
ตามความเชื่อโบราณของชาวจีน สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานได้กลายเป็น “สิ่งมงคล” ที่ใช้ปรับแก้และเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้านเรือน อาคาร หรือสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะ “กิเลน” และ “สิงห์” ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในปัจจุบันว่าสามารถเสริมดวงได้จริงหรือไม่ พร้อมทั้งยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีก 2 ชนิดให้คุณได้ลองศึกษาดู
กิเลน (Qi Lin หรือ Chi Lin) หรือที่เรียกอีกอย่างว่าม้ามังกร เป็นสัตว์มงคลในตำนานที่มีหัวเป็นมังกร ตัวเป็นม้า กีบเป็นกวาง และผิวเป็นเกล็ดปลา ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า กิเลนสามารถดูดซับพลังงานได้ดี แยกแยะความดีและความชั่ว อีกทั้งยังมีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ จึงมักถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องผู้คนจากสิ่งชั่วร้ายและช่วยเสริมสุขภาพให้แข็งแรง
โดยทั่วไปมักจะนำกิเลนมาตั้งไว้ที่หน้าประตูของวิหาร ศาลเจ้า หรือวัด นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าช่วยเสริมความเจริญรุ่งเรือง กิเลนบางตัวยังมีสมบัติอยู่ที่อุ้งเท้าและเหรียญอยู่ในปาก ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยจึงแนะนำให้ตั้งกิเลนเพื่อช่วยเสริมความมั่งคั่งและความร่ำรวยให้กับคนในบ้าน แต่มักแนะนำให้ใช้กิเลนที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป เพราะถือว่าเขาเปรียบเสมือนสัตว์เลี้ยงที่คอยดูแลเจ้าของ
วิธีการตั้ง : ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการวางกิเลนคือห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือใกล้ประตูบ้าน โดยให้หันหน้าเข้าหาพื้นที่ที่มีคนอยู่เป็นประจำ และควรหลีกเลี่ยงการวางไว้ในห้องนอน ห้องครัว หรือห้องน้ำ
สิงห์คู่ (Chinese Guardian Lions) เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนเชื่อว่าทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้มีอำนาจและความมั่งคั่งมักจะนำสิงห์คู่มาประดับไว้หน้าประตูทางเข้าเพื่อปกป้องทรัพย์สิน นี่คือเหตุผลที่เราเห็นสิงห์คู่เฉพาะในวัด สำนักงานรัฐบาล และบ้านของตระกูลใหญ่เท่านั้น สิงห์คู่ที่ดีควรมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยตัวผู้จะเหยียบลูกโลกไว้ใต้เท้าขวา สื่อถึงการปกป้องบ้านและอาณาจักร ส่วนตัวเมียจะเหยียบลูกสิงห์ไว้ใต้เท้าซ้าย สื่อถึงการปกป้องด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่
วิธีการตั้ง : ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวางสิงห์คู่คือบริเวณหน้าประตู โดยให้ตัวเมียอยู่ทางซ้ายและตัวผู้อยู่ทางขวา (เมื่อมองจากด้านนอกเข้าไปด้านใน) เพื่อให้สิงห์คู่ช่วยปกป้องและคุ้มครองคนในบ้านให้ปลอดภัย รวมทั้งสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ผ่านเข้าออก
จะสังเกตได้ว่าสัตว์มงคลที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องทรัพย์สมบัติหรือเสริมความมั่งคั่งมักจะต้องวางเป็นคู่ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับความเชื่อเกี่ยวกับปี่เซียะ มาดูสัตว์มงคลอีก 2 ชนิดที่น่าสนใจกันต่อ…
มังกร เป็นสัตว์ในตำนานอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมจีน และเป็นหนึ่งในสัตว์เทพทั้งสี่ (มังกรเขียว หงส์แดง เสือขาว และเต่าดำ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิจีน จนกล่าวได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติจีนเลยทีเดียว เชื่อกันว่าบ้านใดที่มีมังกรประดับไว้จะช่วยเสริมความมั่งคั่ง อำนาจ และโชคลาภ เนื่องจากมังกรเป็นตัวแทนของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ มีบารมี อำนาจ ความร่ำรวย และความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามังกรสามารถเสริมพลังชี่ให้กับบ้านได้อีกด้วย
วิธีการตั้ง : ตามหลักฮวงจุ้ย มังกรควรตั้งไว้ทางทิศตะวันออกหรือด้านซ้ายของบ้าน (เมื่อมองจากภายในออกไป) หรือในบริเวณห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร และห้องทำงาน ควรหลีกเลี่ยงการวางไว้ในพื้นที่ที่มีพลังงานต่ำ เช่น ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว หรือโรงจอดรถ เนื่องจากมังกรเป็นสัตว์ที่ชื่นชอบน้ำ หากบ้านของคุณมีแหล่งน้ำหรือภาพน้ำ สามารถวางมังกรให้หันหน้าเข้าหาน้ำได้
เซียมซู หรือคางคกสามขาคาบเหรียญ เป็นสิ่งมงคลที่หลายคนอาจยังสงสัยว่ามีหน้าที่อะไรกันแน่ เซียมซูถือเป็นวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเสริมความมั่งคั่งและความร่ำรวย ตามตำนานเล่าว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของ หลิวไห่ฉาน หรือ หลิวไห่ เซียนผู้โด่งดังในลัทธิเต๋าที่เกี่ยวข้องกับการประทานเงินทอง ดังนั้นผู้คนจึงเชื่อว่าหากบูชาเซียมซูไว้ในบ้าน จะช่วยดึงดูดเงินทองและรายได้เข้าบ้าน
วิธีการตั้ง : ควรวางเซียมซูไว้บริเวณหน้าประตูบ้านหรือในตำแหน่งที่ทำมุมทแยงกับประตู เพื่อช่วยดึงดูดโชคลาภจากภายนอกเข้ามาสู่ภายในบ้าน โดยควรหันหน้าเซียมซูเข้าด้านในบ้าน (บางตำราแนะนำให้หันออกด้านนอกได้) แต่ควรหลีกเลี่ยงการวางตรงข้ามประตูโดยตรง เพราะอาจทำให้พลังชี่หน้ามากเกินไป และห้ามวางเซียมซูบนพื้นโดยเด็ดขาด
หลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว หากคุณเชื่อในพลังของฮวงจุ้ยและความศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งเหล่านี้ ลองหามาวางตามตำแหน่งที่แนะนำ ไม่จำเป็นต้องเลือกชิ้นใหญ่หรือราคาแพง แค่พอเหมาะกับบ้านและตัวคุณ เพราะทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการกระทำ 70% และดวง 30% เช่น หากป่วยแต่ไม่ไปหาหมอหรือไม่กินยาก็ไม่หาย หรือมีปัญหาแต่ไม่แก้ไข แม้จะมีสิงห์หรือกิเลนวางรอบบ้านสิบคู่ก็ไม่ช่วยอะไร ดังนั้น การพึ่งพาตนเองควบคู่กับความเฮงจากสิ่งมงคลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
