เลข 23 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้บอกจำนวนหรือลำดับทางคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีศาสตร์และความเชื่อมากมายที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขนี้ การตีความตัวเลขนี้มีรากฐานมาจากการศึกษาข้อมูลตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเชื่อว่าตัวเลขทุกตัวสามารถสื่อความหมายและเชื่อมโยงกับสรรพสิ่งในโลกได้ รวมถึงเลข 23 ด้วย
มีการอ้างถึงงานเขียนของ Archbishop Ussher บาทหลวงระดับศาสนาจารย์ในศตวรรษที่ 17 ซึ่งระบุว่าโลกถูกสร้างขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม 4004 ปีก่อนคริสตกาล นอกจากนี้ เลข 23 ยังปรากฏในความเชื่อเกี่ยวกับวันสิ้นโลกตามปฏิทินชาวมายัน ที่ทำนายไว้ว่าวันที่ 23 เดือน 12 ค.ศ.2012 จะเป็นวันสิ้นโลก
นอกจากความเชื่อด้านบวกแล้ว ยังมีความเชื่อด้านลบที่เชื่อมโยงเลข 23 กับสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เมื่อแยกเลข 23 เป็นเลขโดดและนำมาหารกัน จะได้ผลลัพธ์เป็น 0.666 ซึ่งสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องเลข 666 สัญลักษณ์ของซาตาน ตามคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ เลข 666 ถูกเรียกว่าเป็นเลขของปีศาจหรือสัตว์ร้าย (number of the beast) และมีการตีความหลายรูปแบบ บ้างเชื่อว่าเป็นเลขที่แทนชื่อของผู้ต่อต้านพระเจ้า บ้างก็ว่าเลขนี้จะปรากฏบนมือขวาและหน้าผากของผู้ต่อต้านพระเจ้า นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่ว่าเลข 23 เป็นลางบอกเหตุแห่งความหายนะ เรียกว่า 23 enigma ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมในอเมริกาช่วงทศวรรษ 60-70
Sarakadee Lite ขอชวนคุณมาค้นหาความหมายและความเชื่อเกี่ยวกับเลข 23 ทั้งในแง่ดี แง่ร้าย ความเชื่อโชคลาง ไปจนถึงการกำเนิดโลกและสัญญาณเตือนภัยที่อาจอยู่เหนือกฎธรรมชาติของโลกเรา

โครโมโซม 23 คู่ ความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และคัมภีร์ไบเบิล
ในปี ค.ศ.1882 วอลเทอร์เฟลมมิง (Walther Flemming) ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ค้นพบว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายมนุษย์ปกติประกอบด้วยโครโมโซม 23 คู่ หรือ 46 แท่ง โดยโครโมโซมแต่ละคู่ของลูกจะได้รับมาจากพ่อและแม่ สิ่งที่น่าสนใจคือ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่มีโครโมโซม 23 คู่ (ลิงมี 24 คู่ ส่วนกบมีมากถึง 26 คู่)
ความสำคัญของเลข 23 ในทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการกำเนิดมนุษย์นั้นสอดคล้องกับความเชื่อทางศาสนาอย่างน่าประหลาดใจ จากบันทึกของ Josephus นักประวัติศาสตร์ชาวยิวในศตวรรษที่ 1 ระบุว่าอดัมและอีฟ บรรพบุรุษของมนุษย์คู่แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้น มีลูกสาวรวมทั้งหมด 23 คน ทำให้เลข 23 ถูกเชื่อมโยงกับการกำเนิดของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม บางความเชื่อก็ให้ความหมายของเลข 23 ในทางลบว่าเป็นสัญลักษณ์ของความตาย ในขณะที่เลข 46 ซึ่งเกิดจาก 23 คูณ 2 กลับถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนชีพและการกำเนิดใหม่

Psalm 23 ตัวเลขแห่งความหวังและศรัทธา
