ช็อกโกแลต ขนมหวานที่มีรสชาติหวานหอม ที่ได้รับความนิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ช็อกโกแลตนั้นประกอบไปด้วยผงโกโก้ เนยโกโก้ นม และน้ำตาล ซึ่งเราสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในตลาด และมีหลากหลายรสชาติ เช่น ดาร์กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตเคลือบน้ำตาล และช็อกโกแลตที่มีไส้ถั่วชนิดต่างๆ โดยมีรูปร่างหลายแบบ ทั้งแท่ง กลม สี่เหลี่ยม รวมถึงรูปสัตว์และรูปหัวใจ ซึ่งมักจะเป็นของขวัญที่คู่รักนิยมมอบให้กันในวันวาเลนไทน์เพื่อแสดงความรัก แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ซึ่งสารตะกั่วสามารถพบได้ในดิน หิน น้ำ และพืช โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการทำเหมืองหรือโรงงานอุตสาหกรรม
พืชสามารถดูดซึมตะกั่วจากดินและน้ำเข้าสู่ร่างกายของมัน และเมื่อพืชเหล่านี้นำมาประกอบอาหาร อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของตะกั่วในอาหารได้ ช็อกโกแลตเองก็ไม่ต่างกัน หากโกโก้หรือส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตมีตะกั่วปนเปื้อน ก็อาจทำให้ช็อกโกแลตมีสารตะกั่วไปด้วย เมื่อรับประทานอาหารที่มีตะกั่วในปริมาณน้อยๆ ร่างกายสามารถขับออกได้ตามธรรมชาติผ่านทางไต เหงื่อ และน้ำดี แต่ถ้าอาหารนั้นมีตะกั่วในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดภาวะตะกั่วเป็นพิษ อาการของพิษจากตะกั่ว ได้แก่ ปวดหัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก และหากสะสมมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคโลหิตจาง ทำลายระบบประสาทส่วนปลาย หรือแม้กระทั่งทำให้เกิดอัมพาต และไตอักเสบ

เทศกาลวันวาเลนไทน์กำลังจะมาถึงแล้ว สถาบันอาหารได้ทำการเก็บตัวอย่างช็อกโกแลตจาก 5 ยี่ห้อ เพื่อนำมาทดสอบว่ามีตะกั่วปนเปื้อนหรือไม่ ผลการทดสอบพบว่าไม่มีตะกั่วในตัวอย่างทั้ง 5 ชนิดตามเกณฑ์ที่กฎหมายไทยกำหนด ซึ่งอนุญาตให้มีการปนเปื้อนของตะกั่วได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ดังนั้น ปีนี้เราสามารถซื้อช็อกโกแลตให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ได้อย่างสบายใจ
Mytour+ สถาบันอาหาร โครงการอาหารปลอดภัย
คลิกเพื่ออ่านคอลัมน์ "มันมากับอาหาร" เพิ่มเติม
