เริ่มจากถนนเฉลิมบูรพาชลทิตที่ขนานกับทะเลอ่าวไทยจากชลบุรีไปจนถึงระยอง จันทบุรี ตราด เมื่อเสร็จสิ้นเส้นทางนี้ บรรยากาศการท่องเที่ยวช่างเยี่ยมยอดจริงๆ “คุณชาย 3” ยังแทบไม่เชื่อว่าบ้านเรามีสถานที่สวยๆ แบบนี้ ทริปนี้เลยตัดสินใจไปแหลมแม่พิมพ์และชุมชนปากน้ำประแสอีกครั้ง
ห่างจากกันเพียง 11 กิโลเมตร สะพานประแสสินทอดข้ามปากน้ำสู่ปากอ่าว ที่ด้านล่างจะเห็นวิถีชีวิตของชุมชนและเรือประมงที่เทียบท่า ผ่านจุดสิ้นสุดสะพานมีสามแยกสัญญาณไฟให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางเลียบใต้สะพานไปจนถึงป่าชายเลนทุ่งโปรงทอง 500 เมตร แล้วจะถึงจุดหมายปลายทาง...
“ร้านบ้านปลา (BAANPLA Coffee & Restaurant)” ตั้งอยู่ทางขวามือริมป่าโกงกาง บรรยากาศน่ารักมากๆ
ขณะที่ยืนอยู่อย่างไม่มั่นใจ เจ้าของร้านสองสามีภรรยาในวัยกลางคนจากชุมชนประแส โผล่มาทักทายคุณชายก่อนเลย โดยฝ่ายชายคือ “ทรงกลด ศิริธรรม” เจ้าของธุรกิจ อาหารทะเลแปรรูป และนักลงทุนสตาร์ตอัพร้านอาหารให้กับ “ติ๋ม” ภรรยาที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจร้านอาหารเมื่อปี 2562 นี้เอง
เพราะมีเพื่อนมากมายและภรรยาที่มีทักษะในด้านนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจเปิดกิจการ ซึ่งมีเพื่อนๆ เคยเตือนว่า การตั้งร้านกลางป่าชายเลนแบบนี้คงไม่มีใครมาทาน แต่เมื่อทำไปสักระยะก็เห็นผลในทันทีภายใน 5 เดือน

คุณชายได้ยินเรื่องนี้แล้วถึงกับตาลุกวาว “เห็นผลทันที...หมายถึงเจ๊ง! ตั้งแต่เริ่มต้นจนต้องหยุดกิจการก่อนที่จะขาดทุนมากกว่านี้หรือเปล่า?”
เขาหมายถึงกิจการที่ถูกพิษโควิดจนต้องหยุดไปนานหลายปี และกลับมาเปิดใหม่เมื่อโควิดเริ่มคลี่คลาย ซึ่งชุมชนปากน้ำประแสก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลังจากเปิดเส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต และได้รับการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนจาก ททท. ระยอง ด้วยมี “สตอรี” ที่น่าสนใจ
ผลตอบรับดีเกินคาด ไม่เสียทีที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของอีอีซี ทำให้กิจการเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
OOOO

ติ๋มเหมือนรู้ว่าจะต้องทำอะไรในทุกช่วงเวลา เมื่อเมนูแรกถูกเสิร์ฟ เขาบอกว่า “ปลาต้มหวาน” นี้ใช้ “ปลาโม่ง” ซึ่งคล้าย “ปลาทู” แต่มีลำตัวที่ใหญ่และเรียวกว่าเล็กน้อย คนในเมืองจันท์จะเรียกมันว่า “ปลาต้มเค็ม” แตกต่างจากที่คนเมืองยองทำ แตรสชาติหวานกรอบมันเหมือนกัน
“วิธีทำคือการต้มปลาในน้ำตาลอ้อย” ติ๋มบอกว่า ขั้นแรกคือการทุบอ้อยแล้วรองใส่ที่ก้นหม้อเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาดำ ใช้เวลาต้มราวหนึ่งชั่วโมง จากนั้นปิดไฟพักไว้ แล้วเปิดไฟใหม่ทิ้งไว้อีกสองชั่วโมงเพื่อให้เนื้อปลาซึมซับความหวานเข้าไปในตัวปลาและก้างก็จะกรอบจนสามารถทานได้หมดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องคอปลาหรือก้าง
การทานปลาต้มหวานนี้ต้องไม่พลาดที่จะมี “น้ำพริกกะปิ” หรือ “น้ำพริกระกำ” เป็นคู่เคียง พร้อมกับผักสดตามฤดูกาล เพราะในท้องถิ่นนี้น้ำพริกจะไม่ใช้กะปิจากที่อื่น แต่จะเลือกใช้ “กุ้งเคย” ที่จับได้จากแม่น้ำประแส ด้วยวิธี “คราด” ซึ่งทำให้ได้กุ้งเคยที่สดและดีโดยไม่มีสิ่งแปลกปลอม

