ดอกไม้เป็นที่รู้จักไม่เพียงแต่เรื่องความสดชื่น ความสวยงามและกลิ่นหอมที่เย้ายวน แต่บางชนิดก็ยังสามารถนำมาใช้ในอาหารทั้งคาวและหวานตามตำรับไทยได้ตั้งแต่สมัยโบราณ
การปรุงอาหารด้วยดอกไม้มีเคล็ดลับที่แตกต่างกันตามลักษณะของดอกไม้ เช่น “ดอกลั่นทมขาว” ควรเก็บจากต้นที่ดอกหล่นใหม่ๆ เนื่องจากดอกที่เด็ดจากกิ่งจะไม่สามารถทานได้

“ดอกชบา” ควรเก็บในช่วงเย็นและต้องเป็นดอกที่ยังไม่ร่วงจากต้นจึงจะมีกลิ่นหอมหวาน ส่วน “ดอกกุหลาบ” รสจะขมและต้องใช้มะนาวกับเกลือเพื่อปิดบังรสขม ขณะที่ดอกเข็มสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทุกสี ยกเว้นสีขาว เพราะมีสารอันตรายที่คล้ายกับไซยาไนด์ ส่วน “ดอกอัญชัน” ควรล้างให้สะอาดหลายรอบเพื่อกรองสีออกก่อนนำมาทำอาหาร


ดอกไม้บางชนิดมีสีที่หลุดออกง่าย จึงควรระมัดระวังก่อนนำไปปรุงเพื่อไม่ให้ทำให้เมนูดูไม่น่ากิน “ดอกสะเดา” เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่นิยมใช้ในอาหาร โดยเฉพาะยอดอ่อนที่ต้องลวกก่อนเพื่อลดความขม อีกทั้งยังมีดอกไม้หอมอีกหลายชนิดที่ใช้สร้างสรรค์เมนูเด็ด อาทิ “ดอกขจร” ที่มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย และ “ดอกมะลิ” ที่นิยมใช้ในการปรุงอาหารเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ และทำให้อาหารดูนุ่มนวลขึ้น


มาร่วมลิ้มลองเมนูจากดอกไม้หลากหลายชนิดที่นำเสนอโดย “ดาษดาแกลเลอรี่” ในงาน “Eathai The Petals of Flavour” เทศกาลอาหารที่ผสมผสานดอกไม้ในทุกเมนู ตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 พฤศจิกายน 2557 ณ โซนสตรีทฟู้ดร่วมสมัย “อีทไทย” ชั้น LG ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ภายในงานยังมีไฮไลต์สำคัญ “มหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ ปี 2557” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 67 ปีของห้างเซ็นทรัล