“เพลงสดุดี 23” หรือ “Psalm 23” เป็นตัวแทนของเลข 23 ในแง่บวก ซึ่งสื่อถึง ความหวังและความศรัทธา โดย “Psalm 23” เป็นหนึ่งในบทที่มีชื่อเสียงที่สุดในคัมภีร์ไบเบิล บทนี้เป็นร้อยแก้วที่มักถูกอ่านในพิธีศพของชาวคริสเตียนและยิว เพื่อส่งวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่ดินแดนของพระเจ้า และเพื่อปลอบโยนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ บทเพลงนี้มีท่วงทำนองและภาษาที่ไพเราะ เนื่องจากมีต้นกำเนิดมาจากบทเพลงที่กษัตริย์เดวิดทรงประพันธ์เพื่อร้องคลอไปกับการเล่นพิณฝรั่ง (ฮาร์ป) ในเวลาต่อมา Psalm 23 มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการวรรณกรรมและดนตรีในโลกตะวันตก และยังเป็นต้นแบบของกวีนิพนธ์แบบร้อยแก้วหรือกลอนเปล่า
เนื้อหาที่น่าสนใจในคัมภีร์ไบเบิลตอนเพลงสดุดี 23 (ซึ่งมีทั้งหมด 150 บท โดยเพลงสดุดีผู้เลี้ยงแกะ Psalm 23 เป็นบทที่ 23) ได้กล่าวสรรเสริญผู้เลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นคำพรรณนาที่เต็มไปด้วยอารมณ์และจังหวะของถ้อยคำ สร้างสุนทรียะขณะฟัง และเปลี่ยนความสิ้นหวังให้กลายเป็นความหวัง มีการเอ่ยพระนามของพระเจ้า ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพระองค์ที่จะนำทางมนุษย์ไปสู่สวรรค์ ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์อันเป็นนิรันดร์ โดยผู้ที่กล่าวถ้อยคำนี้คือกษัตริย์ดาวิดแห่งอาณาจักรโซโลมอน (อาณาจักรโบราณของชาวอิสราเอล)
คำว่า Psalm มีรากศัพท์มาจากภาษาฮีบรู หมายถึงบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อขับร้องคลอไปกับการเล่นพิณสายหรือฮาร์ป ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่แทนเสียงอันไพเราะจากสรวงสวรรค์ ตัวอย่างถ้อยคำจาก “เพลงสดุดี 23” ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลภาษาไทย
“พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้านอนลงในทุ่งหญ้าเขียวขจี พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปยังน้ำแห่งความสงบ”
พระองค์ทรงฟื้นฟูจิตใจของข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางแห่งความชอบธรรม เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์”
ท่วงทำนองของถ้อยคำและการใช้โวหารที่สร้างอารมณ์สะเทือนใจให้กับผู้อ่านหรือผู้ฟัง จนนำไปสู่ความหวังนั้น ถือเป็นต้นแบบที่ส่งอิทธิพลต่อการเขียนบทกวีแบบกลอนเปล่าและวรรณคดีภาษาอังกฤษ บทวิเคราะห์โดย Carol Rumens (ในหนังสือพิมพ์ดิ อินดิเพนเดนต์ปี ค.ศ.2011 ในโอกาสครบรอบ 400 ปีของการตีพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลฉบับพระเจ้าเจมส์) ยกย่องเนื้อหาในตอน Psalms ของคัมภีร์ไบเบิลว่าเป็นต้นแบบของกวีกลอนเปล่าแบบอเมริกัน (freeverse) ซึ่งส่งอิทธิพลต่อนักเขียนและกวีชื่อดังในศตวรรษที่ 20 เช่น วอลต์ วิทแมน และเฮอร์มาน เมลวิลล์ (Herman Melville)

XXIII ตัวเลขโรมัน 23 และการลอบสังหารซีซาร์
จูเลียส ซีซาร์ จักรพรรดิโรมันผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์ เป็นผู้กำหนดให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันแรกของปีในปฏิทิน นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่เชื่อมโยงจูเลียส ซีซาร์กับเลขอาถรรพ์ 23 โดยมีการอ้างว่าเมื่อจูเลียส ซีซาร์ถูกลอบสังหาร เขาถูกแทงจากด้านหลังทั้งหมด 23 ครั้ง ทำให้ตัวเลข 23 ที่นิยมเขียนในรูปแบบโรมันเป็น XXIII แทนที่จะเป็นเลขอารบิก
นอกจากเหตุการณ์การลอบสังหารซีซาร์แล้ว เลขโรมัน XXIII ยังเป็นหนึ่งในลายสักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ข้อมูลจากสตูดิโอสักลายในอเมริกา www.tattooartfromtheheart.com ระบุว่าเลขโรมัน XXIII เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ต้องการสื่อถึงความเมตตาและความเอื้ออาทร การช่วยเหลือผู้อื่น และเนื่องจากเลขโรมันชุดนี้มี 5 อักขระ ผู้สักหลายคนจึงมักเลือกให้ตัวเลขทั้งห้าเรียงติดกันโดยไม่มีช่องว่าง

