สุราษฎร์ธานี...เมืองที่คนดีมีชีวิตที่สดใส ตรงกับเนื้อเพลง 'ล่องใต้' และเป็นเมืองที่มีมอตโต้ 'เมืองหอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ' ที่ใครๆ ต่างก็รู้จัก...ครั้งนี้ 'คุณชาย 3' จะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมทั้งได้ลองชิมอาหารที่อร่อยจนต้องบอกว่าหรอยจังฮู้...
ในอดีต นักชิมจากบางลำภูสแควร์เคยยกนิ้วให้กับ “ร้านซุ่นเฮียง” ที่ตั้งอยู่ใกล้แยกสะพานนริศและท่าเรือไปเกาะสมุย โดยเฉพาะเมนูเด็ดอย่าง “จะละเม็ดหม้อไฟ” และ “ยำหอยนางรมสด”...แต่ในปัจจุบันเสียดายที่ร้านนี้ได้เปลี่ยนเป็นร้านเล็กๆ ขายอาหารฝรั่ง ส่วนร้าน “ลัคกี้ภัตตาคาร” ในถ.ท่าทอง ก็ยังคงเป็นร้านแนะนำในตัวเมือง
ร้านนี้มีความเชี่ยวชาญในการทำแกงเหลืองหลายสไตล์ และเมนูน้ำพริกกะปิกุ้งสดที่เสิร์ฟพร้อมผักเหนาะ (เครื่องเคียง) รวมไปถึงสะตอผัดกุ้งกะปิ...พูดแล้วน้ำลายไหลจริงๆ!

มาถึงเมนูที่ 'คุณชายฯ' อยากแนะนำจริงๆ คือ 'โล่งโต้ง' และ 'ผักบุ้งไต่ราว' ซึ่งหากเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานจะพบว่า 'โล่งโต้ง' หมายถึง 'เปลือยกายล่อนจ้อน' ซึ่งคงไม่เกี่ยวกับอาหาร...จนทำให้ทุกข้อสงสัยเรื่องชื่อนี้ถูกคลี่คลายไปโดยปริยาย
ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว ร้านแบบนี้ในสุราษฎร์ฯมีหลายแห่ง แต่ถ้าพูดถึงร้านประจำ...ต้องที่นี่เลย “ยกเข่ง” ร้านที่ตั้งอยู่ในห้องแถว 2 คูหา ข้างถนนต้นโพธิ์ ซึ่งตัดกับถนนบ้านดอน-ถนนรัฐรังสรรค์ 2 ใกล้ตลาดศาลเจ้า ก่อนที่คุณจะได้ลิ้มรสชาติ ขอเล่าประวัติกันสักหน่อย...เมื่อ 60 ปีก่อน แม่กิมเฮียง แซ่หย่ง ได้เริ่มขายผักบุ้งไต่ราวกับชามละ 5-10 ตังค์ ตอนนั้นใช้ “สตางค์” ไม่ใช่ “บาท” ...ต่อมาแม่กิมเฮียงก็ลงทุนเปิดร้าน “ยกร้าน” ขึ้นมา จนเป็นร้านที่คุณเห็นในวันนี้

เมื่ออายุ 80 ปี แม่กิมเฮียงก็ได้ยกกิจการให้กับลูกสาวคนโต สุชาดา แซ่จิว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ยวดเค่ง” แต่คนมักเรียกเธอเพี้ยนเป็น “ยกเข่ง” จนกลายเป็นชื่อร้านที่คนรู้จักกันดี
ถึงแม้แม่กิมเฮียงจะหยุดทำอาหารแล้ว แต่ก็หันมาขายข้าวเหนียวกะทิทุเรียนกับมะม่วง และขนมหวานตามวัยที่หยุดนิ่งไม่ได้...จนถึงวันนี้ที่แม่กิมเฮียงอายุ 90 ปี จึงได้วางมือให้ยวดเค่ง วัย 67 ปี กลายเป็นหัวหน้าครัวมือหนึ่ง ส่วน “ชิก” ที่หมายถึง 'เจ็ด' ในภาษาจีน เป็นน้องชายคนที่ 7 แต่เรียก “ชิด” ก็รับตำแหน่งมือสองที่ช่วยงานด้วยวัย 50 ปี
โชคดีที่ร้านมีลูกค้าแน่นทุกวันจนเกือบเต็มที่นั่งทุกครั้ง ใครที่คิดจะมาลองชิมโล่งโต้งยกเข่งในมื้อกลางวัน ควรเตรียมตัวรอหาที่นั่งก่อนและค่อยสั่งอาหารตามคิว เพราะนี่คือความหมายของความอร่อยในร้านนี้
O O O O

