จุดเริ่มต้นของประเพณีการทำบุญวันเกิด นั้น เกิดขึ้นในสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า เมื่ออายุครบรอบปีหนึ่งๆ เราควรรู้สึกยินดีและทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างบุญกุศลให้กับตนเองและผู้อื่น เพื่อให้ชีวิตที่ผ่านมาคุ้มค่า พระองค์ทรงทำบุญตักบาตรเป็นตัวอย่าง โดยการสวดมนต์และเลี้ยงพระ 10 รูปอย่างเรียบง่ายในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ต่อมาเหล่าขุนนางและผู้มีตำแหน่งต่างก็ปฏิบัติตาม แต่ลดจำนวนพระลงและเพิ่มความสนุกสนานในงาน จนกลายเป็นประเพณีการทำบุญวันเกิดที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รูปแบบการทำบุญวันเกิดมีหลากหลายวิธี ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความสะดวกและความสบายใจ ดังนี้
- ตักบาตรพระสงฆ์ตามจำนวนที่สะดวก
- อุทิศบุญกุศลให้บรรพบุรุษ
- ทำบุญเพื่อตัวเองในวันเกิด
- สวดมนต์และฟังเทศน์
- ถวายสังฆทาน
- ทำทานด้วยการปล่อยสัตว์ เช่น โค กระบือ นก หรือปลา
- ทำทานด้วยการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เช่น บริจาคให้บ้านเด็กหรือช่วยงานสังคม
- รักษาศีลและประพฤติตนให้ดี
- กราบเท้าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และผู้ใหญ่ที่เคารพเพื่อรับพรอันเป็นมงคล
- ตั้งใจเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ

แนวทางปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด
- เป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น บริจาคให้ผู้ด้อยโอกาสหรือช่วยเหลือ “ไถ่ชีวิตสัตว์”
- การทำบุญวันเกิดที่ดีควรเน้นที่การไม่ยึดติดกับวัตถุ เช่น การถือศีลหรือการฟังเทศน์แล้วทำบุญตามศรัทธา
- เมื่อไปร่วมงานวันเกิดผู้ใหญ่ ควรอวยพรโดยอ้างถึง “คุณพระศรีรัตนตรัย” ก่อน แล้วตามด้วยคำอวยพร ส่วนของขวัญควรเหมาะสมกับโอกาส
- สำหรับผู้ใหญ่ที่อวยพรวันเกิดผู้ที่อายุน้อยกว่า ควรใช้คำที่เป็นมงคล
- ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายมากในการทำบุญวันเกิด
ผลดีที่ได้รับจากการทำบุญวันเกิด
ผลบุญที่เกิดจากการทำบุญในวันเกิด มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 15 ข้อ 138 หน้า 44 ว่า “ผู้ที่ให้อาหาร” ถือว่า “ให้พลัง” “ผู้ที่ให้ผ้า” ถือว่า “ให้ความงาม” “ผู้ที่ให้ทาน” ถือว่า “ให้ความสุข” “ผู้ที่ให้แสงสว่าง” ถือว่า “ให้ดวงตา” และในพระไตรปิฎกเล่มที่ 22 ข้อ 44 หน้า 66 กล่าวว่า “ผู้ที่ให้สิ่งที่พึงใจ ย่อมได้รับสิ่งที่พึงใจ” “ผู้ที่ให้สิ่งที่ดีเลิศ ย่อมได้รับสิ่งที่ดีเลิศ” “ผู้ที่ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้รับสิ่งประเสริฐ” “ผู้ที่ให้สิ่งประเสริฐสุด ย่อมได้รับสิ่งประเสริฐสุด”
การปล่อยปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ การทำบุญด้วยการปล่อยปลา
และสัตว์น้ำอื่นๆ เป็นความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เนื่องจากเชื่อว่าการให้ชีวิตแก่สัตว์น้ำจะช่วยให้ชีวิตของผู้ปล่อยผ่านพ้นความทุกข์ยากในช่วงนั้นๆ ได้ โดยความหมายของสัตว์ที่ปล่อยมีดังนี้
- ปลาไหล เชื่อว่าจะช่วยขจัดอุปสรรค ปัญหาการเงินและการงานที่ติดขัดให้คลี่คลาย
- ปลาหมอ เชื่อว่าจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัย หรือบรรเทาอาการเจ็บป่วย
- ปลาดุก เชื่อว่าจะช่วยให้รอดพ้นจากศัตรูและสิ่งไม่ดีต่างๆ
- ปลาดุกเผือก เชื่อว่าจะเสริมความเป็นมงคลให้ชีวิตที่ดีอยู่แล้วดียิ่งขึ้น หรือช่วยให้ชีวิตที่ยากลำบากเบาบางลง
- ปลาช่อน เชื่อว่าจะช่วยให้สิ่งที่หวังไว้สำเร็จ หรือได้รับทรัพย์สินเงินทอง
- ปลาดำราหู เชื่อว่าจะช่วยลดเคราะห์ร้ายหรือความทุกข์ยากให้เบาลง และป้องกันเหตุร้ายที่ไม่คาดคิด
