
หลายคืนก่อน ผมฝันเห็นเทวดามากำหนดโชคชะตา นักการเมืองจากหลายสีทั้งแดง เหลือง เขียว ถูกดึงมารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน คำว่า นิรโทษกรรม ทรัพย์สินต้องยึด โทษต้องติดคุก นายสุเทพไม่ต้องไปขึ้นศาล และทักษิณกลับบ้านไปกินข้าวเหนียวหมูปิ้งได้ตามใจ
ตื่นจากฝัน ผมรู้สึกเศร้า คำทำนายฝันเก่าๆ บอกไว้ว่า ฝันว่าร้องไห้จะได้ชมสิ่งที่ดี
จนมาถึงวันนี้ เมื่อคุณทักษิณร้องเพลง 12 ปีแห่งความหลัง สร้างภาพความทรงจำจากวันเก่าๆ ในขณะที่ขุนทหารเคยเกาะโต๊ะขอตำแหน่ง... ความจริงที่ชัดเจนคือ คำทำนาย ฝันว่าร้องไห้จะได้ชม ไม่เป็นความจริงเลย
เกมการเมืองในรูปแบบสามก๊ก หรือสองก๊กที่ยังเหลืออีกหนึ่งก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
ข่าวล่าสุด ทั้งคุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ และนายกฯประยุทธ์ ต่างพูดประโยคที่คล้ายกัน จนทำให้ประชาชนเริ่มคิดว่า พรรคใดที่มี ส.ส. มากที่สุด นายกฯก็ควรจะมาจากพรรคนั้น
คงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ตอนนี้เน้นการยึดประชาธิปไตยและใช้ผลการเลือกตั้งเป็นเกณฑ์ในการเดินการเมือง จะตัดสินใจเข้าร่วมเป็นรัฐบาล
พรรคเพื่อไทยของคุณทักษิณ ก็อาจจะได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียที
แต่ถ้าผลการเลือกตั้งตรงตามคำพูดของคุณทักษิณ คะแนนของเพื่อไทยจะพุ่งสูงจนทำลายกำแพง 250 ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ในกรอบกติกาใหม่ เพื่อไทยก็จะขึ้นเป็นรัฐบาล
ความจริงทางการเมืองที่มีมาแต่โบราณ จนถึงวันนี้ ชนะคือผู้เป็นเจ้า แพ้คือกบฏ
สมมติ...รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ใครจะเป็นนายกฯก็ไม่สำคัญ เพราะมันก็คงหนีไม่พ้นเงาของคุณทักษิณ การแก้แค้นทางการเมืองก็ย่อมเกิดขึ้นตามมา
ผมยังหลับตาและไม่สามารถจินตนาการต่อได้ ทหารหนุ่มและทหารแก่ในกองทัพ เหมือนกับม้าและเรือในกระดานหมากรุก พวกเขาจะถูกขยับไปอยู่ในตำแหน่งไหน โอกาสที่จะให้ขุนทหารไปขอเก้าอี้บนโต๊ะเหมือนที่คุณทักษิณพูดถึง คงจะไม่มีอีกแล้ว
ถ้าหมากการเมืองไทยเดินไปในทิศทางนี้ เรื่องก็จะวนกลับสู่ความเป็นจริงเก่าๆ เพื่อการอยู่รอด ทหารก็คงต้องกลับมาควบคุมอำนาจอีกครั้ง
แต่คราวนี้ทหารจะร้องเพลงขอเวลา คงไม่มีใครฟัง เพราะเขาขอเวลาไปแล้ว และการยืดเวลานั้นอาจจะยาวนานกว่าที่คาด
ชาวบ้านคงต้องกลับมาคิดใหม่ว่า การใช้ชีวิตในร่มเงารัฐบาลทหารที่สามารถกินอิ่มนอนอุ่นนั้น ดีไปกว่าการอยู่ในรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งขนาดไหน
ถ้าผมได้ทบทวนในฐานะคนแก่ ผมก็อดนึกถึงคำพูดของเติ้ง เสี่ยว ผิง ที่ว่า แมวดำหรือแมวขาว ไม่สำคัญ แค่จับหนูได้ ก็ถือว่าเป็นแมวที่ดีแล้ว
ผมยังนึกถึงเรื่องของฟ่าน ปิง ปิง ดาราดังของจีนที่เจอกับข้อหาหลีกเลี่ยงภาษี ‘หยิน หยาง’
หยินคือความมืดที่ซ่อนอยู่ ตัวเลขที่บอกว่า ค่าตัวของเธอสูงถึง 70% ของทุนสร้างทั้งเรื่อง
หยางคือความสว่างที่เปิดเผย แต่มันน้อยกว่าตัวเลขจริงมาก
แฟนๆ ของฟ่าน ปิง ปิง ในประเทศไทย สงสัยมานานหลายเดือนว่าทำไมเธอถึงหายไป คำตอบที่เพิ่งได้คือ เธอถูกจับเป็นดาราคนแรกที่หนีภาษี
ยังมีคิว ผู้กำกับ ดาราชาย หมายเลขต้นๆอีกเป็นขบวน ที่จะ “หาย” ตามมา
งานจับฟ่าน ปิง ปิง ทำให้คิดถึง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ครับ เขาว่าชาวจีนยอมรับให้ท่านตีตั๋วยาว เพราะมั่นใจในความเอาจริง จับคนโกงไม่ไว้หน้า ไม่ว่าแม่ทัพนายกอง ไกลหรือใกล้ตัว พ่อค้า กระทั่งดารา
ดูหนังดูละครเวทีจีนแล้ว ย้อนคิดถึงไทย...ก็ถ้าเทวดาฟ้าดิน เมืองไทยจะอุ้มสมให้ทหารมีอำนาจต่อไป ก็ขอทหารชนิดที่เป็นแมวดี ที่จับหนูได้ก็แล้วกัน
แมวพันธุ์ ที่เลือกจับหนูของฝ่ายไม่ใช่พวก ถ้าเคยมีก็ขอให้ไม่มี.
กิเลน ประลองเชิง