“คุณชาย 3” ไม่มีปัญหาเพราะชอบนั่งคนเดียว และโชคดีได้ที่นั่งตรงหน้าหม้อต้มน้ำซุปและหม้อใส่วัตถุดิบต่างๆ เครื่องปรุงวางอยู่ใกล้ๆ มีป้ายกเข่งยืนลวกเส้นโชยกลิ่นอย่างเย้ายวน เริ่มสัมผัสถึงบรรยากาศได้ สักพัก...โล่งโต้งชามแรกมาถึง ท่ามกลางน้ำซุปที่ยังร้อน พร้อมเครื่องผสมสารพัด ที่เส้นหมี่ฮุ้นลวกคล้ายหมี่ขาว แทบไม่ต่างจากก๋วยเตี๋ยวน้ำใส แต่พอซดน้ำซุป...รสชาติของโล่งโต้งสูตรไหหลำชามนี้ก็ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่าง
รสชาติของน้ำซุปนั้นไม่จัดจ้าน ไม่มีรสเปรี้ยว เค็ม หรือหวานนำ แต่เป็นรสกลางๆ “เราทำน้ำซุปจากกระดูกหมู” ชิกหรือชิดบอก แล้วเสริมว่า “ใส่เกลือปรุงรส น้ำตาลมะพร้าวและกระเทียม ลงไป เพื่อให้ได้ความหวานจากน้ำกระดูกหมู ซึ่งไม่เข้มข้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถปรุงเองตามใจชอบ และถ้าน้ำซุปพร่องจะไม่เติมน้ำใหม่ แต่จะต้มน้ำซุปใหม่เพื่อคงรสชาติ”
คุณชายฟังแล้วรีบจัดการตักเครื่องปรุง 4 อย่างที่มีอยู่ตรงหน้า ได้แก่ พริกป่น พริกน้ำส้มสีแดงสด น้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลา ใส่ตามใจชอบ เมื่อปรุงเสร็จแล้วก็ดื่มซดน้ำซุปอีกครั้งจนได้ยินเสียง “ซู้ด ด ด ด” ลงคอตามแบบฉบับการกินของคนจีน หนนี้รสชาติกลมกล่อม เค็มนิดๆ จากน้ำปลา หวานนิดจากน้ำกระดูกหมูผสานน้ำตาลมะพร้าว และมีความเผ็ดร้อนจากพริกน้ำส้มสีแดงที่เข้มข้นลงตัว

ไม่เพียงแค่นั้น...ส่วนผสมในโล่งโต้งเมื่อก่อนนั้น...ชิดบอกว่า มักเน้นไปที่หนังหมู เพราะหาง่ายและราคาถูก แต่ในปัจจุบัน โลกได้เปลี่ยนไปมาก อาหารก็ต้องมีการปรับตัวให้มีความหลากหลายและสีสันเพิ่มขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์คนยุคใหม่
นอกจากหมี่ฮุ้นที่ถูกลวกจนเส้นนุ่มแล้ว ยังมีถั่วงอกเป็นผักเครื่องเคียง แต่วัตถุดิบที่ใส่ลงในชามโล่งโต้งนี่สิ...เป็นการใส่แบบไม่ยั้งมือ มีทั้งกระดูกหมู หมูแดง ไส้หมู เต้าหู้ทอด และที่พิเศษสุดที่หากินยากในปัจจุบัน นั่นคือ ลูกชิ้นปลาอินทรีทอดแบบโบราณที่คล้ายปลาเส้น ซึ่งคนจีนเรียก “ฮือก๋วย”
O O O O
บางคนที่เป็นแฟนคลับของ “ยกเข่ง” รู้ดีว่า ที่นี่มีเมนูกวยจั๊บ และสามารถขอไข่พะโล้มาผสมกับโล่งโต้งเพิ่มได้ แต่ความพิเศษยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะที่นี่ยังมีเมนูกวยจั๊บใส่เครื่องโล่งโต้งให้คุณได้ลองแบบที่หาไม่ได้ที่ไหนมาก่อน
เมื่อทานโล่งโต้งชามแรกหมดแล้ว จึงไม่พลาดขอแถม “ผักบุ้งไต่ราว” มาเพิ่ม เพื่อความครบเครื่องกับอาหารประเภทเส้นสูตรไหหลำ ซึ่งคนในเมืองหลวงอาจหายาก แต่ที่สงขลามีชื่อว่า “เต้ากั้ว” หรือที่ระนองเรียกว่า “เยียวเย”

เมนูนี้จะคล้ายก๋วยเตี๋ยวหมี่แห้ง แต่ใช้หมี่ฮุ้นลวกเส้นกับผักบุ้งไทยหั่นเอาเฉพาะก้านที่ลวกแล้ว ส่วนเครื่องผสมใช้สูตรเดียวกับโล่งโต้ง แตกต่างตรงที่มีการเพิ่มกุ้งชุบแป้งทอดแนม และราดหน้าด้วยพริกน้ำส้มแดงฉานคล้ายกับน้ำเต้าหู้ยี้เย็นตาโฟ...เมื่อลองคลุกเข้ากัน รสชาติจะออกหวานจากน้ำตาลมะพร้าว และพริกน้ำส้มสีแดงก็เผ็ดร้อนจนทำให้ “ซี้ดซ้าด” ทุกคำที่ทาน...หรอยเด็ดสะระตี่จริงๆ
ราคาอาหารที่ร้านยกเข่งทุกชามเริ่มต้นที่เพียง 40 บาท หรือพิเศษ 50 บาทเท่านั้น คุ้มค่ามากๆ ใครที่มาเยือน “คุณชาย 3” ควรล้างปากด้วยข้าวเหนียวกะทิทุเรียนหรือมะม่วง และสาคูเปียกสูตรแม่กิมเฮียง...ร้านเปิดขายตั้งแต่ 11.30 น. เพราะเจ้าของต้องตื่นตี 4 มาเตรียมหมูแดง ล้างไส้หมู และทอดทุกอย่างให้สดใหม่ ไม่มีของเก่าหรือสำเร็จรูปในการทำขาย ร้าน “ยกเข่ง” เปิดขายทุกวันจนถึง 16.30 น.
หยุดให้บริการเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน...สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08–1893–8918 หรือ 0–7728–2285 แล้วคุณจะได้พบกับความอร่อยหรอยจังหู้ของ "โล่งโต้ง" และ "ผักบุ้งไต่ราว" จากแบรนด์ยกเข่ง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี.
คุณชาย 3
