หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม เผยเคล็ดลับการดูพระสมเด็จวัดระฆัง EP.2 หลังจากที่บอกไปแล้ว 8 ข้อในตอนที่แล้ว ซึ่งรวมถึงวิธีการดูผิวพระสมเด็จและคุณสมบัติเบื้องต้นที่ต้องมี มาถึงตอนนี้จะมาพูดถึงเคล็ดลับการดูพระสมเด็จวัดระฆังในแบบลัดตอนสุดท้าย
วิธีการดูพระสมเด็จวัดระฆัง (ภาค 2)
ข้อที่ 9. การใช้รักน้ำเกลี้ยงในพระสมเด็จวัดระฆัง
พระสมเด็จวัดระฆังมักนิยมใช้รักน้ำเกลี้ยงทาผิวพระเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ยังนิยมลงรักปิดทอง ชาด สมุก หรือเทือก เพื่อเสริมความสวยงาม โดยเฉพาะการลงรักดำที่มักจะปิดทองร่วมด้วย
การทารักน้ำเกลี้ยงช่วยดูแลผิวพระสมเด็จ โดยเมื่อรักดำหลุดออกไปแล้ว ผิวพระจะยังคงมีลักษณะของรักน้ำเกลี้ยงที่ให้สีออกน้ำตาลอ่อนๆ
บางองค์ที่มีการลงชาดแดงจากจีน จะทำให้ผิวพระสมเด็จมีสีแดงลูกหว้าอมม่วงที่สวยงาม
ข้อที่ 10. เรื่องน้ำหนักของพระสมเด็จ
พระสมเด็จที่แห้งมากๆ ไม่มีการใช้งานจะมีน้ำหนักเบากว่าปกติ แต่เมื่อพระสมเด็จผ่านการใช้งาน เช่นการห้อยคอ ความชื้นและเหงื่อจะถูกดูดซับทำให้พระมีความหนึบและน้ำหนักเพิ่มขึ้น พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นิยมต้องมีน้ำหนักที่รู้สึกได้และแน่นในมือ
ข้อที่ 11. เกี่ยวกับน้ำมันตั้งอิ้ว
เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ร้อยกว่าปี ย่อมมีอะไรที่จะบ่งบอกถึงสภาพของน้ำมันตั้งอิ้วแน่นอน ..เพราะตั้งอิ้วจะมีสัณฐานขาวขุ่น..ด้วยกาลเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี..ตั้งอิ้วจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล..ตามปกติของสิ่งที่เรียกว่า..น้ำมัน..
สิ่งที่จะบอกเราว่าเก่าถึงอายุได้ ..
ตัวอย่างเช่น ..
ผิวมุก..
คราบน้ำมันตั้งอิ้ว ..
รอยจ้ำๆ ..ของน้ำมันตั้งอิ้ว ..
หลุมบ่อของน้ำมันตั้งอิ้ว..
การซึมลึกของน้ำมันตั้งอิ้ว
การตกผลึกของน้ำมันตั้งอิ้ว
การไหลเยิ้มฉ่ำของน้ำมันตั้งอิ้ว
และสีวรรณะน้ำมันตั้งอิ้ว..
เป็นต้น


ข้อที่ 12. เนื้อพระจะต้องไม่กระด้าง
พระสมเด็จวัดระฆังทุกองค์ ..
ต้องมีความหนึกนุ่ม ..แห้ง ยุบ แยก ย่อ ย่น
ผิวพระต้องดูแล้วไม่ตึงไปทั้งองค์ ..
ไม่มีความกระด้าง สีวรรณะของผิว ..และร่องรอยที่ปรากฏไม่ได้เกิดจากการตบแต่ง ..
แต่จะดูเป็นธรรมชาติ ..
ธรรมชาติที่เกิดจากความเก่าของปูนอายุเกือบ 150 ปี..
