ไม่ใช่แค่การทานมังสวิรัติหรือเน้นผักผลไม้เท่านั้นที่ช่วยลดน้ำหนักได้ดี แต่อาหารบางชนิดยังช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกระตุ้นการผลิตฮอร์โมน 'เมลาโทนิน' ในร่างกาย ช่วยให้นอนหลับลึกและสบายตลอดทั้งคืน ไม่ต้องกังวลเรื่องหิวกลางดึกอีกต่อไป และนี่คือ 4 เมนูอาหารที่จะช่วยลดพุงย้วยๆ ของคุณได้อย่างแน่นอน …

1. เนื้อปลา
เมื่อคุณเริ่มควบคุมอาหารและกังวลเรื่องน้ำหนัก กลัวไขมันรอบเอวจะเพิ่มขึ้น นั่นอาจทำให้คุณได้รับสารอาหารสำคัญไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบในปลา ซึ่งคุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วมันเป็นอาหารชั้นยอดที่ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น แถมยังช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการทานไขมันและคาร์โบไฮเดรตอีกด้วย ที่สำคัญ มันจะไปกระตุ้น 'ต่อมไพเนียล' ในสมองให้ผลิตฮอร์โมน 'เมลาโทนิน' ในเวลากลางคืน (ฮอร์โมนธรรมชาติที่ช่วยควบคุมการนอนหลับและการตื่นนอน) ทำให้คุณรู้สึกง่วงและอยากพักผ่อนมากขึ้น ...
เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยล้าและต้องการพักผ่อน ร่างกายจะไม่ส่งสัญญาณหิวในช่วงกลางคืน (การทานอาหารตอนดึกเป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำหนักเพิ่ม) ดังนั้นหากร่างกายขาดโอเมก้า 3 ในปริมาณมาก ก็อาจส่งผลให้คุณนอนหลับไม่สนิท สุขภาพแย่ลง และรู้สึกหิวกลางดึกได้ ในทางกลับกัน การได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ!
หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่มีความเครียดสูงจนทำให้นอนหลับยาก ลองเลือกทานเมนูจากปลาทะเล (เหมาะสำหรับมื้อเย็น) ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, น้ำมันปลา, และแมกนีเซียม เช่น ข้าวต้มปลา, ปลาผัดขึ้นฉ่าย, ปลาย่างซีอิ๊ว, ปลานึ่ง, หรือสเต๊กปลา ซึ่งจะช่วยลดระดับความเครียดได้อย่างดี!

2. ถั่วต่างๆ
โดยเฉพาะถั่วฝักยาว ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมในระดับสูง ไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน และควบคุมการทำงานของไต แต่ยังมีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ทำให้ความอยากอาหารลดลง นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดีขึ้นตลอดคืน หากคุณทานถั่วฝักยาวเป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยเผาผลาญพลังงานและไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ทำให้หน้าท้องแบนราบและกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
นอกจากนี้ การทานถั่วยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ หรือภาวะสุขภาพอื่นๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, และภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน หากคุณสนใจทานถั่วชนิดอื่นนอกจากถั่วฝักยาว เราขอแนะนำให้เลือกถั่วที่ 'ไม่ผ่านการทอด' เพราะการทอดจะทำให้น้ำมันซึมเข้าไปในเนื้อถั่วมากเกินไป ทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายเมื่อทานเข้าไป แต่ควรเน้นทาน 'ถั่วต้ม' ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มนานกว่า …

3. นมสด
หลายคนอาจคิดว่า 'นมสด' มีประโยชน์แค่ช่วยบำรุงร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วยังมีประโยชน์อีกอย่างที่ซ่อนอยู่! จากผลวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภคแคลเซียม 100 มิลลิกรัมต่อวัน (ประมาณครึ่งถ้วยโยเกิร์ต) สามารถลดไขมันหน้าท้องได้ประมาณ 1 นิ้ว และช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง นอนหลับสนิทมากขึ้น (จนรู้สึกได้ว่าพักผ่อนเต็มที่) แม้ในระหว่างนอนหลับอาจมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือเป็นตะคริว แต่เกลือแร่และแคลเซียมจากนมสดจะช่วยคลายเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้คุณหลับลึกตลอดคืน
เราขอแนะนำให้ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนเป็นประจำทุกวัน เพราะนมจะช่วยกระตุ้นการผลิต 'เมลาโทนิน' ในร่างกาย ทำให้คุณหลับสนิทและไม่รู้สึกหิวกลางดึก นอกจากนี้ แคลเซียมยังช่วยยับยั้งการสร้างและสะสมไขมัน (ในขณะนอนหลับ) เมื่อไขมันลดลง ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น …

4. ผลเชอร์รี่
หากคุณกำลังมองหาอาหารเบาๆ ทานก่อนนอน ผลเชอร์รี่ 'Montmorency' ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะอุดมไปด้วยสารประกอบธรรมชาติมากถึง 17 ชนิด ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ และกระตุ้นการผลิตฮอร์โมน 'เมลาโทนิน' ในระหว่างนอนหลับ ทำให้คุณนอนหลับสบายและสนิทขึ้นตลอดคืน (คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น 5-6% และหลับนานขึ้นคืนละ 34 นาที) นอกจากนี้ยังไม่ทำให้คุณรู้สึกหิวจนต้องตื่นกลางดึก และยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ … เป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่ได้ผลอย่างน่าทึ่ง
หมายเหตุ: นอกจากผลเชอร์รี่ 'Montmorency' แล้ว … 'กล้วย' ก็สามารถช่วยผลิตและเพิ่มระดับฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกายขณะนอนหลับได้เช่นกัน

** ข้อควรรู้ **
- ผู้ที่ทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือทานเพียงวันละ 1-2 มื้อ มักมีแนวโน้มน้ำหนักขึ้นง่ายกว่าผู้ที่ทานอาหารตรงเวลาและแบ่งมื้ออาหารเป็น 3-5 มื้อต่อวัน
- ควรทานอาหารเย็นให้ตรงเวลา โดยให้ห่างจากเวลานอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักในช่วงนอนหลับ และยังช่วยป้องกันและลดอาการกรดไหลย้อน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการนอนโดยตรง
ที่มา : womenshealthmag.com
