
การบอกบุญคือการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำบุญ เปรียบเสมือนการชี้แนะเส้นทางให้ผู้อื่นได้สร้างความดี หากเขาทำดี เราก็จะได้รับส่วนแบ่งบุญนั้นด้วย แต่การบอกบุญนั้นก็ต้องไม่ใช่แค่การพูดบอกไปเรื่อยๆ โดยไม่ลงมือทำเอง การบอกบุญที่ไม่ทำอะไรเลยมันเหมือนยืมบุญคนอื่นมาหายใจตลอดเวลา
มาดูกันว่าเราควรบอกบุญอย่างไรให้เราได้บุญ? หมอปลาย พรายกระซิบ หรือ ภิกษุณีสุทัสสนา จะมาอธิบายให้เราฟัง
1. บอกแบบไม่กดดัน ไม่ต้องไปเร่งรัด
การบอกบุญไม่ควรไปบังคับหรือเร่งรัด ควรให้เขาเลือกด้วยความสมัครใจ ไม่ควรไปตื๊อหรือกดดันให้ทำ ปลายเห็นหลายคนทำแบบนี้ แม้ว่าจะตั้งใจดี อยากให้เขาได้บุญ แต่บุญที่เกิดจากความรู้สึกรำคาญใจจะเหลือบุญจริงแค่ไหนกันล่ะ?
2. บุญดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน
ถ้าเรามีเงิน 100 บาท ต้องใช้ให้ครบทั้งอาทิตย์ แต่เราต้องการทำบุญเลย ใส่ไปเต็มกระเป๋า 100 บาท แล้วที่เหลือก็ต้องขอทานยืมเงินจากคนอื่น หรือขอข้าวกิน บุญที่ทำไปอาจจะได้ แต่ที่ตามมาคือบาปเพราะทำให้ตัวเองเดือดร้อน
3. การทำบุญไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป แค่ใช้แรงกายก็พอ
แค่โพสต์ แชร์ หรือคอมเมนต์ในเชิงบวกเกี่ยวกับงานบุญ ก็ถือว่าเป็นการทำบุญได้แล้ว คิดง่ายๆ ถ้าเห็นคนโพสต์ขอบริจาคเลือดกรุ๊ปหายาก แล้วเราแชร์ต่อไปให้คนอื่นเห็น คนที่ต้องการเลือดก็ไปบริจาค ถือว่าเราได้ทำบุญ และได้อานิสงส์บุญอย่างเห็นได้ชัด
4. บุญเริ่มต้นจากใจเรา
ดังนั้นเมื่อเราบอกบุญไปแล้ว หากเขาไม่ทำบุญก็ไม่ได้หมายความว่าเราทำภารกิจไม่สำเร็จ เราได้ส่งต่อความปรารถนาดีไปแล้ว ส่วนเขาจะเลือกทำหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ทำแล้วเราจะไม่ได้บุญ ดังที่ปลายกล่าวไว้ว่า เมื่อบอกบุญไปแล้ว บุญก็ได้เกิดขึ้นกับเราแล้ว
สรุปง่ายๆ การบอกบุญเพื่อให้ได้บุญ คือ การบอกด้วยความปรารถนาดี ไม่ใช่การบังคับให้ทำบุญ เขาจะทำมากหรือน้อย หรือทำด้วยวิธีใด เป็นสิทธิ์ของเขาเอง เราก็แค่ยินดีว่าเขามีใจจะทำบุญ แค่นี้ก็ถือว่าเราได้รับบุญแล้ว ใครที่ได้อ่านบทความนี้แล้วเกิดอยากทำบุญ ก็ถือว่าเราบอกบุญไปแล้ว สาธุ สาธุ สาธุ
