ศาลพระภูมิ เกิดจากการผสมผสานระหว่างแนวคิดทาง ศาสนา พิธีกรรม และความเชื่อของศาสนาพราหมณ์และฮินดู ซึ่งเน้นการเคารพบูชาเทพเจ้า แม้ว่าประเทศไทยจะนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก แต่อิทธิพลของศาสนาพราหมณ์และฮินดูก็แพร่หลายอย่างมาก ก่อนที่จะตั้งศาลพระภูมิในบ้าน ควรศึกษาขั้นตอนและวิธีการตั้งศาลให้ถูกต้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและดึงดูดพลังศักดิ์สิทธิ์จากศาลพระภูมิในการปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัยในบ้าน

ศาลพระภูมิคือสถานที่บูชาสำหรับวิญญาณ พระภูมิเจ้าที่ หรือเทวดา มักพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย ลาว และกัมพูชา ลักษณะของศาลพระภูมิเป็นบ้านหรือวิหารเล็กๆ ตั้งอยู่บนเสาเดี่ยวหรือปะรำที่ทำจากปูนหรือไม้ ตั้งอยู่ในจุดมงคลตามความเชื่อ ซึ่งกำหนดโดยพราหมณ์ โดยมักอยู่ริมรั้วหรือมุมบ้าน บางบ้านอาจมีศาลพระภูมิมากกว่าหนึ่งหลัง ศาลพระภูมิมีเสาเดียวและต้องตั้งอย่างถูกต้องตามพิธีกรรม ในความเชื่อเกี่ยวกับพระภูมิ ต้องบวงสรวงท้าวมหาราชทั้งสี่ซึ่งดูแลพื้นที่บนโลกและส่งพระภูมิเทวามาปกป้องผู้อยู่อาศัย (ท้าวมหาราชทั้งสี่ประกอบด้วย "ท้าวธตรฐ" มีคนธรรพ์เป็นบริวาร, ท้าววิรุฬหกะ มีกุมภัณฑเทวดาเป็นบริวาร, "ท้าววิรูปักษ์" มีนาคเป็นบริวาร, และ "ท้าวเวสวัณหรือท้าวเวสสุวัณ" มียักษ์เป็นบริวาร)
วิธีแยกความแตกต่างระหว่างศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่คือ ศาลพระภูมิจะมีเสาเดี่ยวและสูงกว่า ในขณะที่ศาลเจ้าที่หรือศาลตา-ยายจะมีสี่เสาและความสูงต่ำกว่า เมื่อหันหน้าเข้าหาศาล ศาลพระภูมิจะอยู่ทางซ้ายมือและศาลเจ้าที่จะอยู่ทางขวามือ สามารถเลือกตั้งศาลพระภูมิหรือศาลเจ้าที่เพียงอย่างเดียว หรือตั้งทั้งสองศาลก็ได้ เนื่องจากทั้งสองศาลทำหน้าที่คล้ายกันในการดูแลพื้นที่และผู้อยู่อาศัย แต่ศาลพระภูมิมีพลังมากกว่าเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเทพ การจุดธูปบูชาศาลพระภูมิใช้ธูปห้าดอก ส่วนศาลเจ้าที่ใช้เพียงหนึ่งหรือสามดอก
ศาลเจ้าที่มักเป็นที่สถิตของวิญญาณที่คุ้มครองบ้านเรือน เช่น บรรพบุรุษ เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าที่เจ้าทาง ลักษณะของศาลเจ้าที่มักเป็นเรือนไทยจำลองที่มีสี่หรือหกเสา การบูชาศาลพระภูมิและศาลตา-ยายทำได้ด้วย พวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องสังเวย เพื่อถวายแด่พระชัยมงคลในศาลพระภูมิและวิญญาณในศาลตา-ยาย การบูชานี้มักทำก่อนพิธีกรรมหรือตามความเชื่อของแต่ละบ้าน ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่เปรียบเสมือนบ้านที่อยู่อาศัย จึงไม่ควรปล่อยให้ชำรุดหรือเก่าเกินไป รวมถึงตุ๊กตาตัวแทนพระชัยมงคล ตา-ยาย คนรับใช้ นางรำ ช้างม้า ควรดูแลทำความสะอาดและเปลี่ยนใหม่เมื่อจำเป็น พร้อมบูชาด้วยธูปเทียน ดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องสังเวยตามโอกาส

บทสวดขอขมาพระภูมิ
อิติสุขะโต อะระหังพุทโธ นะโม พุทธายะ ปฐวีคงคา พระภูมิเทวา ขะมามิหัง
เริ่มด้วยการสวดนะโม 3 จบ จากนั้นท่องบทสวดขอขมาพระภูมิ เพื่อเตรียมทำความสะอาดศาลหรือเปลี่ยนเครื่องบูชาที่ชำรุดเสียหาย
บทสวดบูชาพระภูมิ
ยัสสามุสสะระเณนาปิ อันตะลิกเขปิปาณิโน ปะติฎฐะมะธิคัจฉันติ ภูมิยังวิยะ สัพพะทา สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิสัมภะวา คะณะนาณะจะ มุตตานัง ปะริตตันตัม ภะณามะเหฯ