การันตีความอร่อย! แค่ได้ลองปลาต้มหวาน ราดด้วยน้ำพริกที่หอมกรุ่นจากกุ้งเคยน้ำกร่อย แค่ท้าทายให้ชิมก็รู้เลยว่ามันเด็ดมาก
ถัดมาคือเมนู “กระดูกหมูต้มระกำ” พอเห็นจานแรกนึกว่าเป็นซุปน้ำข้น แต่พอได้กลิ่นระกำหอมกรุ่นลอยขึ้นมา ก็รู้เลยว่านี่คืออาหารพื้นบ้านแท้ๆ ของปากน้ำประแส ที่มีระกำเป็นส่วนสำคัญในเมนู
ชามนี้เปรี้ยวจัดจ้านด้วยรสระกำที่ไม่ต้องพึ่งมะนาว ซดน้ำร้อนๆ เข้าไป แล้วคุณจะรู้สึกถึงความฟินลึกถึงใจ ส่วนเนื้อหมูนั้นเคี้ยวกรุบๆ เพราะผ่านการตุ๋นยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง จนเนื้อนุ่มละมุน
อ้อ! ลืมบอกไปว่ามีการเพิ่มข่าอ่อนหั่นซอยโรยหน้า และใส่ชะอมลงไปให้กลมกล่อม ช่วยเพิ่มสีสันให้อาหารชามนี้ดูน่าทานยิ่งขึ้น
OOOO

“ปลากระบอกแดดเดียว” เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ถึงแม้ทรงกลดจะยอมรับว่าความอร่อยไม่สามารถเทียบได้กับกระบอกจากภาคใต้ของเรา ซึ่งปลาที่นั่นเจริญเติบโตในดินปนทราย เนื้อแน่นสมบูรณ์มากกว่า ขณะที่ที่นี่ปลากระบอกโตในป่าชายเลน เนื้อจะหยาบกว่าหน่อย แต่ก็ยังคงความสดใหม่และหวานธรรมชาติอย่างยอดเยี่ยม
แต่ถ้าพูดถึงซิกเนเจอร์ของบ้านปลาแล้ว ไม่พูดถึง “ข้าวคลุกมันปู” คงไม่ได้ ข้าวสีเหลืองทองจากมันปูมีรสชาติคล้ายข้าวหมกอิสลาม แต่นี่คือความพิเศษจากมันปูของชาวบ้านประแสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ข้าวคลุกมันปูถูกเสิร์ฟพร้อมผักสดหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดอ่อน ถั่วพู ถั่วฝักยาว แครอท ดอกกะหล่ำ แตงกวา ผักกาดขาว ทำให้ดูน่าทานขึ้นไปอีก แต่ตอนนี้ยังมีการเพิ่มเนื้อปูดำสดนึ่งแกะใส่กระดอง สวยงามและอร่อยขึ้นเป็นอีกระดับไปเลย ใครมาที่นี่ไม่สั่งได้ไง?

อย่างไรก็ตาม ร้านบ้านปลายังมีเมนูเด็ดๆ ที่ให้เลือกมากมาย เช่น กุ้งผัดพริกไทยดำ ปูจ๋า ปูก้อน ปูไข่ดอง ยำปูม้า แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดอง ปูผัดพริกเกลือ หมึกกะตอยผัดกระเทียม ปลาเห็ดโคนราดน้ำปลา ปลาชะมวง ผัดไทยกุ้งสด หรือผัดไทยปลาอินทรี นอกจากนี้ยังมียำผักกระชับที่เป็นอาหารเด่นของท้องถิ่น
ราคาเริ่มต้นของแต่ละจานอยู่ที่ 100-500 บาท หากมีโอกาสมาที่นี่อย่าลืมซื้อ “มะม่วงแช่อิ่ม” ที่มีขายบางฤดู มะม่วงอ่อนแพ็กละ 100 บาท หรือจะเลือกทานเป็นมะม่วงลอยแก้วใส่น้ำแข็งก็ชื่นใจดี ร้านเปิดขายตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม และหยุดวันจันทร์
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 09–2709–5521 นะเออ…ถ้าคุณอยากสัมผัสกับ ‘เที่ยววิถีชุมชนเก๋ไก๋’ ร้าน ‘บ้านปลา’ คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ
คุณชาย 3
