ย้อนกลับไปในช่วงระหว่างปี 2540-2545 มีคำที่พูดถึงกันบ่อยๆ ว่า 'สมเด็จสิบล้าน' ซึ่งต้องยอมรับว่าในตอนนั้น 10 ล้านยังเป็นราคาที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะในยุคนั้น 10,000,000 บาทถือว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นก็มีการซื้อขายกันจริงๆ ที่ราคาเหล่านั้น โดยเฉพาะพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่สภาพสวยงามและเป็นพระในตำนาน ราคาของพระสมเด็จองค์ครูจะอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท
ส่วนพระสมเด็จที่มีสภาพดีแต่ไม่ใช่พระดังราคาอาจอยู่ราวๆ 10 ล้านบาท ในขณะที่พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่มีสภาพหักซ่อมราคาจะอยู่ระหว่าง 800,000 ถึง 1,200,000 บาท
มาถึงในยุคปัจจุบัน พระสมเด็จวัดระฆังที่มีสภาพหักซ่อมจะมีราคาขึ้นไปที่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ถือได้ว่าไม่ว่าจะเป็นพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่มีสภาพหักซ่อมก็ไม่มีราคาเกินต่ำกว่า 10,000,000 บาทเป็นแน่แท้
องค์ครูเอื้อ ราคาประมาณ 300 ล้านบาทล่าสุด มีเซียนใหญ่จากห้างพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ได้นำพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่มีรอยหักกลางองค์แต่ได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อย ซึ่งพระองค์นี้เป็นองค์ครูในหนังสือ และได้ทำการขายในราคาเกิน 20 ล้านบาท
หากย้อนกลับไป 20-30 ปีที่แล้ว ด้วยราคาประมาณ 10-20 ล้านบาท สามารถเช่าหรือครอบครองพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ในสภาพสวยแชมป์ได้ แต่ในปัจจุบัน ราคานี้สามารถซื้อพระสมเด็จวัดระฆังในสภาพหักซ่อมได้เท่านั้น ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังองค์ครูในปัจจุบันเริ่มต้นราคาที่ 40 ล้านบาทขึ้นไป
องค์น้ำหมาก ราคาประมาณ 250 ล้านบาทสำหรับพระที่มีโฉนดหรือพระในตำนานที่มีชื่อเสียงในวงการ หากจะพูดถึงราคากันจริงๆ ก็ต้องเริ่มต้นที่ 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยพระที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ อาทิ องค์ครูเอื้อ, องค์น้ำหมาก, องค์แตกลายงา, องค์เสี่ยดม, องค์ขุนศรี, องค์โชติชัย, องค์คุณนิยม ซึ่งพระสมเด็จเหล่านี้บางองค์ก็ได้รับข้อเสนอราคามากกว่า 100 ล้านบาท แต่เจ้าของก็ยังไม่ยอมขาย
พระสมเด็จวัดระฆังองค์ครูเอื้อ曾有คนเสนอราคาขอซื้อและบูชาต่อในราคา 200 ล้านบาท แต่เจ้าของยังคงไม่ยอมขาย นี่จึงทำให้เห็นถึงมูลค่าของพระองค์ในตำนานซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้จริงๆ
หลักการดูพระของเซียนพระนั้นเริ่มจากการศึกษาพระสมเด็จจากพิมพ์ต่างๆ เนื้อและสภาพต่างๆ รวมถึงการแยกแยะความแตกต่างจากความเหมือน ยิ่งศึกษามากก็จะยิ่งเข้าใจมากและมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ในปัจจุบันนี้ถือเป็นองค์ครูในหนังสือหลายเล่มมาอย่างยาวนาน พิมพ์ของพระองค์นี้มีความคมชัดสูงและเนื้อหาลงตัวทุกประการ เริ่มจากลักษณะของพิมพ์ที่ถูกต้อง คือเส้นซุ้มของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่จะต้องเอนไปทางซ้ายเพื่อให้ถือว่าเป็นพระที่ถูกพิมพ์