ภาพ : Jewish Museum
เลข 23 และการตายของหญิงชั่วร้ายในคัมภีร์ไบเบิล
ในคริสต์ศาสนา มีเรื่องราวของ เจซเซเบล หรือ เยเซเบล (Jezebel) หญิงงามที่เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย เจซเซเบลเป็นเจ้าหญิงจากดินแดนไทร์ (ปัจจุบันคือเลบานอน) ที่แต่งงานกับกษัตริย์อาหับ (Ahab) แห่งอิสราเอล หลังจากขึ้นเป็นราชินี เธอได้นำความเชื่อดั้งเดิมของเธอในการบูชาเทพ Baal เทพเจ้าแห่งสายฟ้าและลมฟ้าอากาศ รวมถึงเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวของชาวอิสราเอลในเวลานั้น
การนับถือเทพเจ้าที่แตกต่างของเจซเซเบล ทำให้เธอใช้อำนาจในการกำจัดฝ่ายตรงข้าม จับพระและผู้นำพิธีกรรมที่ศรัทธาในพระเยโฮวาห์สังหารเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดสงครามระหว่างราชินีเจซเซเบลกับผู้นำศาสนาของพระเยโฮวาห์
ความเชื่อในศาสนาที่นับถือพระเจ้าองค์เดียว เช่น ศาสนายิว อิสลาม และคริสต์ ห้ามการผิดประเวณีและการบูชารูปเคารพหรือเทพเจ้าหลายองค์ ในขณะที่ความเชื่อของเยเซเบลให้ความสำคัญกับพลังธรรมชาติและการกำเนิด พิธีกรรมบางอย่างรวมถึงการเซ่นไหว้อาหารและการสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ขัดกับหลักคริสต์ ซึ่งตามคัมภีร์ไบเบิลถือเป็นบาป
เรื่องราวของเยเซเบลในฐานะหญิงร้ายถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โทราห์ของศาสนายิวและต่อเนื่องในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ กลายเป็นที่มาของคำว่า Jezebel Spirit ซึ่งหมายถึงความชั่วร้ายและผิดศีลธรรม คัมภีร์ไบเบิลกล่าวถึงชื่อของเธอทั้งหมด 23 ครั้ง (www.biblestudy.org) และบทที่ทำนายการตายของเธอ ซึ่งเป็นการลงโทษผู้ละเมิดกฎของพระเจ้า ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลฉบับพระเจ้าเจมส์ ตอน 1 Kings บทที่ 21 บรรทัดที่ 23 (I Kings 21:23) มีเนื้อความว่า
“…และพระเยโฮวาห์ตรัสเกี่ยวกับเยเซเบลว่า สุนัขจะกินร่างของเธอข้างกำแพงเมืองยิสเรเอล…”
การตายของเยเซเบลทำให้เลข 23 ถูกเชื่อมโยงกับโชคชะตา นอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานศิลปะชื่อ The Death of Jezebel (ความตายของเยเซเบล) โดย กุสตาฟ ดอเร (Gustave Doré) ซึ่งเป็นภาพพิมพ์เหตุการณ์ที่เยเซเบลถูกโยนลงจากหน้าต่างหอคอยพระราชวังและถูกสุนัขกัดกินร่าง ชะตากรรมสุดท้ายของราชินีเยเซเบลตามคัมภีร์ไบเบิลเป็นผลจากข้อพิพาทเรื่องสวนองุ่นและสงครามแย่งชิงบัลลังก์ รวมถึงการบูชารูปเคารพและความเชื่อแบบลัทธิเพเกินของเธอ ที่ขัดกับหลักความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวของอิสราเอลในเวลานั้น

อาถรรพ์ของเลข 23 ในปรากฏการณ์ 23 Enigma
ปรากฏการณ์ความเชื่อเกี่ยวกับสัญญาณลึกลับและอาถรรพ์ของเลข 23 ที่เรียกว่า ทเวนตีทรี อินิกมา (23 Enigma) เริ่มแพร่หลายในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ในยุคที่สื่อมวลชนขยายขอบเขตการสื่อสารและดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก
หนึ่งในบุคคลแรกๆ ที่ใช้คำว่า 23 Enigma คือ วิลเลียม เอส เบอร์โรห์ (William S Burroughs) นักเขียนชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงจากนวนิยายอย่าง Naked Lunch ในยุค 50-60 หลังจากที่เขาสังเกตเห็นความลึกลับที่เกี่ยวข้องกับเลข 23