- ปลานิล เชื่อว่าจะช่วยเสริมโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง และความมั่นคงทางการเงิน
- ปลาทับทิม เชื่อว่าจะช่วยให้การงานและการศึกษาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
- ปลาสวาย เชื่อว่าจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ติดขัดได้อย่างรวดเร็ว
- ปลาจาละเม็ด เชื่อว่าจะเสริมให้ดวงแข็งแกร่ง ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
- ปลาบู่ เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้มีพระคุณได้รับบุญกุศลและสะเดาะเคราะห์
- ปลาขาว เชื่อว่าจะนำมาซึ่งสิ่งดีงาม และโชคลาภที่คอยสนับสนุน
- ปลาใน เชื่อว่าจะช่วยให้ได้รับการเคารพนับถือ และมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เชื่อฟัง
- หอยขม เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตที่ขมขื่นกลับมามีความสุข
- หอยโข่ง เชื่อว่าจะช่วยให้สิ่งที่มุ่งหวังเป็นจริงได้ง่าย และมีคนดีคอยช่วยเหลือ
- ตะพาบ เชื่อว่าจะช่วยให้อายุยืนยาว และปราบสิ่งชั่วร้ายได้อย่างสิ้นเชิง รวมถึงดีต่อผู้ป่วยอัมพาต
- กบ เชื่อว่าจะช่วยให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับกุศล

การเลือกสิ่งของเพื่อทำบุญใส่บาตรในวันเกิด
- เกิดวันอาทิตย์
อาหารคาว : อาหารประเภทไข่ เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ลูกเขย ต้ม หรือแกงกะทิ
อาหารหวาน : ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมที่ใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง และเงาะ
ของถวายพระ : หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์ให้แสงสว่าง แว่นตา และหมากพลู
ไหว้พระ : ปางถวายเนตร (พระประจำวันเกิด) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ
ทำทาน : บริจาคน้ำมันตะเกียงให้วัด ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา โรงพยาบาลเกี่ยวกับตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาลโรคหัวใจ และมูลนิธิโรคหัวใจ
พฤติกรรม : รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเสริมพลัง หลีกเลี่ยงความใจร้อน ลดทิฐิ และทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
- เกิดวันจันทร์
อาหารคาว : อาหารจากสัตว์ปีกและสัตว์น้ำ เช่น ไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอด ปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหู้ทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง และปลาสลิดทอด
อาหารหวาน : น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด และขนมเปี๊ยะ
ของถวายพระ : แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งแสง หรือของใสๆ
ไหว้พระ : ปางห้ามญาติ (พระประจำวันเกิด)
บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ทำทาน : มูลนิธิที่ช่วยเหลือสตรี
พฤติกรรม : รักษาจิตใจให้แจ่มใสและสดชื่นเสมอ หลีกเลี่ยงการวิตกกังวลเกินเหตุ และให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น การลุกให้ที่นั่งบนรถเมล์
- เกิดวันอังคาร
อาหารคาว : อาหารประเภทเส้น เช่น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว และปลาช่อนตากแห้งทอด
อาหารหวาน : ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ และขนุน
ของถวายพระ : เครื่องมือที่ทำจากเหล็ก เช่น กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม และกรรไกรตัดเล็บ
ไหว้พระ : ปางไสยาสน์ (พระนอน) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง
ทำทาน : ช่วยเหลือผู้พิการทางปาก ผู้ที่มีปากแหว่ง และผู้ป่วยโรคลมชัก
