
หลังจากดาวมฤตยูย้ายใหญ่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม หลายคนเริ่มกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โหรวสุจึงขอชี้แจงว่าอย่าเพิ่งตกใจ! ดาวมฤตยูกระทบเฉพาะกับผู้ที่มี “ดาวติดฆาต” เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนี้
มีคนหลายคนสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบจากการย้ายของดาวมฤตยูเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งต้องขออธิบายตรงๆ ว่าอาจไม่มีผลกระทบเลย หรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบางประการสำหรับบางคน เพราะดาวมฤตยูมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเป็นด้านลบมากกว่าด้านบวก ดังนั้นแม้ว่าดาวราหูจะย้ายเข้ามาในราศีพฤษภ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนราศีพฤษภหรือพิจิกทุกคนจะเจอการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงหรือสิ่งไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าในดวงชะตานั้นมีดาวติดฆาตหรือมีดาวบาปพระเคราะห์มาทับกับดาวมฤตยูหรือไม่ เพราะดาวมฤตยูในบางครั้งแทบจะไม่ส่งผลอะไรเลยถ้าไม่มีการกระทบจากดาวอื่นๆในดวงชะตาเดิม
สรุปว่า คนที่ได้รับผลกระทบจากดาวมฤตยูอย่างหนัก มักจะเป็นผู้ที่ดวงตก หรือมีดาวติดฆาตและดาวบาปพระเคราะห์เช่น อังคาร เสาร์ หรือราหูมาทำมุมร่วมกับมฤตยู ผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะรุนแรงกว่าปกติ เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเล็กน้อยกลายเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงถึงขั้นผ่าตัดใหญ่ หรืออาจจะมีอาการป่วยร้ายแรงขึ้นจนทำให้เสียชีวิตได้ในบางกรณี อย่างเช่นคนที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคหัวใจหรือเส้นเลือดอุดตัน หากเกิดในช่วงที่ดาวมฤตยูโคจรมากระทบอาจทำให้อาการแย่ลงและเสียชีวิตได้ทันที
ดังนั้นคนทั่วไปไม่ต้องตกใจเกินไปเกี่ยวกับการโคจรของดาวมฤตยู แต่คนที่ควรระวังจริงๆ คือคนที่อาจจะเจ็บป่วยอย่างหนัก มีปัญหาธุรกิจ คดีความ หรือคนที่เคยทำสิ่งไม่ดีแล้วถูกเปิดเผยหลังวันที่ 8 มีนาคม เตรียมตัวรับมือได้เลยว่าผลกระทบจะรุนแรงกว่าปกติและอาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดคิด
ดาวบาปพระเคราะห์อย่าง ดาวเสาร์ จะกระทบกับราศีใด และมีผลอย่างไร?
โหรวสุทำนายว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ดาวเสาร์ได้โคจรเข้าสู่ราศีกุมภ์แล้ว ซึ่ง ดาวเสาร์ถือเป็นดาวใหญ่ที่มีความสำคัญมาก และส่งผลอย่างมากต่อดวงชะตาของทั้งบุคคลและดวงเมือง ดาวเสาร์จะโคจรในแต่ละราศีเฉลี่ยประมาณ 2 ปี จึงสังเกตได้ว่าคนที่ดวงตกหนักเกิน 1 ปี ส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลจากดาวเสาร์ที่ทับหรือเล็งดาวบาปพระเคราะห์ในดวงชะตาของพวกเขา
