
พระคเณศ หรือ พระพิฆเนศ เป็นเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพนับถือในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งชาวไทยยังคงบูชาและได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะต่างๆ เช่น ประติมากรรม, นาฏศิลป์ และของเล่นศิลป์ร่วมสมัยที่เกี่ยวข้องกับพระคเณศ Sarakadee Lite จะพาคุณไปค้นหาความเชื่อ 10 เรื่องราวของพระคเณศ เทพผู้ขจัดอุปสรรคและนำความสำเร็จมาสู่ชีวิต พร้อมทั้งเป็นผู้ปกครองแห่งศิลปะและวิทยาการ
พระคเณศ : ชื่อของพระองค์มาจากคำว่า “คณปติ” ที่แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ในหมู่คณะ พระคเณศมีพระนามที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละนิกาย มากถึง 108 พระนาม ซึ่งบางพระนามสะท้อนถึงการกำเนิดและรูปลักษณ์ของพระองค์ เช่น “เอกทันตะ” หรือ “เอกศฤงคะ” ที่หมายถึง เจ้าผู้มีงาข้างเดียว
ลักษณะ : พระคเณศมักถูกแสดงออกในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามยุคสมัยและจินตนาการของศิลปิน แต่ลักษณะที่เหมือนกันและเด่นชัดในทุกภาพคือ พระคเณศมีเศียรเป็นช้างและร่างกายเป็นมนุษย์ พร้อมกับมีงาข้างเดียว
กำเนิด : ตำนานเกี่ยวกับการกำเนิดของพระคเณศนั้นมีความหลากหลาย บางคนเชื่อว่าท่านเกิดจากพระศิวะเพียงองค์เดียว บางคนเชื่อว่าท่านเกิดจากพระนางปารวตี (อุมา) หรือบางความเชื่อก็กล่าวว่าพระคเณศเกิดจากการร่วมของพระศิวะและพระนางปารวตี นอกจากนี้ยังมีบางตำนานที่เชื่อว่าพระคเณศเป็นส่วนหนึ่งของพระกฤษณะ
ศาสนา : เมื่อพูดถึงพระคเณศ หลายคนมักจะนึกถึงเทพเจ้าแห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู แต่จริงๆ แล้ว พระคเณศยังปรากฏในศาสนาอื่นด้วย เช่นในศาสนาเชน ที่มีการบูชาเทพแห่งปางหนึ่งที่ชื่อ ปารศวยักษะ ซึ่งมีหนูเป็นพาหนะและยังถือเป็นเทพผู้มีหลายปาง ในศาสนาพุทธมหายาน พระคเณศถูกนับถือในชื่อ วินายกะ และยังเป็นทวารบาลในบางสำนัก
ความเชื่อ : พระคเณศถือเป็นเทพผู้ขจัดอุปสรรคทั้งหลาย จึงได้รับการเคารพในฐานะเทพเจ้าแห่งการขจัดอุปสรรค และในเวลาเดียวกัน พระองค์ยังถูกยกย่องเป็นเทพแห่งความสำเร็จ รวมถึงเป็นเทพแห่งศิลปะและวิทยาการที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือ
ประสูติ : พระคเณศประสูติในวันที่ 4 เดือนภัทรบท ซึ่งตรงกับช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนตามปฏิทินจันทรคติ ถือเป็นวันสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกจะมาร่วมเฉลิมฉลองพระองค์
เทศกาลคเณศจตุรถี : เป็นช่วงเวลาที่มีการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระคเณศ โดยเชื่อว่าพระองค์เสด็จลงมาเพื่อประทานพรแก่โลกมนุษย์ ในช่วง 10 วันของเทศกาลนี้ ศาสนสถานต่างๆ ของพราหมณ์-ฮินดูก็มักจะจัดงานบูชาอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะที่วัดแขกสีลมและวัดพระศรีมหาอุมาเทวีในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพและเฉลิมฉลองพระคเณศ
ขนมโมทกะ : เป็นขนมที่พระคเณศทรงโปรดปราน มีรสหวานปรุงจากข้าวและน้ำตาล โดยคำว่า โมทกะ มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ความยินดี ความพอใจ หรือความรื่นเริง บางคนเชื่อว่าขนมนี้หมายถึงความฉลาดรอบรู้ ดังนั้นจึงมักจะนำขนมโมทกะไปบูชาพระคเณศในวันสำคัญต่างๆ เช่นในเทศกาลคเณศจตุรถี
ชายา : พระคเณศมีชายาที่มีชื่อแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายที่สุดคือ พุทธิ เทพีแห่งความฉลาด (โอรสชื่อ เกษม) และ สิทธิ เทพีแห่งความสำเร็จ (โอรสชื่อ ลาภ)
บริวาร : ในภาพปั้นหรือภาพวาดของพระคเณศ มักจะเห็นหนูมุสิกะนั่งอยู่ใกล้พระบาท พระมเหสีมักจะเรียกหนูมุสิกะว่าเป็นสัตว์พาหนะหรือสัตว์บริวาร เชื่อกันว่าในขณะขอพรจากพระคเณศ หากกระซิบบอกหนูมุสิกะ มันจะนำคำขอไปถึงพระคเณศเอง จึงกล่าวได้ว่า หนูมุสิกะทำหน้าที่เป็นผู้รับส่งคำขอระหว่างมนุษย์กับพระคเณศ
Fact File
- เหตุผลที่พระคเณศมีเศียรเป็นช้างนั้น มีการเล่าขานกันว่า ในครั้งหนึ่งพระอิศวรและพระอุมาได้จัดพิธีโสกันต์ให้กับพระคเณศในวันอังคาร โดยเชิญทวยเทพและพระวิษณุมาร่วมพิธี เมื่อพระวิษณุถูกปลุกจากการหลับ ทำให้พระองค์พลั้งปากว่า “ไอ้ลูกหัวหายจะนอนให้สบายก็ไม่ได้” ซึ่งคำพูดนี้มีอำนาจพิเศษ ทำให้เศียรของพระคเณศหายไป ทวยเทพต่างตกใจและตัดสินใจไม่ให้มีการทำพิธีมงคลในวันอังคาร จึงเรียกวันนี้ว่า “วันโลกาวินาศ” ต่อมา พระอิศวรจึงสั่งให้พระวิษณุไปหาหัวมนุษย์ที่ตายไปแล้วมาทดแทน แต่ในวันนั้นไม่มีมนุษย์ที่ตายเลย มีเพียงช้างพลายที่มีงาข้างเดียวตายอยู่ และถูกนำเศียรของช้างมาเสียบให้กับพระคเณศ
อ้างอิง
