
เทียนพรรษา มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคพุทธกาล ชาวพุทธถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการนำเทียนไปถวายแด่พระสงฆ์ในช่วงเข้าพรรษา เพื่อหวังให้ตนเองเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลมและไหวพริบดี เหมือนแสงสว่างจากดวงเทียน เทียนพรรษาคือเทียนที่มีขนาดใหญ่และยาวกว่าปกติ ใช้จุดในโบสถ์ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)
การถวายเทียนพรรษา เป็นประเพณีสำคัญของชาวพุทธที่ปฏิบัติกันในวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาของไทย โดยมีจุดเริ่มต้นจากวันอาสาฬหบูชา พระสงฆ์จะจำพรรษาในวัดเป็นเวลา 3 เดือนในช่วงฤดูฝน และไม่ไปค้างแรมที่อื่น วันเข้าพรรษาจะเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวพุทธจะถวายผ้าอาบน้ำฝนและเทียนพรรษาเพื่อให้พระสงฆ์ใช้ประโยชน์ ดังนั้น เราจึงนำเสนอขั้นตอนการถวายเทียนพรรษาและบทสวดถวายเทียนพรรษาดังนี้
ขั้นตอนการถวายเทียนพรรษา
การถวายเทียนพรรษาเป็นกระบวนการที่ต้องศึกษาและปฏิบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในขั้นตอนการถวายเทียนพรรษานี้ มีประเพณีและวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักดังต่อไปนี้
-
การถวายเทียนพรรษาตามพระราชประเพณี
พระราชประเพณีหรือการพระราชทานเทียนพรรษา คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหล่อเทียนพรรษาด้วยพระองค์เอง จากนั้นทรงนำไปจุดบูชาพระรัตนตรัย ณ พระอารามหลวงสำคัญ หรือโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ปฏิบัติแทน
-
การถวายเทียนพรรษาตามประเพณีชาวบ้าน
ประเพณีชาวบ้านหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "เทียนพรรษา" คือ การที่ชาวบ้านหรือพุทธศาสนิกชนร่วมกันทำเทียนพรรษา โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ เทียนพรรษาที่จุดไฟได้และเทียนพรรษาที่จุดไฟไม่ได้ ซึ่งเทียนพรรษาที่จุดไฟไม่ได้มักใช้สำหรับการประกวดหรือถวายเป็นพุทธบูชาเท่านั้น
ขั้นตอนการถวายเทียนพรรษามีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- จัดเตรียมเทียนพรรษาที่ต้องการถวายให้พร้อม
- ควรถวายเทียนพรรษาในวันเข้าพรรษาหรือก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน
- เดินทางไปยังวัดหรือสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ต้องการถวายเทียน
- พบพระสงฆ์และแจ้งความประสงค์ในการถวายเทียนพรรษา
- พระสงฆ์จะรับเทียนพรรษา
- ผู้ถวายกล่าวคำถวายเทียนพรรษา
- พระสงฆ์จุดเทียนพรรษาและอธิษฐานจิตให้พรแก่ผู้ถวาย
- ผู้ถวายกรวดน้ำและรับพรจากพระสงฆ์
บทสวดถวายเทียนพรรษา
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (กล่าว 3 ครั้ง)
ยัคเฆ ภันเต, สังโฆ ปะฏิชานาตุ,
มะยัง ภันเต, เอตัง ปะทีปะยุคัง,
สะปะริวารัง, เตมาสัง, พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ,
อิมัสสะหมิง อะโปสะถาคาเร, นิยยาเทมะ, สาธุ โน ภันเต,
อะยัง เตมาสัง, พุทธัสสะ, ปูชะนัตถายะ, ปะทีปะยุคัสสะ,
ทานัสสะ, อานิสังโส, อัมหากัญเจวะ,
มาตาปิตุอาทีนัญจะ, ปิยะชะนานัง, ทีฆะรัตตัง
หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ
คำแปล ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์โปรดรับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอมอบถวายเทียนคู่นี้ พร้อมกับของบริวาร ไว้ ณ อุโบสถนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ขออานิสงส์แห่งการถวายคู่เทียน เพื่อเป็นพุทธบูชา ตลอดพรรษานี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ปิยชนทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนานเทอญ
กำเนิดเทียนพรรษา
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ แต่ชาวพุทธซึ่งนับถือศาสนาพุทธจะทำเทียนเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ
เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน
เทียนพรรษา คือ เทียนที่มีขนาดใหญ่และยาวกว่าปกติ ใช้สำหรับจุดในวัดตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)
อานิสงส์จากการถวายเทียนพรรษา
- ช่วยเสริมสร้างปัญญาและความสว่างในชีวิต
- นำมาซึ่งความรุ่งเรืองในชีวิต
- สร้างความอบอุ่นในครอบครัว
- ส่งผลให้มีอายุยืนยาว
- พบเจอแต่ความสุขและความเจริญรุ่งเรือง
การถวายเทียนพรรษานับเป็นการทำบุญที่สำคัญ นอกจากจะได้รับอานิสงส์มากมายแล้ว ยังช่วยรักษาประเพณีอันดีงามของชาวพุทธให้คงอยู่สืบไป
