ในฤดูหนาวของไทยที่อากาศเย็นสบายแบบนี้ คอกาแฟมักหากาแฟร้อนๆ มาเติมความอบอุ่น แค่จิบกาแฟที่มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม ก็ช่วยคลายหนาวและเติมพลังให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
ปัจจุบันกาแฟมีหลายชนิดให้เลือก ทั้งกาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟดริป กาแฟ 3 in 1 กาแฟกระป๋อง และกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) แต่การเลือกซื้อกาแฟนอกจากจะดูที่รสชาติแล้ว ควรคำนึงถึงความปลอดภัยจากสารพิษอันตราย เช่น โอคราทอกซิน เอ ที่อาจปนเปื้อนในเมล็ดกาแฟ ซึ่งอาจมาจากเมล็ดกาแฟ ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี เมล็ดโกโก้ ถั่ว และผลไม้อบแห้ง
เมล็ดกาแฟหากการตากแห้ง การบ่ม และการเก็บรักษาไม่ถูกต้อง หรือไม่มีการดูแลรักษาความสะอาดและความชื้นที่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อรา Aspergillus ochraceus. และ Penicillium verrucosum. เจริญเติบโตและผลิตสารพิษโอคราทอกซิน เอ ซึ่งอาจปนเปื้อนในเมล็ดกาแฟได้ เมื่อเราดื่มกาแฟที่ปนเปื้อนสารพิษนี้เป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดอันตรายต่อไต สารพิษโอคราทอกซิน เอ ที่สะสมในร่างกายจะเป็นอันตรายตามปริมาณที่เราดื่มกาแฟ โดย JECFA กำหนดปริมาณโอคราทอกซิน เอ ที่ร่างกายสามารถรับได้โดยไม่เป็นอันตรายไว้ที่ 100 นาโนกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/สัปดาห์ (หรือ 0.10 ไมโครกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/สัปดาห์) หากน้ำหนักตัวเราคือ 60 กิโลกรัม ร่างกายสามารถรับโอคราทอกซิน เอ ได้สูงสุด 6 ไมโครกรัมต่อสัปดาห์โดยไม่เป็นอันตราย
สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างกาแฟคั่วบดและกาแฟดริปจำนวน 5 ตัวอย่าง จากร้านกาแฟสดและซุปเปอร์มาร์เกตในกรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบสารพิษโอคราทอกซิน เอ ผลการตรวจพบว่าโอคราทอกซิน เอ ปนเปื้อนในกาแฟคั่วบด 3 ตัวอย่าง ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำให้เลือกซื้อกาแฟคั่วบดที่ผลิตใหม่จากร้านกาแฟที่มีมาตรฐานการรักษาความสะอาด หากเป็นกาแฟคั่วบดสำเร็จรูป ควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่มีการรับรองคุณภาพและมีเลข อย. พร้อมตรวจสอบวันหมดอายุ เพื่อความมั่นใจว่า กาแฟที่เราเลือกดื่มปลอดภัยจากสารพิษโอคราทอกซิน เอ