วิลเลียม เบอร์โรห์ หลงใหลในเลข 23 และเริ่มบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 ขณะอาศัยอยู่ในเมืองแทนเจียร์ (Tangiers) ประเทศโมร็อกโก เขาพบเหตุการณ์แรกเมื่อกัปตันเรือเฟอร์รีที่เดินทางระหว่างสเปนและโมร็อกโกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในวันที่เขาพูดคุยว่าเดินเรือมา 23 ปีโดยไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ต่อมาเบอร์โรห์อ้างว่าได้ยินข่าวเครื่องบินตกเที่ยวบินที่ 23 เส้นทางนิวยอร์ก-ไมอามี ซึ่งกัปตันชื่อคลาร์กเช่นกัน (แม้ว่าเหตุการณ์เครื่องบินตกเลข 23 จะไม่เกิดขึ้นจริงในปี 1960)
เลข 23 ที่ปรากฏในเหตุการณ์ร้ายแรงสองเหตุการณ์ติดต่อกัน ทำให้เบอร์โรห์เริ่มสนใจและหมกมุ่นกับตัวเลขนี้ตั้งแต่นั้นมา ในปี ค.ศ.1961 เขาได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นชื่อ 23 Skidoo
เบอร์โรห์ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสาธารณะคนแรกที่จุดประกายความสนใจในอาถรรพ์ของเลข 23 นักเขียนชื่อ บาร์นาบี โรเจอร์สัน ได้กล่าวถึงเขาในหนังสือ Book of Numbers: The Culture of Numbers – from 1,001 Nights to the Seven Wonders of the World ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.2013
ความหมกมุ่นในเลข 23 ของเบอร์โรห์ส่งผลต่อเพื่อนนักเขียนอีกสองคนคือ โรเบิร์ต แอนทอน วิลสัน (Robert Anton Wilson) และ โรเบิร์ต ชีอา (Robert Shea) ผลงานที่เกิดขึ้นคือนวนิยายคัลต์ไตรภาค Illuminatus! trilogy ในยุค 70 ซึ่งรวมความเชื่อจากลัทธิและกลุ่มลับต่างๆ ในอดีต เช่น ศาสนาที่นับถือเทพีเอทริส เทพีแห่งความโกลาหล ทฤษฎีสมคบคิด และกลุ่มลับอย่างฟรีเมสันและอิลลูมินาติ นวนิยายชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงและจุดกระแสความเชื่อในทฤษฎีสมคบคิด รวมถึงถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทำให้คนอเมริกันสนใจในองค์กรลับและสัญญาณลึกลับ
บุคคลมีชื่อเสียงอีกคนที่หมกมุ่นกับเลข 23 คือ จอห์น ฟอร์บส์ แนช นักคณิตศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์จากทฤษฎีเกม เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ แต่มีปัญหาสุขภาพจิตเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) ซึ่งทำให้เขามีอาการประสาทหลอนและเห็นภาพซ้ำๆ เขาถูกวินิจฉัยโรคนี้ตั้งแต่อายุ 29 ขณะทำงานเป็นศาสตราจารย์ที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT)
เลข 23 มีอิทธิพลต่อจอห์น แนช อย่างมากจนทำให้เขาหมกมุ่นและเชื่อว่ามันเป็นสัญญาณบอกเหตุ เขาเริ่มเห็นเลข 23 ซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน (นอกจากนี้เขายังตีพิมพ์งานวิชาการทั้งหมด 23 ฉบับ) เหตุการณ์แรกที่เขาระบุว่ามีอาการคือการอ้างว่าภาพถ่ายของพระสันตะปาปาจอห์นที่ 23 (Pope John XXIII) บนปกนิตยสาร Life ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน 1963 เป็นภาพใบหน้าของเขาเอง
เมื่ออายุ 60 ปี อาการป่วยของจอห์น แนช ดีขึ้น และเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ จากผลงานการพัฒนาและชีวประวัติของเขา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างภาพยนตร์เรื่อง A Beautiful Mind

