หลังจากที่กินเจครบ 9 วันแล้ว ถึงเวลาที่ต้องออกเจอย่างถูกต้อง เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารที่เคยชินกับการย่อยอาหารที่มีส่วนผสมของผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช และอื่นๆ อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก
ไลฟ์สไตล์Mytour จึงอยากแนะนำให้ทุกคนที่ทานเจครบ 9 วันแล้ว ให้รู้วิธีออกเจที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดี และยังช่วยลดน้ำหนักได้อย่างธรรมชาติ เนื่องจากอาหารเจมักเน้นแป้งเป็นหลัก อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้หลายกิโลกรัม
แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้าง? มาดูกันค่ะ...
1. อย่าผลีผลามกินเนื้อสัตว์ทันที
เมื่อออกเจแล้ว วิธีที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างสมดุลในช่วง 2-3 วันแรก คือ ควรหลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ใหญ่ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ให้เลือกทานอาหารที่ย่อยง่ายกว่า เช่น นมถั่ว ไข่ ปลา แทนไปก่อน

หากทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากทันทีหลังออกเจ หรือหักดิบเกินไป อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ เกิดอาการท้องอืด เพราะระบบย่อยยังไม่พร้อม รวมถึงการดื่มนมวัวทันทีอาจทำให้ย่อยไม่ได้ ควรเริ่มจากการทานทีละน้อยๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

2. ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด
หลังจาก 9 วันที่ร่างกายของคุณปรับตัวกับอาหารรสชาติอ่อนๆ การทานอาหารรสจัดทันทีอาจส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร เช่น การทานเผ็ดจัดอาจทำให้ท้องปวด หรือเกิดโรคกระเพาะได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดในช่วงนี้ ควรเลือกทานอาหารที่ไม่เผ็ดจัด หวานจัด หรือมันจัด เช่น ต้มจืดไข่น้ำ หรือปลานึ่ง เป็นต้น


3. ลดการทานแป้ง เน้นทานผักและผลไม้
ในช่วงที่ทานเจ อาหารส่วนใหญ่จะเน้นแป้งเป็นหลัก การทานแป้งในปริมาณมากติดต่อกัน 9 วันอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายกิโลกรัม เมื่อออกเจแล้ว ควรลดการทานแป้งและเพิ่มผัก ผลไม้เข้าไปในมื้ออาหารให้มากขึ้น
ควรกลับมาทานอาหารที่ไม่มันมาก เช่น ต้ม ย่าง ยำ อบ และนึ่ง เช่น แกงเลียง แกงป่า แกงอ่อม หรือแกงแค ที่ไม่มีหมูและน้ำมัน ซึ่งจะช่วยในการลดน้ำหนักได้ และที่สำคัญคือ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน และไม่ทานจุกจิก ถ้าทานผลไม้แทนขนมหวานก็จะดีกว่า

4. เริ่มทานเนื้อสัตว์ในวันที่ 4 เป็นต้นไป
เมื่อถึงวันที่ 4 ค่อยเริ่มทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว หมู ไก่ โดยควรทานในปริมาณน้อยๆ แต่สามารถทานนมวัว นมแพะ ปลา และไข่ได้ในปริมาณที่มากขึ้น และอย่าลืมทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อสุขภาพที่ดี

5. การออกกำลังกาย
ควรกินอาหารมื้อเช้าให้พอสมควร กินมื้อเที่ยงให้เหมาะสม และมื้อเย็นควรทานให้น้อยที่สุด และควรกินก่อนเข้านอน 3-4 ชั่วโมง นอกจากนี้ อย่าลืมออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าควบคุมแค่การกินเพียงอย่างเดียวจะช่วยลดน้ำหนักได้แค่ 9% แต่ถ้าควบคุมทั้งการกินและการออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 90%
ที่มา : thaihealth
