ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” หรือที่เรียกว่า ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) ไม่เพียงแต่เป็นช่วงเวลาที่ดวงจันทร์ปรากฏใหญ่และสว่างกว่าปกติเท่านั้น แต่ในทางโหราศาสตร์และความเชื่อเกี่ยวกับพลังงาน ยังถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายอย่างลึกซึ้ง Mytour Horoscope ได้สนทนากับ คุณการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ หรือที่รู้จักในชื่อ การะเกต์พยากรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ เกี่ยวกับอิทธิพลของดวงจันทร์ที่มีต่อชีวิตมนุษย์ตามหลักโหราศาสตร์
ภาพถ่ายดวงจันทร์ โดย การะเกต์พยากรณ์ความสำคัญของดวงจันทร์ หรือ พระจันทร์ ในทางโหราศาสตร์
"ดวงจันทร์หรือพระจันทร์มีความสำคัญอย่างยิ่งในศาสตร์โหราศาสตร์ ทั้งในแบบไทยและสากล โดยเฉพาะในโหราศาสตร์ไทย การวิเคราะห์ดวงชะตาของบุคคลจะไม่สมบูรณ์หากไม่สามารถตีความตำแหน่งและอิทธิพลของดวงจันทร์ได้ รวมถึงดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นคู่กันกับดวงจันทร์"
"ในทางโหราศาสตร์ ดวงจันทร์มีความเชื่อมโยงกับจิตใจและอารมณ์ ดาวแต่ละดวงมีความหมายที่หลากหลายและซับซ้อน เช่น ดวงจันทร์สามารถแทนสตรี แทนความเป็นแม่ หรือคู่รักหญิง นอกจากนี้ยังสามารถแทนจิตใจและความรู้สึกของบุคคลได้ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ในด้านธุรกิจ ดวงจันทร์มักหมายถึงการค้าขายสินค้ารายย่อย เช่น ร้านค้าขนาดเล็ก ส่วนในด้านการเงิน หมายถึงเงินสดรายวันหรือรายได้จากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ"
"ในทางโหราศาสตร์ ดวงจันทร์ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่แตกต่างจากการสังเกตดวงจันทร์ในทางดาราศาสตร์ เพราะโหราศาสตร์เน้นที่อิทธิพลของดวงจันทร์ต่อดวงชะตา ซึ่งต้องคำนวณตำแหน่งของดวงจันทร์ในดวงเกิด เช่น ราศีที่ดวงจันทร์สถิต หรือช่วงข้างขึ้นข้างแรม ในอดีตมีการบันทึกว่าช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรมส่งผลต่อบุคคลอย่างไร นี่คือส่วนหนึ่งของอิทธิพลดวงจันทร์ นอกจากนี้ ดวงจันทร์ยังเป็นตัวกำหนดฤกษ์มงคลที่เหมาะสำหรับการทำพิธีสำคัญ เช่น วันพระซึ่งกำหนดตามดวงจันทร์"
ความพิเศษของปรากฏการณ์ Super Full Moon
"ปรากฏการณ์ฟูลมูน ซูเปอร์มูน หรือซูเปอร์ฟูลมูนเกิดขึ้นทุกปี ปีนี้มีซูเปอร์ฟูลมูนครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ซึ่งเรียกว่า 'สตรอว์เบอร์รีมูน' เนื่องจากตรงกับช่วงเก็บเกี่ยวสตรอเบอร์รี่ บางครั้งก็เรียกว่า 'ฮันนีมูน' ซึ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษของเดือนมิถุนายนที่พืชผลออกดอกออกผล ส่วนในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ เป็นพระจันทร์เต็มดวงที่ใกล้โลกมากเป็นพิเศษ"
"ในทางโหราศาสตร์ วันพระจันทร์เต็มดวงถือเป็นวันที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ ดวงจันทร์จะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในมุม 180 องศา และได้รับแสงสว่างเต็มที่จากดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์มีพลังสูงสุด เมื่อดวงจันทร์มีพลังเต็มที่และโคจรใกล้โลกมากขึ้น พลังของดวงจันทร์ก็จะเข้มข้นขึ้นด้วย ลองนึกภาพการแผ่รังสีที่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งสว่างและมีพลังมากขึ้น"
