ในภูมิภาคอีสานและภาคเหนือ มีความเชื่อโบราณที่สืบทอดกันมาว่า หากบ้านใดนึ่งข้าวเหนียวแล้วได้สีแดง ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและวุ่นวายไปทั่วบ้าน ผู้คนต่างพากันวิตกกังวลและรีบไปทำบุญครั้งใหญ่เพื่อขจัดความอัปมงคล และหวังให้ความสงบสุขกลับคืนมา

ความเชื่อเกี่ยวกับการนึ่งข้าวเหนียวได้สีแดงและลางร้าย
เชื่อกันว่า หากบ้านใดนึ่งข้าวเหนียวแล้วได้สีแดง นั่นคือสัญญาณเตือนถึงเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับบ้านนั้น ดวงตก เคราะห์ร้ายจะมาเยือน บางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัวและไม่เป็นสุข แม้จะพบสีแดงเพียงเล็กน้อยในข้าวเหนียว ก็ทำให้ผู้คนวิตกกังวลจนต้องรีบเรียกหาพระหรือผู้มีวิชามาทำพิธีทันที
ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับการนึ่งข้าวเหนียวได้สีแดง
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า มีครอบครัวหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนเช่นทุกวัน แต่แล้วความสงบสุขนั้นก็กำลังจะจากไป
นางเอกำลังเตรียมอาหาร โดยได้นึ่งข้าวเหนียวไว้ในหวด เมื่อข้าวสุกแล้วจึงนำออกมา แต่กลับพบว่าข้าวเหนียวที่ควรเป็นสีขาวกลับกลายเป็นสีแดงราวกับเป็นสัญญาณเตือน นางเอรู้สึกไม่สบายใจ จึงรีบเรียกลูกชายมาคุยและเตือนว่าไม่ควรออกจากบ้านในช่วงนี้ เพราะข้าวเหนียวเป็นสีแดงซึ่งเป็นลางร้าย แต่ลูกชายกลับไม่เชื่อและมองว่านางเอคิดมากเกินไป
หลังจากนั้น ลูกชายของนางเอออกจากบ้านและเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้นางเอเชื่อมั่นมากขึ้นว่าความอัปมงคลได้เกิดขึ้นจริงในบ้านของเธอ และเธอต้องสูญเสียลูกชายไป
วิธีการแก้เคล็ดเมื่อลางร้ายมาเยือน
มีหลายบ้านที่ประสบเหตุการณ์นึ่งข้าวเหนียวได้สีแดงและเกิดเคราะห์ร้ายตามมา ไม่ว่าจะรุนแรงมากหรือน้อย ผู้คนต่างหาวิธีแก้เคล็ด ซึ่งวิธีการอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ บ้างก็ไปทำบุญใหญ่ที่วัด บ้างก็ทำบุญบ้าน หรือจัดพิธีสะเดาะเคราะห์เพื่อขจัดภัยร้ายออกจากบ้าน
สรุปแล้วข้าวแดงไม่ใช่ลางร้าย แต่เป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
โดยปกติแล้ว ข้าวที่นึ่งออกมาแล้วเป็นสีแดง ไม่ได้เกิดจากพันธุ์ข้าว แต่เป็นผลจากเชื้อราสีแดงที่ปนเปื้อนอยู่ในเมล็ดข้าวบางส่วน เมื่อนำไปนึ่งจึงทำให้เกิดสีส้มหรือแดงขึ้น ส่วนความเชื่อที่ว่าหากหุงข้าวแล้วได้สีแดงจะเป็นลางร้ายหรือโชคร้ายนั้น เป็นเพียงความเชื่อท้องถิ่นเท่านั้น บางพื้นที่อาจมองว่าเป็นลางดีก็มี เพราะฉะนั้น ความเชื่อเหล่านี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่มีถูกหรือผิด ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณา
