พญานาค
คำว่า 'พญานาค' ถือกำเนิดมาจากยุคโบราณ หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับคำนี้ ไม่ทราบลักษณะของมันจริงๆ หรือมีจริงหรือไม่ รวมถึงว่ามันมีความสัมพันธ์กับพญาครุฑหรือไม่ วันนี้ Mytour ออนไลน์ จะพาทุกคนไปหาคำตอบเกี่ยวกับความเชื่อและตำนานของพญานาคว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตอย่างไร และมีความสำคัญในทางใด

พญานาค หรือที่เรียกกันว่า 'นาค' ในภาษาอังกฤษคือ King of Nagas เป็นสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญในความเชื่อของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักจะมีรูปร่างเหมือนงูขนาดใหญ่ที่มีหงอนเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งยังเชื่อมโยงกับบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล โดยลักษณะของพญานาคแต่ละภูมิภาคอาจแตกต่างกันไป เช่น สีทอง ตาสีแดง หรือสีเขียว สีดำ และบางทีก็มีถึง 7 สีเหมือนสีรุ้ง
พญานาคในตระกูลธรรมดามักมีเศียรเดียว แต่หากเป็นพญานาคในตระกูลสูงจะมีเศียรเพิ่มขึ้น เช่น สามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียร หรือเก้าเศียร ซึ่งเชื่อกันว่าเหล่านี้คือเชื้อสายของพญาเศษนาคราช (อนันตนาคราช) ที่เป็นผู้ปกครองเกษียรสมุทร และยังเชื่อว่าพญานาคสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ที่มีรูปร่างสวยงามได้
พญานาคถือเป็นเจ้าผู้ครองท้องน้ำ บางตำนานกล่าวว่าเป็นเจ้าแห่งฟ้า พญานาคในระดับสูงเกิดขึ้นแบบโอปปาติกะ เป็นผู้ปกครองที่มีอำนาจ พญานาคจะอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำ หนอง คลอง หรือแม้แต่ในอากาศ และยังเชื่อว่าไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา อีกทั้งความเชื่อเรื่องพญานาคเริ่มต้นจากประเทศอินเดียในชมพูทวีป
ตำนานพญานาค
จากเกร็ดความรู้ในทรูปลูกปัญญาเกี่ยวกับพญานาคในพระพุทธศาสนา ได้ระบุว่า ตำนานพญานาคมีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพญานาค ในมหากาพย์มหาภารตะ พญานาคถือเป็นศัตรูของพญาครุฑ ขณะเดียวกันในพุทธประวัติก็มีการเล่าถึงพญานาคหลายตอน ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวบ้านเชื่อว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และมีการพบรอยพญานาคปรากฏตัวในทุกวันออกพรรษา รอยนั้นมีลักษณะคล้ายกับรอยของงูขนาดใหญ่
การเกิดพญานาคมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่
1. เกิดแบบโอปปาติกะ ที่เกิดแล้วโตทันที
2. เกิดแบบสังเสทชะ ซึ่งเกิดจากเหงื่อไคลหรือสิ่งหมักหมม
3. เกิดแบบชลาพุชะ ซึ่งเกิดจากครรภ์
4. เกิดแบบอัณฑชะ ซึ่งเกิดจากฟองไข่

ตระกูลของพญานาค
พญานาคส่วนใหญ่ถือเป็นเจ้าผู้ปกครองงูและอยู่ในฝ่ายสุคติภูมิในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พญานาคแบ่งออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่
1. ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคที่มีสีทอง
2. ตระกูลเอราปถ พญานาคที่มีสีเขียว
3. ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคที่มีสีรุ้ง
4. ตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคที่มีสีดำ
ความเชื่อเรื่องพญานาคในภาคต่างๆ ของประเทศไทย
ภาคเหนือ
ตามข้อมูลจากคุณจีระพงษ์ โคตรชมภู กล่าวถึงตำนานสิงหนวัติ ซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของภาคเหนือว่า “เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติพาผู้คนจากทางเหนือมา พญานาคได้แปลงกายมาช่วยบอกที่ตั้งเมืองใหม่และขอให้ปกครองตามทศพิธราชธรรม เมื่อกลางคืนมาถึง พญานาคก็ขึ้นมาช่วยสร้างคูเมือง ซึ่งกลายเป็นเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาได้ยกทัพไปปราบเมืองอื่นจนรวมดินแดนกลายเป็นแคว้นโยนกนคร และกลายเป็นต้นวงศ์ของพญามังราย ผู้ก่อตั้งอาณาจักรล้านนา”
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้คนในบริเวณลุ่มน้ำโขงเชื่อว่าแม่น้ำโขงเกิดจากการเคลื่อนไหวของพญานาค อีกทั้งยังมีประเพณีบั้งไฟพญานาค ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในภาคอีสาน ตำนานเล่าว่าในวันออกพรรษา พญานาคในแม่น้ำโขงต่างดีใจ จึงจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อถวายเป็นการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังเชื่อว่าพญานาคเป็นเจ้าผู้ให้กำเนิดน้ำ ดังนั้นการทำพิธีแรกไถนาในภาคอีสานจะต้องเลือกวันเวลาที่เหมาะสมและทิศทางในการขับเคลื่อนเพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรค และบั้งไฟพญานาคที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขงในวันออกพรรษานั้น มักจะเห็นได้ในอำเภอโพนพิสัย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “บั้งไฟพญานาค”

พญานาคในประติมากรรมไทย
ในงานประติมากรรมไทย พญานาคเป็นสัญลักษณ์ที่พบได้บ่อย ทั้งในจิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถาปัตยกรรมของวัดและอาคารที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และศาสนา ซึ่งสะท้อนถึงคติความเชื่อที่ว่า พญานาคเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และความคู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง
ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าพญานาคมีจริงหรือไม่ แต่ถ้าความเชื่อนั้นช่วยให้เรามีความสุขและดำเนินชีวิตได้อย่างมีสติ โดยไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ความเชื่อนั้นก็ไม่ถือว่าผิด และยังช่วยให้เราเข้าใจเกี่ยวกับพญานาคได้ดี ซึ่งเป็นความรู้อีกทางหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น
ที่มา : https://sites.google.com/site/yjuryueuymju/prawati-khxng-phyanakh
https://www.trueplookpanya.com/blog/content/69711/-dhart-
