
สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวสามารถทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดจนหมดสนุกกับกิจกรรมที่สำคัญได้ "เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์" ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประณีตศิลป์ แกะสลักเครื่องสด จึงได้เสนอตัวทำลอยแก้วเพื่อนำมาช่วยคลายร้อน
ก่อนอื่นต้องขออธิบายให้ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการทำลอยแก้ว เพราะหลายคนสงสัยว่า การทำลอยแก้วนั้นต้องนำผลไม้ไปต้มกับน้ำเชื่อมไหม คำตอบคือไม่ต้อง เพราะลอยแก้วคือการทำน้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้น จากนั้นใส่ผลไม้ลงไปพร้อมกับน้ำแข็งเกล็ด โดยน้ำเชื่อมต้องมีความเข้มข้นพอสมควรเพื่อให้เข้ากับน้ำแข็งและผลไม้ที่ใช้ ซึ่งเมื่อผลไม้ลอยขึ้นมาในน้ำเชื่อม จะทำให้เกิดชื่อเรียกว่า "ลอยแก้ว"
รสชาติของลอยแก้วจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการปรุงน้ำเชื่อมให้เหมาะสมกับผลไม้ที่ใช้ หากใช้ผลไม้ที่ไม่มีความหอมเฉพาะตัว อาจเติมน้ำลิ้นจี่กระป๋องลงในน้ำเชื่อมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม แต่หากเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะ เช่น สละหรือกระท้อน ก็ไม่จำเป็นต้องเติมกลิ่นใด ๆ เพียงแค่ปรับแต่งกลิ่นด้วยดอกมะลิในน้ำเชื่อม ส่วนลอยแก้วที่ใช้ผลไม้ดองควรใช้น้ำผึ้งผสมกับน้ำเชื่อมเพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติที่ชวนรับประทาน นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญคือรสชาติของน้ำเชื่อมที่ต้องมีรสเค็มเล็กน้อยเพื่อความละมุน แต่ต้องระวังไม่ให้เค็มจนเกินไป จึงจะอร่อย
ในเมนู “สองนารีลอยแก้ว” เราเลือกใช้สองส่วนประกอบหลักในการทำลอยแก้ว ได้แก่ แตงโมและมะม่วงดอง แตงโมเป็นผลไม้ฤทธิ์เย็นที่ช่วยคลายร้อนได้ดี โดยเลือกใช้ส่วนใจกลางที่มีความแน่นและอร่อย ปราศจากเมล็ด ซึ่งนำมาสลักเป็นดอกกุหลาบมอญขนาดพอคำ ส่วนมะม่วงดองนั้น ควรเลือกมะม่วงแก้วที่มีเนื้อกรอบและรสชาติอร่อย หลังจากปอกเปลือกแล้ว สามารถนำมาสลักเป็นรูปใบไม้หรือดอกไม้ตามต้องการ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดเพื่อทำความสะอาดและดับกลิ่นการดองก่อนใช้งาน
เริ่มต้นด้วยการทำน้ำเชื่อม โดยการผสมน้ำตาลทราย 1 ส่วนกับน้ำเปล่า 3-4 ส่วน ใส่เกลือเล็กน้อยลงในหม้อแล้วตั้งไฟ ระวังอย่าคนเพราะอาจทำให้น้ำตาลตกผลึก คอยชิมรสให้ได้รสหวานที่มีกลิ่นเค็มนิดหน่อย จนรสชาติกลมกล่อม ปิดไฟและปล่อยให้น้ำเชื่อมเย็นลง จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยแล้วคนให้เข้ากัน เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้ว ใส่มะม่วงดองที่เตรียมไว้แล้วลงไปในน้ำเชื่อม ทิ้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืนเพื่อให้มะม่วงดองซึมเข้าไปในน้ำเชื่อมทำให้มีกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ก่อนจะใส่แตงโมที่แกะสลักไว้ลงในน้ำเชื่อม พักไว้ให้เย็นแล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟกับน้ำแข็งเกล็ด สุดท้ายก็ได้ขนมหวานเย็นหอมๆ ที่เรียกว่า 'สองนารีลอยแก้ว' ไว้คลายร้อนแล้ว
แหล่งข้อมูล : นิตยสาร Healthandcuisine