สัญญาณลึกลับของ 23 Enigma ในยุคนั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์หลายเรื่องที่พูดถึงการหมกมุ่นกับเลข 23 เช่น ภาพยนตร์เยอรมันเรื่อง 23 ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1998 ตามด้วยภาพยนตร์ฮอลลีวูดแนวระทึกขวัญเรื่อง Number 23 ในปี ค.ศ. 2007 นำแสดงโดย จิม แครีย์ ซึ่งเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่หมกมุ่นกับอาถรรพ์ของเลข 23 หลังจากอ่านหนังสือชื่อ หมายเลข 23 นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์อเมริกันเรื่อง Pi ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งพูดถึงคนที่หมกมุ่นกับการตีความเลข 23 และเชื่อว่าพระเจ้าส่งสัญญาณผ่านรหัสตัวเลขนี้
ในทางการแพทย์ อาการหมกมุ่นกับตัวเลข รวมถึงอาถรรพ์ของเลข 23 และ 23 Enigma ถือเป็นอาการของโรคทางสมองที่เรียกว่า Apophenia ซึ่งสมองจะมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความคิดหรือสิ่งต่างๆ ที่อาจไม่เกี่ยวข้องกันในความเป็นจริง หรือการตีความที่ลำเอียงตามความเชื่อเดิม อาการนี้เป็นภาวะที่สมองรับรู้เฉพาะจุด (selective perception) และเลือกตีความสิ่งต่างๆ ตามความเชื่อที่ปักใจไว้ การมองเห็นหรือสะดุดกับเลขใดๆ รวมถึงเลข 23 และตีความหมายเกินจริง ก็จัดอยู่ในอาการนี้เช่นกัน
Apophenia เป็นโรคทางประสาทวิทยา มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Apophene โดยนักประสาทวิทยาชื่อ Klaus Konrad เป็นผู้ริเริ่มใช้คำนี้ เพื่ออธิบายอาการทางจิตวิทยาที่จิตใจเชื่อมโยงข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ และพยายามหาความหมายจากเหตุการณ์บังเอิญ นักจิตวิทยาใช้คำนี้เพื่ออธิบายความสามารถของมนุษย์ในการจับความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และพยายามหาความหมายจากความบังเอิญ แม้ว่าความเชื่อและความลี้ลับเหล่านี้จะไม่ถูกปฏิเสธโดยนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แต่ในปัจจุบันมีการศึกษาในสาขา Coincidence studies ที่พยายามหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความบังเอิญที่อาจมีแบบแผนและกฎเกณฑ์บางอย่าง
อ้างอิง
- https://science.howstuffworks.com/life/genetic/23-pairs-chromosomes.htm
- The Works of Josephus. Hendrickson Publishers [First AD 93, this ed.1804] Book 1, Chapter 2, verse 3 footnote
- https://www.thaipope.org/webdual/19_023.htm)
- https://www.biblestudy.org/bibleref/meaning-of-numbers-in-bible/23.html
- https://creationmoments.com/article/how-many-children-did-adam-and-eve-have/
- https://www.theguardian.com/books/booksblog/2011/feb/07/poem-of-the-week-psalm-23
- https://tattooartfromtheheart.com/tattoo-meanings/xxiii-tattoo/
- https://newchristianbiblestudy.org/bible/story/the-23rd-psalm/king-james-version/the-23rd-psalm?gclid=EAIaIQobChMIydua96ae_AIVmQVyCh2EwQEgEAAYASAAEgJpkPD_BwE
- https://otherworldlyoracle.com/jezebel-priestess-queen/
- https://www.britannica.com/biography/Jezebel-queen-of-Israel
- https://jwa.org/encyclopedia/article/jezebel-bible
- https://science.howstuffworks.com/science-vs-myth/everyday-myths/whats-fascination-with-number-23.htm
- https://www.joincake.com/blog/why-is-psalm-23-used-at-funerals/
- https://deadline.com/2019/12/the-illuminatus-trilogy-hivemind-and-brian-taylor-conspire-on-tv-series-1202805541/
- https://www.urbandictionary.com/define.php?term=law%20of%20fives
- https://interestingengineering.com/innovation/weird-and-enchanting-facts-about-the-number-23
- https://jameskwalker.co.uk/blog/the-23-enigma/
- https://th-m.iliveok.com/health/apophenia_120042i15956.html
