ่งเดือนก็หมด' แสบเปิดเผยเคล็ดลับของร้าน 'วัตถุดิบที่ใช้มีขิงแก่ ขิงอ่อน ผิวมะกรูด ตะไคร้ ดอกผักชีแห้ง และพริกแห้งใหญ่ที่คนเมืองยองเรียก 'พริกโอ่ง' เลือกเฉพาะพริกสีแดง ส่วนกะปิใช้ของดีจากเมืองระยองเท่านั้น'

แสบยืนยันอย่างตรงไปตรงมา 'ความหอมจากน้ำแกงป่าที่เราได้ ที่อื่นไม่มีแน่นอน...มันอยู่ที่นี่! พ่อใช้หัวไพล ซึ่งมีกลิ่นหอมแรงกว่าทุกเครื่องแกง สีส้มเหลืองช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์และทำให้น้ำแกงดูน่ากิน สีเหลืองสวย ส่วนที่สำคัญคือ หัวไพลทำให้น้ำแกงหอมร้อนแรง...เหมือนกับเร่วที่อยู่ในก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงจากจันทบุรี ที่มีคุณสมบัติเดียวกัน'
อีกความเด็ดของ 'แกงป่า' แม้ว่าร้านนี้จะไม่ใช้เนื้อสัตว์ แต่ก็ใช้ปลาอินทรี ไก่ หมู และกุ้งสับที่มาแทนกันได้อย่างลงตัว ด้วยสูตรเครื่องแกงของพ่อที่ใช้เหมือนกันทุกอย่าง และที่สำคัญคือ ไม่ใส่น้ำตาลเพื่อลดความเผ็ดร้อน เพราะจะทำให้สูญเสียเอกลักษณ์ที่แท้จริง ส่วนผักที่ใส่จะมีมะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบกะเพรา ที่ช่วยเพิ่มความเผ็ดและหอมให้แกงป่าอย่างยอดเยี่ยม
ใครไม่เชื่อก็ต้องมาลองเอง... แต่ตอนนี้คุณชายขอให้เชื่อเถอะว่า แกงป่าของ 'ป.แกงป่า' นั้นทั้งเผ็ดและร้อนจนเรียกเหงื่อเหมือนเพิ่งวิ่ง 100 เมตรเสร็จ คนที่นี่นิยมทานแกงป่าคู่กับ 'ปลาโม่งต้มหวาน' เป็นเครื่องเคียง... ปลาโม่งนั้นคล้ายปลาทูแต่ตัวใหญ่กว่า ต้มในสไตล์เดียวกับจันทบุรี แต่ที่นั่นจะเรียกว่า 'ปลาโม่งต้มเค็ม'

สำหรับคนที่ชื่นชอบแกงส้ม...ขอแนะนำ 'แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว' เมนูเด็ดของตะวันออก ไข่ปลาเรียวเซียวที่นี่มีขนาดโตพอเหมาะ ทำให้แกงส้มมีความมันหนึบ และใช้ดอกกะหล่ำที่คนระยองเรียก 'ดอกคะน้า' พร้อมกับยอดอ่อนผักกระเฉดทำให้รสชาติแกงส้มเต็มอิ่มและอร่อย
ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นต้องไปลอง 'ต้มยำปลาโฉมงาม' ที่เนื้อปลามีความนุ่มเป็นพิเศษ และเมื่อนำมาต้มกับน้ำต้มยำที่มีครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดจากพริกขี้หนูสวน จะได้รสชาติที่จัดจ้าน ละมุน ละไม...เด็ดสะระตี่ดีทีเดียว!
หากยังไม่พอ ลองแวะไปที่เมนู 'ปลาโฉมงามต้มระกำ' แบบบ้านสวน ใช้ระกำจากท้ายสวนที่ให้รสเปรี้ยวนำ น้ำต้มยำที่มีทุกรสชาติครบถ้วน ใครไม่ชอบใบกะเพราสามารถขอสั่งไม่ใส่ได้ เพราะบางคนอาจไม่ชอบกลิ่นฉุนของมัน

เมนูสุดท้ายที่จะแนะนำคือ 'น้ำพริกกะปิ' ที่เสิร์ฟในถ้วยเก่าถ้วยโปรด สูตรนี้ก็ยังคงเป็นของพ่อเหมือนเคย ที่ระยองกะปิจะต้องมาจากที่นี่ โดยทานกับผักดองน้ำส้มและน้ำกระเทียมดอง ผักที่ใช้จะมีผักบุ้งเหลา ถั่วงอก แครอท มะเขืออ่อน ส่วนทีเด็ดคือจะเสิร์ฟพร้อมกับ 'ปลาโม่งต้มหวาน' ราคาตัวละ 60 บาท ยิ่งเพิ่มความอร่อย
สรุปราคาของเมนูในร้าน 'ป.แกงป่า' จะอยู่ที่ประมาณ 130-200 บาท ร้านเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง หากยังไม่ได้ทานก็สามารถมาได้ถึง 5 ทุ่มนะครับ สำหรับการติดต่อร้านสามารถโทรได้ที่ (038) 020-442 หรือ (092) 589-5242 ลูกค้าประจำก็มีทั้งคนระยองและนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นที่มาจากทั้งครอบครัวและกลุ่ม
ที่สำคัญ...แม้แต่ชาวต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และเครือข่ายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ต่างก็พูดถึงร้านนี้ในแง่ดี และยอมรับว่า 'เอาได้' กับแกงป่าของที่นี่อย่างดีเยี่ยม
คุณชาย 1