ภาพถ่ายดวงจันทร์ โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์พลังเข้มข้น แต่ดวงแต่ละคนรับได้ไม่เท่ากัน
"Super Full Moon นั้นมีพลังจากดวงจันทร์ที่เข้มข้นกว่าปกติ แต่การรับพลังนี้ของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งดวงชะตาของแต่ละบุคคล ในทางโหราศาสตร์ ดวงจันทร์อาจส่งผลดีหรือร้าย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มันอยู่ ตัวอย่างเช่น หากดวงจันทร์อยู่ในราศีกรกฎ ซึ่งเป็นบ้านของดวงจันทร์ คนที่เกิดราศีนี้จะได้รับพลังเต็มที่ แต่หากดวงจันทร์อยู่ในราศีมังกร ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้าม พลังที่ได้รับจะลดลง ทำให้บุคคลนั้นอ่อนแอเพราะขาดแสงสว่าง"
"สำหรับผู้ที่เกิดราศีสิงห์ ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งหลังราศีเกิด ซึ่งถือเป็นเรือนที่ 12 หรือเรือนวินาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความลับ ความเสื่อมเสีย การเจ็บป่วย การถูกจับกุม หรือเรื่องร้ายๆ ทั้งหลาย เมื่อดวงจันทร์อยู่ในราศีกรกฎ ซึ่งเป็นแรงผลักจากด้านหลัง มันอาจทำให้ความลับที่เคยถูกเก็บไว้ถูกเปิดเผยทั้งหมด เหมือนมีแสงสว่างส่องเข้าไปในห้องมืด หรือหากมีคดีความอยู่ ก็อาจถูกเรียกตัวหรือจับกุมได้"
"ยกตัวอย่างอีกกรณี หากคุณเกิดราศีเมถุน และดวงจันทร์อยู่ในราศีกรกฎข้างหน้าคุณ ดวงจันทร์จะกลายเป็นดาวการเงินที่ส่องสว่าง เหมือนร้านค้าที่คึกคักและเต็มไปด้วยแสงสว่าง การค้าขายจะทำเงินได้แน่นอน เมื่อร้านค้าเปิดไฟสว่างและพร้อมต้อนรับลูกค้า พลังงานที่ดีจะดึงดูดลูกค้าเข้ามา โดยเฉพาะสินค้ารายวัน เช่น มินิมาร์ท เครื่องประดับ เสื้อผ้าสตรี หรือแม้แต่เครื่องดื่มก็จะขายดี"
"แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าในดวงชะตาของบุคคลนั้น มีดาวดวงอื่นมาบดบังแสงของดวงจันทร์หรือไม่ หรือมีดาวที่ส่งผลร้าย เช่น คนเกิดราศีเมถุนที่ดวงจันทร์เป็นดาวการเงินและอยู่ในตำแหน่งซุปเปอร์ฟูลมูน แม้จะมีแสงสว่างและพลังงานที่ดี แต่หากดวงจันทร์อยู่ในเรือนมรณะ แปลว่าอาจมีรายได้เข้ามามาก แต่ก็จะมีการสูญเสียไปด้วย เช่น ค้าขายได้มากแต่กำไรไม่เหลือเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายหรือหนี้สินรออยู่"
"สำหรับดวงมหาชน ในทางโหราศาสตร์ Super Full Moon เป็นช่วงที่ดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อชีวิตคน แต่ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผลจะดีหรือร้าย และแต่ละคนก็รับผลได้ไม่เท่ากัน"
การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ กับพิธีกรรมจุดประทีปที่ใช้ฤกษ์จากดวงจันทร์ที่มาของการขอเงินจากพระจันทร์ เดิมไม่ได้กำหนดให้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง
"การขอเงินจากพระจันทร์ เท่าที่ทราบ ต้นตำรับนี้มาจากอาจารย์จรัญ พิกุล ท่านเป็นหนึ่งในบุคคลแรกๆ ของไทยที่แนะนำเคล็ดลับนี้ไว้ ท่านเคยจัดทำหนังสือเล่มเล็กที่ระบุวันอมาวสีสำหรับการขอเงินจากพระจันทร์ โดยท่านแนะนำให้ใช้วันอมาวสี เพราะวันนี้ เรียกอีกอย่างว่า “วันนิวมูน” ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งเดียวกันพอดี นี่คือที่มาของคำว่า “จันทร์ดับ”"
