การใช้ชีวิตหลังจากเกษียณอย่างมีความสุขกับการทำอาหารที่บ้านให้ครอบครัวได้รับประทานเป็นกิจกรรมโปรดของคุณป๋อ-สิริพงษ์ อรุณไพโรจน์ อดีตหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พีอาร์ระดับตำนานที่ยังคงเป็นอาจารย์พิเศษให้กับหลายสถาบัน รวมถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การเชี่ยวชาญในการประสานงานเป็นที่ยอมรับ แต่ฝีมือทำอาหารของคุณป๋อก็ไม่แพ้ใคร จนกลายเป็นที่รู้จัก คุณป๋อเล่าถึงการเริ่มต้นว่า เมื่อยังเด็กๆ มักจะไปตามคุณยายและคุณแม่ในครัว และไปตลาดกับคุณแม่ที่มักทำอาหารทั้งไทย จีน และฝรั่ง คุณแม่ยังอบขนมปัง เค้ก หมูและไก่ให้ครอบครัวกิน โดยใช้เตาอบจากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้ถ่านไม้ในการทำความร้อนแทน

ในปัจจุบัน คุณป๋อรับหน้าที่ในครัวทำอาหารให้ครอบครัวในวันหยุดและวันรวมญาติ รวมทั้งในเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษจีนที่คุณป๋อจะเป็นผู้ทำอาหารไหว้เจ้าในทุกปี เช่น ขาหมูต้มพะโล้ ผัดโป๊ยเซียน ผัดเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล ต้มจับฉ่าย หมูหวาน และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ คุณป๋อ ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำอาหารฟิวชันโดยมุ่งเน้นคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน เมนูที่คุณป๋อทำจะมีการปรับเปลี่ยนจากเมนูดั้งเดิมให้มีความหลากหลายและสร้างสรรค์ และยังคงความสวยงามและน่าทาน ด้วยการประณีตในการจัดวางส่วนผสมและให้มีสีสันที่ดึงดูดสายตาและรสชาติที่ลงตัว
เมื่อเกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คุณป๋อแนะนำการทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันด้วยเมนูง่ายๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้านและหาซื้อวัตถุดิบได้ง่าย ซึ่งหนึ่งในเมนูที่ได้รับคำแนะนำคือ “หมู-ไก่หมักสมุนไพรอบ” ที่สามารถรับประทานคู่กับสลัดผลไม้ได้ เมนูนี้เป็นฟิวชันฟู้ดที่ไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพแต่ยังสามารถรับประทานได้ทั้งครอบครัว


วิธีการทำ หมู-ไก่หมักสมุนไพร เริ่มจากการเลือกหมูสันนอกหรือไก่ส่วนสะโพกติดขา แล้วนำมาหมักด้วยเครื่องหมักสามเกลอ (กระเทียม, พริกไทย, รากผักชีที่โขลกละเอียด), ตะไคร้, ข่า, กระชาย, หอมแดงที่โขลกละเอียด, ไวน์แดง, น้ำมันมะกอก, เกลือทะเล และซอสปรุงรส (ตามที่ชอบ เช่น คิกโคแมน, ซีอิ๊วขาว, ซอสหอยนางรม, ซอสแม็กกี้) หมักไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นนำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 250 องศาเซลเซียส โดยให้เอาสมุนไพรที่หมักออกก่อน เพราะสมุนไพรอาจไหม้และทำให้มีรสขม ระหว่างที่อบให้ทาเนยและน้ำหมักให้ชุ่ม เพื่อให้เนื้อหมูหรือไก่นุ่มและชุ่มชื้น อบจนได้สีเกรียมตามที่ต้องการแล้วนำออกจากเตามาพักไว้
ขั้นตอนการทำน้ำเกรวี่ เริ่มจากการนำเอาน้ำสมุนไพรที่เหลือจากการอบมาใส่ในหม้อแล้วนำไปเคี่ยว เติมเนยและนมสดตามชอบ ชิมรสให้มีความหวานและเค็ม จากนั้นเติมไวน์แดงตามความชอบและเคี่ยวต่อจนมีความข้น เมื่อเสร็จแล้วยกลงจากเตาแล้วกรองกากสมุนไพรออก ก่อนที่จะเติมพริกไทยสดหรือพริกไทยดำตามต้องการ

ส่วนผสมสำหรับทำสลัดผลไม้ ได้แก่ แอปเปิ้ล, องุ่น, มะละกอ, สับปะรด, มะม่วงดิบ, มันแกว, แห้วต้มสุก, ข้าวโพดหวานต้มสุก, แครอท, มะเขือเทศ
วิธีการทำน้ำสลัด เริ่มจากการคั้นน้ำจากน้ำส้มเขียวหวานและน้ำมะนาว แล้วนำไข่ต้ม 4-6 ฟองมาบดไข่แดงละเอียด และสับไข่ขาวให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง, พริกไทยดำ, เกลือป่นสีชมพู, น้ำมันมะกอก รวมถึงหอมแดงและหอมใหญ่สับละเอียด