ข้อที่ 13. ขอบพระไม่แน่น ไม่เรียบ ไม่ทื่อ
ในอดีตการแกะพระสมเด็จจากแม่พิมพ์จะต้องมีการตัดขอบพระให้เรียบร้อย ด้วยการใช้ไม้ตอกตัดที่มีความคม ดังนั้นขอบด้านข้างของพระสมเด็จจะไม่เรียบตรงเหมือนการปั๊มพระจากโรงงาน
ขอบด้านข้างของพระสมเด็จจะมีลักษณะขรุขระ เนื่องจากการครูดของมวลสาร หรือการซ่อมแซมธรรมชาติที่เกิดขึ้น อาจพบหลุมในเนื้อพระสมเด็จที่เห็นได้ชัดเจนบางครั้ง
ข้อที่ 14. เนื้อพระต้องไม่แตกแห้งเหมือนทุ่งนาในฤดูแล้ง
พระสมเด็จวัดระฆังส่วนใหญ่จะต้องไม่มีการแตกระแหงเหมือนกับทุ่งนาที่แห้งเหี่ยวในช่วงฤดูแล้ง
การที่พระมีรอยแตกแห้งใหญ่ๆ มักจะพบในพระปลอม ซึ่งเริ่มมีการใช้ "น้ำมันชักเงาไม้ (ตั้งอิ้ว)" แล้วนำพระไปอบด้วยกระทะหรือเตาอบเพื่อเร่งให้แห้ง ซึ่งทำให้เนื้อพระแยก แตก แสดงถึงการทำผิดธรรมชาติ เป็นลักษณะที่ไม่ดีและขาดความงดงาม
ข้อที่ 15. เกี่ยวกับคราบแป้งที่ใช้ทาพิมพ์ (ตามที่คนในวงการพูดถึงกัน)
สีขาวอมเทา ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยตามความเชื่อในวงการนั้นบอกว่าแป้งนี้ใช้รองพิมพ์เพื่อให้การแกะพิมพ์ทำได้ง่ายขึ้น
เรื่องนี้ความจริงควรจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เราสามารถมองได้ว่าจุดนี้อาจถือเป็นจุดสำคัญ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับแคลเซียมที่ปล่อยออกมาจากเนื้อของพระที่มีองค์ประกอบหลักเป็นปูนเปลือกหอย ซึ่งสีของมันสวยงามหลากหลาย บางครั้งสีที่เห็นอาจออกเป็นมุกหรือสีรุ้ง ขึ้นอยู่กับมุมที่แสงตกกระทบ
การเกิดของมันเกิดขึ้นในแหล่งที่มีมิติที่ลึกหรือที่ต่ำ ๆ ซึ่งจะก่อตัวกันเป็นมิติหนาที่สุด จนกระทั่งมันถึงจุดอิ่มตัว และจะเริ่มกระจายออกไปอย่างเบาบางรอบๆ
การเกิดลักษณะนี้ก็ต้องอาศัยเงื่อนไขบางประการตามหลักของวิทยาศาสตร์ทั่วไป
ตามทฤษฎีระบุไว้ว่า 50 ปี จะมีการขยายตัว 0.05 มม. หากไม่นำพระสมเด็จที่มีอายุเกือบ 150 ปีนี้ไปล้างผิวก่อน
เราจะได้เห็นคราบแคลเซียม... แร่แคลไซต์ (Calcite) เหล่านี้จะก่อตัวเป็นมิติที่มีความสวยงามและมีการไล่ระดับความเข้มของสีไป
คราบเหล่านี้ไม่ว่าจะล้างเท่าไหร่ก็ยังสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้... เมื่อเนื้อพระเริ่มแห้งจริงๆ และจะไม่หายไปไหน แค่เจือจางลงเท่านั้น
ส่วนที่โดนล้างหรือถูมากก็จะเจือจางไปมาก ส่วนที่โดนน้อยก็จะเจือจางน้อย
พระเก๊มักจะมีลักษณะแคล้นๆ สีขาวปลื้อๆ มักจะเลอะเทอะไปทั่วองค์ไม่มีระเบียบ บางครั้งทำโดยการนำไปต้มในเกลือแล้วผึ่งให้แห้ง แล้วใช้พู่กันปัดๆ บางส่วนที่ไม่สมควรให้เกิดออก บางครั้งอาจจะใช้การราดน้ำปูนซีเมนต์ที่ทำให้เกิดคราบเลอะๆ แข็งๆ กระด้างๆ


ข้อที่ 16. ความหนึกนุ่มสว่างตา
ความหนึกนุ่มตา... เวลามองพระด้วยตาเปล่า..
ความหนึกนุ่มตาจะให้ความรู้สึกคล้ายกับการมองขนมไหว้พระจันทร์... มันดูหนึบๆ..
พระแท้... คนรุ่นเก่าเรียกว่ามีสง่าราศรี ไม่หมองตา และมีออร่า..
ที่สำคัญพระแท้ๆ มักจะดูขาวใหม่ ส่วนพระปลอมมักจะดูเก่าเกินจริง เหมือนตั้งใจทำให้ดูเก่าครับ