"จันทร์ดับในทางโหราศาสตร์ หมายถึงวันที่ 0 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรใหม่ของดวงจันทร์ เชื่อกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะส่งผลต่อเนื่องไปอีก 28 วัน หรือ 1 เดือน ตามวงโคจรของดวงจันทร์ เช่น หากวันจันทร์ดับคุณมีเงินเต็มกระเป๋า อีก 28 วันคุณก็มีโอกาสมีเงินเต็มกระเป๋าอีกครั้ง แต่หากวันนั้นคุณไม่มีเงิน คุณก็อาจจะไม่มีเงินไปทั้งเดือน ดังนั้น วันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเพิ่มพูนทุนชีวิต และเป็นเคล็ดลับในการเติมเงินเข้าสู่กระเป๋า โดยไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในวันอมาวสี"
"จุดจันทร์ดับจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในชีวิต ช่วยลดความเสี่ยงและความสูญเสีย ทำให้เราระมัดระวังในการใช้ชีวิตและการใช้เงินโดยไม่จำเป็น เช่น หากต้องการตั้งหลักทางการเงินหรือสร้างทุนชีวิต วันนี้ถือเป็นวันที่เหมาะสม"
“การขอพรพระจันทร์” ควรสอดคล้องกับพลังที่มี
"พระจันทร์เต็มดวงที่เราเห็นนั้นเกิดจากการได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ จากนั้นดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ช่วงที่ได้รับแสงน้อยลง เหมือนกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตจนเต็มที่แล้ว หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงพักฟื้น เตรียมพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกรอบใหม่ ดังนั้น การขอพรพระจันทร์ควรสัมพันธ์กับพลังของดวงจันทร์ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าพลังเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอะไร และควรขออย่างไรให้ได้ผล เช่น หากคุณเป็นเกษตรกรที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิต คุณสามารถขอพรเฉพาะเจาะจง เช่น ขอให้ขายผลผลิตได้ดี ขอให้แปรรูปสินค้าได้สำเร็จ หรือค้าขายรุ่งเรือง เพราะเป็นช่วงเวลาที่เอื้ออำนวย"
"แต่หากคุณขอพรโดยไม่มีเหตุผล เช่น ขอให้รวยทันทีทันใด นั่นเป็นไปไม่ได้ เพราะมันไร้เหตุผลเกินไป ถ้าเป็นเช่นนั้น ทุกคนก็แค่ตั้งโต๊ะไหว้พระจันทร์แล้วรวยกันหมดทั้งโลก"
"การทำพิธีกรรมใดๆ ก็ตาม คือการแสดงเจตจำนงและความตั้งใจอย่างจริงจัง หากเราตั้งเครื่องไหว้อะไรสักอย่าง เราต้องทำด้วยใจที่เคารพและเชื่อมั่น แต่ต้องมีปัจจัยสำคัญสามประการ ประการแรกคือรู้ว่าขอพรเรื่องอะไร ประการที่สองคือมีปัจจัยเพียงพอหรือไม่ และประการที่สามคือมีความเชื่อมั่นจริงหรือไม่ ทุกอย่างต้องประกอบกันจึงจะได้ผล"
"ตัวอย่างเช่น การปลูกลำไย หากเรามีผลผลิตแล้ว เราสามารถตั้งเจตจำนงว่า ขอให้ขายลำไยได้ราคาดี และแสดงความจริงใจต่อผู้ค้า รวมถึงแสดงความนับถือต่อผู้ที่เราจะทำการค้าด้วยลำไยคุณภาพดี เขาก็จะเปิดโอกาสและช่วยเหลือเรา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะเห็นความตั้งใจของเราและให้การสนับสนุน"
"แต่ถ้าคุณไม่มีลำไยแม้แต่ต้นเดียว แล้วไปตั้งโต๊ะขอให้รวยจากการขายลำไย นั่นเรียกว่าความเพ้อฝัน"
สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันพิเศษอย่าง Super Full Moon