การโคจรของดาวเสาร์ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบหลักๆ ต่อราศีดังนี้
ราศีมังกร
ดาวเสาร์เป็นดาวประจำตัวของราศีมังกร โคจรไปข้างหน้าอย่างปกติ ส่งผลให้คนราศีมังกรที่อาจรู้สึกเบื่อหน่าย หรือขาดแรงบันดาลใจในการทำงานในปีที่ผ่านมา เริ่มกลับมามีพลังและไฟในการทำงานอีกครั้ง การโคจรของดาวพฤหัสช่วงหลังเดือนเมษายนจะส่งผลดีให้กับชาวมังกร ถ้าเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ย้ายงาน หรือทำธุรกิจในปีนี้ จะประสบความสำเร็จและผลดีในเรื่องการเงินจะต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ปี
ราศีกุมภ์
ราศีกุมภ์ได้รับอิทธิพลจากดาวเสาร์ที่ทับลัคนา ซึ่งถ้าเป็นราศีอื่นๆ อาจหมายถึงช่วงดวงตกหนัก แต่เพราะดาวราหูที่เป็นดาวประจำตัวของราศีกุมภ์ถือเป็นดาวที่เข้ากันได้ดีกับดาวเสาร์ ทำให้ผลกระทบไม่รุนแรงมาก ดวงไม่ได้ตกหนัก แต่อาจมีปัญหาเก่ากลับมา หรือมีคนพูดไม่ดีใส่ แต่สุดท้ายราศีกุมภ์มักจะได้รับโชคลาภ หรือได้เห็นตัวตนของคนรอบข้างว่าใครคือมิตรแท้ หรือศัตรูตัวจริง ซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้า คนราศีกุมภ์จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่นและผลประโยชน์ที่ดีตามมา
ราศีสิงห์
ราศีสิงห์โดนดาวเสาร์โคจรมาเล็งลัคนา ทำให้ช่วงนี้มีอุปสรรคและดวงตกบ้าง แต่โชคดีที่เดือนเมษายน ดาวพฤหัสจะโคจรเข้าสู่มุมศุภะ ส่งผลให้ได้รับความช่วยเหลือไม่ถึงกับตกต่ำมากนัก อย่างไรก็ตาม คนราศีสิงห์ต้องระวังความใจร้อนและผลกรรมเก่าที่อาจย้อนกลับมา เช่น หากเคยพูดจารุนแรงในปีที่ผ่านมา ปีนี้อาจเจอคดีฟ้องหมิ่นประมาท หรือคนที่ไม่ยอมจ่ายหนี้อาจถูกฟ้องทวงหนี้ได้
ราศีมีน
ราศีมีนจะได้รับผลกระทบจากดาวเสาร์ในมุมวินาศ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ส่งผลมากนัก แต่จริงๆ แล้วคนราศีมีนได้รับผลกระทบจากราหูมาตั้งแต่ปี 2565 แล้ว ทำให้เกิดปัญหาทางการเงิน และทำผิดพลาดจนเสียทรัพย์มาโดยตลอด เมื่อดาวเสาร์โคจรมาจ่อในมุมวินาศแบบนี้ ทำให้ลัคนาของราศีมีนถูกล้อมทั้งหน้าหลังด้วยดาวเสาร์และราหู ซึ่งเป็นดาวคู่มิตรที่มีพลังบาปพระเคราะห์ หากไม่ระมัดระวังในปีนี้ การทำผิดพลาดอาจทำให้ธุรกิจถึงขั้นล้มละลายได้ หากไว้ใจคนไม่ดี ก็อาจโดนหักหลังหรือโดนคนที่เคยสร้างศัตรูไว้มากๆ นินทาและหักหลังได้ รวมถึงนักการเมืองราศีมีนที่อาจเจอปัญหาการลาออกจากตำแหน่ง หรือสูญเสียอำนาจจากตำแหน่งเดิม พร้อมกับคดีการเมืองย้อนหลังตามมา
(โดยเฉพาะนักการเมืองราศีมีนที่อยู่ในตำแหน่งมาเกิน 8 ปี แล้วดื้อดึงไม่ยอมออกจากตำแหน่ง ยังใช้คำพูดเสียๆ ด่าคน และหลงตัวเองไม่รู้ว่าทำอะไรผิด พอเจอดาวโคจรแบบนี้มักจะไม่ได้กลับมารับตำแหน่งเดิมหรืออาจเสียตำแหน่งไปเลย และถ้าพอไม่มีคนคอยอวยเหมือนก่อน จะเหลือแค่คนที่จ้องเช็คบิลเอาคืน ลูกน้องหักหลังจะไม่เหลือใครคอยช่วยเหลือ แล้วตอนนั้นจะรู้สึกเสียดายและไม่มีใครมาสมน้ำหน้า ไม่ควรโทษใครนอกจากตัวเอง)