เชื่อไหมว่าในช่วงประมาณปี 2520 พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่มีราคาค่าเช่าประมาณ 2-3 แสนบาท พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ที่มีเนื้อนุ่มและคราบแป้งติดทั้งองค์ก็เคยเข้ามาในตลาดพระ ซึ่งองค์นี้ถือเป็นพระที่มีธรรมชาติสมบูรณ์แต่ข้อสังเกตเดียวที่พบคือเส้นซุ้มไม่ตรง
ข้อผิดพลาดนี้ทำให้เกิดปัญหาการซื้อขายทันที และทำให้พระองค์นี้ถูกสรุปว่าเป็นพระไม่แท้ นี่คือเหตุผลที่ปรมาจารย์พระสมเด็จในยุคก่อนให้ความสำคัญกับเส้นซุ้มเป็นอย่างมาก พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่แท้ๆ ต้องมีเส้นซุ้มที่เอียงไปทางซ้าย
พูดถึงการตัดขอบของพระองค์ครูที่นำมาให้ชมในวันนี้ ต้องบอกว่าเป็นการตัดขอบที่พอดีมากๆ กับเส้นกรอบทั้งสี่ด้าน โดยเฉพาะด้านขวามือที่เส้นกระจกหยุดอยู่ตรงข้อมือพระตามตำรา ซึ่งต้องเรียกว่าตัดได้ค่อนข้างชิด
เมื่อพลิกดูขอบด้านข้างจะเห็นความหนาบางที่ไม่สม่ำเสมอกัน หากมองด้วยตาเปล่า พระสมเด็จจะมีความงอเล็กน้อย ไม่ตรงเป๊ะ ส่วนด้านหลังจะมีร่องรอยการหลุดลุ่ยที่ขอบพระ ซึ่งเกิดจากการตัดพระจากด้านหน้ามาด้านหลัง
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่แท้ๆ ส่วนใหญ่จะมีความบางและไม่หนามาก แต่จะมีน้ำหนักที่พอดีอยู่ในมือ และพิมพ์พระจะมีความคมลึกชัดเจนมาก ถือเป็นความลึกมาตรฐานที่พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ต้องมี ซึ่งความคมชัดของเส้นสายลายพิมพ์นั้นไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
จุดสังเกตที่สำคัญคือ ขอบในเส้นซุ้มด้านขวามือขององค์พระราวๆ 10-11 นาฬิกาจะมีการแหว่งเว้า พร้อมกับรอยเขยื้อนของเส้นซุ้มที่เห็นชัดตามตำรา นอกจากนี้ ซอกแขนซ้ายขององค์พระจะสูงกว่าด้านขวา และยังมีเส้นคอที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
จุดสังเกตเหล่านี้ หากท่านต้องการจะศึกษา สามารถหาหนังสือภาพพระสมเด็จมาดูเทียบเคียงได้ในพิมพ์ใหญ่ของสมเด็จวัดระฆังแท้ ที่สำคัญคือพระสมเด็จต้องมีการเอียงไปทางขวาเป็นมาตรฐาน ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากองค์ประกอบด้านพิมพ์ทรง
ถัดมาเป็นการพิจารณาด้านเนื้อหาของพระองค์นี้
พระองค์นี้ถือเป็นพระเนื้อละเอียดที่มีสีขาวอมเหลือง โดยมีคราบแป้งขาวติดอยู่ตามองค์พระและคราบเหลืองส้มที่กระจายไปทั่วทั้งองค์สีเหลืองส้มเหล่านี้เกิดจากการล้างรักทองออก ซึ่งพระองค์นี้เดิมทีลงรักปิดทองมาทั้งองค์ แต่เนื่องจากการล้างรักทองมาเป็นเวลานานกว่า 60 ปี ผิวพระจึงกลับสู่สภาพเดิมเหมือนพระที่ไม่เคยผ่านการใช้
หากพลิกดูตามผิวพระ จะพบชิ้นรักขนาดเล็กๆ จมอยู่ในหลุมร่อง ส่วนด้านหลังจะเห็นร่องรอยการยุบตัวของหลุม และรอยแยกที่มีเนินและลาดไล่ระดับสูงต่ำ ซึ่งกลมกลืนไปกับผิวเนื้อพระที่มีสีเหลืองเข้ม สีอ่อน และสีขาว รวมไปถึงรอยปริตามขอบพิมพ์ ซึ่งเป็นลักษณะมาตรฐานของพระสมเด็จวัดระฆังแท้ๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป
สรุปจุดเด่นของพระสมเด็จวัดระฆัง
พระสมเด็จวัดระฆังที่ถือว่าแท้ต้องมี 3 ประการ คือ 1 พิมพ์ทรงต้องถูกต้อง 2 เนื้อหาต้องถูกต้อง และ 3 ต้องมีลักษณะธรรมชาติของความเก่าและความแห้งที่ชัดเจน ดังนั้น พระสมเด็จวัดระฆังแท้ๆ จึงต้องครบทั้ง 3 ข้อนี้