พฤติกรรม : ฝึกให้ตัวเองกระฉับกระเฉง ตื่นตัวอยู่เสมอ เพิ่มความขยัน และลดความใจร้อน
- เกิดวันพุธ (กลางวัน)
อาหารคาว : แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู และคะน้าน้ำมันหอย
อาหารหวาน : ขนมเปียกปูนสีเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย และฝรั่ง
ของถวายพระ : สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ และอุปกรณ์การเรียนการสอน
ไหว้พระ : ปางอุ้มบาตร (พระประจำวันเกิด) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท
ทำทาน : ช่วยเหลือผู้พิการทางหู โรงพยาบาลที่รักษาโรคสมอง และโรงเรียนสอนคนหูหนวก
พฤติกรรม : ศึกษาธรรมะ ร้องเพลง และฝึกฝนเพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเอง
- เกิดวันพุธ (กลางคืน)
อาหารคาว : อาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า และห่อหมก
อาหารหวาน : ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนสีดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้ขนาดใหญ่ เช่น ทุเรียน
ของถวายพระ : พัดลม เทปบรรยายธรรมะ ยารักษาโรคเกี่ยวกับลม และยาหอม
ไหว้พระ : ปางป่าเลไลย์ (พระประจำวันเกิด) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ
ทำทาน : บริจาคให้มูลนิธิหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด
พฤติกรรม : หยุดสูบบุหรี่ ลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกเล่นการพนัน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เลิกเที่ยวกลางคืน และเลิกใช้ยาเสพติดทุกประเภท
- เกิดวันพฤหัสบดี
อาหารคาว : อาหารประเภทเถา เช่น แกงเลียง บวบผัดไข่ และน้ำเต้า
อาหารหวาน : แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม และน้ำว่านหางจระเข้
ของถวายพระ : สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา และโต๊ะหมู่บูชา
ไหว้พระ : ปางสมาธิ (พระประจำวันเกิด) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
ทำทาน : บริจาคให้โรงพยาบาลสงฆ์ เช่น ข้าวสาร เสื้อผ้า และผ้าห่มสำหรับฤดูหนาว
พฤติกรรม : ฝึกนั่งสมาธิ สวดมนต์ รักษาศีล 5 และอย่าซื่อจนถูกเอาเปรียบ
- เกิดวันศุกร์
อาหารคาว : อาหารที่มีกลิ่นหอมและรสหวาน เช่น ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ และยำหัวหอม
อาหารหวาน : ขนมหวานที่มีกลิ่นหอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้หอม เช่น กล้วยหอม
ของถวายพระ : นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้หอม ระฆัง และย่าม
ไหว้พระ : ปางรำพึง (พระประจำวันเกิด) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) วา โธ โน อะ มะ มะ วา
ทำทาน : ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ด้วยการให้เงิน เสื้อผ้า หรืออาหารหวานหอมที่น่ารับประทาน เช่น ไอศกรีม
พฤติกรรม : รักษาความสดชื่นแจ่มใส ดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ จัดสภาพแวดล้อมให้สวยงาม และหลีกเลี่ยงการฟุ่มเฟือย
- เกิดวันเสาร์
อาหารคาว : อาหารที่มีรสขมหรือสีดำ เช่น มะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู และมะเขือยาว
อาหารหวาน : ลูกตาลเชื่อม กาแฟ และโอเลี้ยง
ของถวายพระ : ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด และการสร้างห้องน้ำถวายวัด
ไหว้พระ : ปางนาคปรก (พระประจำวันเกิด) บูชาด้วยบทสวดมนต์(แบบย่อ) โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ
ทำทาน : บริจาคให้โรงพยาบาลที่รักษาโรคจิตและโรคประสาท
พฤติกรรม : ช่วยกวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด อย่าเครียด มองโลกในแง่ดี ทิ้งขยะในบ้านทุกวัน และอย่าปล่อยให้สิ่งของหมักหมม