บทสวดบูชาพระภูมิ (อีกหนึ่งบท)
ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง ยัมหิ เจวานุยุญชันโต รัตตินทิวะ มะตันทิโต สุขัง สุปะติ สุตโต จะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ เอวะมาทิ คุณูปเปตัง ปะริตตันตัม ภะณามะเหฯ
หากบูชาศาลพระภูมิประจำบ้านด้วยบทสวดนี้ทุกวัน จะนำมาซึ่งสิริมงคลและโชคลาภ หากสวดให้ครบตามจำนวนวันจะยิ่งเสริมพลังให้ดียิ่งขึ้น (หากไม่มีเวลาสวดเพียงวันละ 1 จบก็ได้) พร้อมเครื่องบูชาเช่นดอกไม้สด พวงมาลัย และธูปเทียน จะช่วยให้ชีวิตมีความสุขและเจริญรุ่งเรือง
วันอาทิตย์ สวด 6 จบ
วันจันทร์ สวด 15 จบ
วันอังคาร สวด 8 จบ
วันพุธ สวด 17 จบ
วันพฤหัสบดี สวด 19 จบ
วันศุกร์ สวด 21 จบ
วันเสาร์ สวด 10 จบ
บทถวายเครื่องสังเวยแด่พระภูมิ
นะโม เม ชะยะมังคะลัง ภูมิเทวานัง สักการะวันทะนัง สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง โภชะนานัง สาลีนัง สะปะริวารัง อุทะกัง วะรัง อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา หิตายะ สุขายะ สันติเทวา มะหิทธิกา เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ อาโรคะเยนะ สุเขนะ จะ .
การบูชาพระภูมิไม่ควรใช้เครื่องสังเวยเดิมซ้ำๆ ควรหมุนเวียนเปลี่ยนใหม่ทุกเดือนตามความเหมาะสม เพื่อเสริมสิริมงคลและดึงดูดโชคลาภ ปัดเป่าภัยพิบัติ และนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง
เดือนอ้าย เดือนยี่
เจ้ากรุงพาลีแปลงกายเป็นนาคราช ควรถวายเครื่องสังเวยที่เป็นของคาว เพื่อเสริมสร้างเกียรติยศและชื่อเสียงที่โด่งดัง
เดือน 3 เดือน 4
เจ้ากรุงพาลีแปลงร่างเป็นครุฑ ควรถวายของสดและของคาว เช่น กุ้งพล่าและปลายำ เพื่อดึงดูดโชคลาภและปัดเป่าเคราะห์ร้าย นำมาซึ่งความสุขความเจริญ
เดือน 5 เดือน 6
เจ้ากรุงพาลีแปลงกายเป็นยักษ์ที่มีพลังดุร้าย ควรถวายของสดและของคาว เช่น กุ้งพล่า ปลายำ เนื้อหมู เนื้อวัว หรือของคาวอื่นๆ พร้อมปูศาลด้วยผ้าแดงเพื่อให้ท่านพอใจ
เดือน 7 เดือน 8
เจ้ากรุงพาลีแปลงร่างเป็นพราหมณ์รูปงาม ควรงดเว้นเนื้อสัตว์และของคาวทุกชนิด ใช้ผ้าขาวปูศาลและถวายเครื่องสังเวยที่เป็นมังสวิรัติ
เดือน 9 เดือน 10
เจ้ากรุงพาลีแปลงกายเป็นราชสีห์ ชื่นชอบของสดและของคาว เครื่องสังเวยคล้ายเดือน 5-6 พร้อมปูศาลด้วยผ้าเหลือง เพื่อเสริมสร้างโชคลาภและสมหวังในทุกประการ
เดือน 11 เดือน 12
เจ้ากรุงพาลีแปลงกายเป็นช้าง ควรถวายหญ้าแพรกและหญ้าปล้องอย่างละ 7 ต้น พร้อมปูศาลด้วยผ้าดำ เพื่อเสริมสร้างโชคลาภและความสุข ห้ามถวายของคาว
(โปรดตรวจสอบเดือนตามปฏิทินของแต่ละปี)
บทสวดลาเครื่องสังเวยพระภูมิ
อายันตุ โภนโต อิธะ ทานะสีละ เนกขัมมะปัญญา สะหะ
วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐานะ เมตตุเปกขายุทธายะโว ทิสสา วินะติ อะเสสะโต.

บทสวดขอพรจากพระภูมิ
สิโรเม ขอเดชะพระภูมิเทวารักษาที่ได้รับพรจากเจ้ากรุงพาลี ขอประทานความสุขความเจริญแก่(ระบุชื่อผู้ขอ) ให้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทองและข้าวของเครื่องใช้ พร้อมด้วยครอบครัวและลูกหลานที่รุ่งเรือง เป็นที่สรรเสริญของสาธุชน ขอให้โชคดีมีชัยตลอดไป
ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ที่ถอนแล้วหรือชำรุดเสียหาย รวมถึงตุ๊กตาตัวแทนพระชัยมงคล ตา-ยาย คนรับใช้ นางรำ และช้างม้า มักถูกนำไปไว้ที่วัดหรือทิ้งตามทางแยก
วิธีการบูชาศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่
การไหว้ศาลพระภูมิ: ใช้ธูป 9 ดอก เทียน ดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องสังเวย
การไหว้ศาลเจ้าที่: ใช้ธูป 7 ดอก เทียน ดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องเซ่นสังเวยอย่างน้อยปีละครั้ง
หมายเหตุ: การตั้งศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรศึกษาหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น พราหมณ์หรือผู้ประกอบพิธี เพื่อเสริมสร้างความสุข โชคลาภ และความเจริญในชีวิต หากมีศาลอยู่แล้ว ควรดูแลและสักการะด้วยธูปเทียน ดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องสังเวยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมพลังความเชื่อและศรัทธา