"สิ่งที่ง่ายที่สุดในวันนี้คือการทำสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง สิ่งที่เป็นบวกกับตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถทำได้ทุกวัน เช่น ตื่นเช้ามาแล้วคิดและทำเรื่องที่ดีต่อตัวเอง หากตื่นมาพบว่าอารมณ์ไม่ดี ก็พยายามทำให้จิตใจแจ่มใสและเบิกบาน เพราะนั่นคือสิ่งที่ดีต่อชีวิต"
"ในวันพระจันทร์เต็มดวง หรือ Super Full Moon ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์มีพลังเข้มข้นและเป็นพลังเชิงบวก เราควรรับพลังงานเหล่านั้นเข้ามา โดยการทำสิ่งที่ดีต่อตัวเอง เช่น ทำความสะอาดบ้านให้สะอาดสะอ้าน จัดห้องให้เป็นระเบียบ มีกลิ่นหอมสดชื่น เมื่อแสงจันทร์ส่องเข้ามา ทุกอย่างจะดูสวยงามและมีชีวิตชีวาขึ้น"
"แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ไม่ล้างจาน ไม่จัดห้อง จิตใจวุ่นวายและทะเลาะกับคนโน้นคนนี้ แล้วมาขอพรจากพระจันทร์ ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นดังหวัง เพราะแสงจันทร์ที่สวยงามจะไม่สามารถส่องถึงใจเราได้ หากห้องของเราเต็มไปด้วยขยะและความรกรุงรัง"
"สำหรับพิธีกรรมต่างๆ เช่น การอาบแสงจันทร์ด้วยวิธีต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล หากมีเครื่องประดับหรือสิ่งของที่เชื่อว่ามีพลัง ก็สามารถนำมาอาบแสงจันทร์เพื่อรับพลังงานได้"
"ดวงจันทร์เกี่ยวข้องกับจิตใจและเป็นพลังที่มั่นคงและเป็นบวก หากใครกำลังรู้สึกอ่อนแอหรือถูกกระทบกระเทือนจิตใจ ให้ตั้งสติและใช้แสงสว่างจากดวงจันทร์เพื่อเสริมกำลังใจ สามารถใช้ดวงจันทร์เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเพื่อบำบัดจิตใจได้ เช่น ในทางโหราศาสตร์ ดวงจันทร์เกี่ยวข้องกับน้ำ สิ่งสะอาด น้ำหอม ดอกไม้สีขาว หรือสีเหลือง ดังนั้น การซื้อดอกไม้สวยๆ มาแต่งบ้านหรือใช้น้ำหอมเพื่อรับพลังบวกจากดวงจันทร์ จะช่วยให้รู้สึกดีและผ่อนคลาย"
"ไม่ว่าพิธีกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับแสงจันทร์ ล้วนเป็นการรับพลัง แต่ต้องประกอบด้วยเจตจำนงที่ชัดเจน ความเชื่อมั่นในดวงจันทร์ และความตั้งใจจริงของเรา"

พลังธรรมชาติไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
"พลังธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ หรือสายฝน ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับใคร แต่อยู่ที่ว่าเราจะอยู่ร่วมกับมันอย่างไร หากฝนสะอาด เราอาจจะยินดีที่ได้เปียกฝน หรือน้ำฝนที่ดีก็มีประโยชน์ต่อการเพาะปลูก แต่หากฝนมาพร้อมสารเคมีหรือทำให้สกปรก เราก็ควรใช้ร่มหรือหลีกเลี่ยง"
"พลังแสงจันทร์ก็เช่นเดียวกัน แสงอาทิตย์และแสงจันทร์ไม่ได้เลือกว่าจะให้พลังกับใครมากหรือน้อย แต่ขึ้นอยู่กับจุดตั้งรับของแต่ละคน สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักตัวเอง เพื่อเลือกได้ว่าเราต้องการรับพลังในระดับไหน เหมือนการสร้างบ้านที่ต้องตัดสินใจว่าจะรับแสงแดดมากน้อยแค่ไหน และใช้วัสดุอะไร การจัดการกับพลังงานเหล่านี้ถือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์"
คุณการะเกต์พยากรณ์ทิ้งท้ายไว้ว่า ในมุมมองของเธอ พลังงานเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แม้แต่พลังงานในด้านไสยศาสตร์หรือโหราศาสตร์ก็เป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเข้าถึงและเข้าใจมันได้มากน้อยเพียงใด
