
เมื่อพูดถึงหุ่นตุ๊กตา ยังมีอีกตัวอย่างเล็กๆ ที่อยากนำมาแบ่งปันให้ฟังกัน
ในช่วงหนึ่ง เจ้าชะตาคนหนึ่งต้องการตุ๊กตาไปไว้เฝ้าบ้าน พร้อมกับบอกว่าเธอมีปัญหากับ "แฟนเก่า" ที่ไม่ยอมเลิกราและยังคงมาคุกคามอยู่
สำหรับเรื่องของความสัมพันธ์นั้น มุมมองส่วนตัวคือ การเลิกราหรือหย่าร้าง เมื่อหมดรักหรือหมดความสนใจในกันและกัน ถือเป็นสิ่งที่ธรรมดา เพราะความรู้สึกของคนเราไม่มีอะไรคงที่และจะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆ
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ เป็นสัจธรรมของชีวิต แต่หากการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นโดยไม่พร้อมกันและมีการข่มขู่ คุกคาม หรือกระทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนอื่นมากเกินไป ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน
เมื่อเจ้าชะตามาปรึกษา ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเห็นใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้ชี้แจงไว้เบื้องต้นว่า การที่จะเข้าไปแทรกแซงความคิดหรือการกระทำของแต่ละคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนมีพื้นฐานความคิด มีลักษณะนิสัย และพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
และจากใจจริง ไสยศาสตร์เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถใช้ได้ แต่ก็เหมือนกับวิธีการรักษาอื่นๆ ที่บางครั้งต้องใช้เวลาติดตามผล เพื่อที่จะเห็นผลการรักษาได้สำเร็จ
การรักษาโรคก็เช่นเดียวกัน การหาหมอและการวินิจฉัยอาจเริ่มต้นจากการรักษาตามอาการ การพิจารณาโรคทีละขั้นตอน การปรับยา การเพิ่มผู้เชี่ยวชาญเข้ามา และในบางกรณีอาจต้องถึงขั้นผ่าตัดหรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ไสยศาสตร์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลที่จะได้ผลในทันทีทันใด และผลลัพธ์ที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สำคัญคือการรอพิสูจน์ผลด้วยตัวเอง
เจ้าชะตาบอกว่า ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เพราะหากทำให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวอื้อฉาวใหญ่โต จะกระทบกับชีวิตมากเกินไป และใจจริงไม่อยากให้ผูกพันกับเวรกรรมมากไป ขอแค่ให้ทุกอย่างจบลงได้ ให้เขาหมดไปจากชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อย่าให้เขามาที่บ้านได้อีก
สุดท้ายแล้ว ข้าพเจ้าได้จัดทำหุ่นให้ตามที่ต้องการ
หลังจากนั้น เจ้าชะตาได้แจ้งว่า ได้นำหุ่นไปตั้งไว้บนชั้นข้างประตู (ที่คอนโด) และตกแต่งด้วยของต่างๆ รวมถึงต้นไม้และดอกไม้ ทำให้หุ่นดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง มองโดยรวมก็เหมือนตุ๊กตาของสะสมธรรมดาๆ
หุ่นตัวนั้นภายนอกทำจากดินโพลิเมอร์ (Polymer clay) แต่ภายในบรรจุมวลสาร รวมทั้งยันต์คาถา สายสิญจน์ และบ้านเลขที่ของเจ้าชะตา
สิ่งที่น่าสนใจคือ วันแรกที่เจ้าชะตานำหุ่นไป เจ้าชะตาตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วรู้สึกเหมือนมีเสียงคนเดินในห้อง
วันถัดมา เจ้าชะตารีบมาถามว่า ตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆ แต่ก็คิดว่า หุ่นคงจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้รู้ว่าเขามาแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้บอกไปว่าไม่ต้องตกใจ โดยปกติแล้วสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อช่วยเจ้าของจะไม่เป็นอันตราย แล้วก็ถามว่า ตอนไหนที่ได้ยินเสียง รู้สึกกลัวไหม
เจ้าชะตาบอกว่าไม่ได้กลัว แต่รู้สึกแปลกใจ ตอนแรกคิดว่าอาจหูฝาด แต่พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงนั้นก็ยังทันได้ยินเสียงเดินต่อไปอีกสักพักหนึ่ง
ข้าพเจ้าจึงถามเจ้าชะตาว่า แล้วหลังจากนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง
เจ้าชะตาตอบว่า คิดแวบขึ้นมาว่า หรือจะเป็นหุ่นตุ๊กตา แต่ก็เลยไม่ได้รู้สึกกลัว กลับรู้สึกอบอุ่นใจ แล้วก็หลับต่อยาวจนถึงเช้า
ข้าพเจ้าจึงบอกว่า นั่นแหละคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เมื่อคุณสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น นั่นแสดงถึงการมีอยู่ของ "พลังงานที่ดี" แล้วก็ให้รอดูเหตุการณ์ต่อไป
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าชะตาก็ส่งข่าวมาว่า เกิดเหตุการณ์แปลกๆ อีกสองสามอย่าง
ปกติแล้วแฟนเก่ามักจะโทรมาหาตอนดึกๆ เมื่อเมา ถ้าไม่รับสายก็จะตามด้วยข้อความด่าหรือโทรซ้ำๆ แต่ตั้งแต่หุ่นมาถึงบ้าน สายจากแฟนเก่าก็เงียบหายไป
หลังจากนั้นได้ทราบว่าโทรศัพท์มือถือของแฟนเก่าหายไป ทำให้ข้อมูลในโทรศัพท์สูญหาย พอเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่และซิมใหม่ ก็เกิดเหตุโทรศัพท์หน้าจอแตกอีก จนยุ่งอยู่กับเรื่องนี้แทบเป็นสัปดาห์
วันหนึ่งแฟนเก่าขับรถมาหาที่คอนโด แต่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซค์ สองฝ่ายไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ก็เสียเวลานานจนต้องไปจบกันที่โรงพักแล้วแยกย้ายกลับบ้าน
หลังจากนั้นแฟนเก่าก็พยายามมาหาอีก แต่เกิดรถเสียกลางทาง ต้องเรียกรถมายกไปเข้าศูนย์
สรุปว่าเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ แฟนเก่าก็ประสบกับเรื่องวุ่นวายในชีวิตต่างๆ จนไม่ได้มาสร้างความวุ่นวายให้เจ้าชะตาเหมือนเดิม
เจ้าชะตาเล่าว่า ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์แรก (โทรศัพท์หาย) แต่มีเพื่อนที่รู้จักทั้งสองฝ่ายมาเล่าให้ฟังว่า สงสัย 'แฟนเก่า' ดวงตก เพราะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ จนเริ่มสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวกับตุ๊กตาที่นำมา
จนกระทั่งวันหนึ่ง แฟนเก่าก็ไม่ได้มาที่บ้านเจ้าชะตา แต่กลับไปที่ 'บ้านแม่' ของเจ้าชะตาแทน
วันนั้น เจ้าชะตาได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่า
แฟนเก่าไปหาและถึงกับร้องไห้บอกว่าไม่อยากเลิกกัน ยอมรับผิดทุกอย่างที่เคยทำ (แฟนเก่าไปมีคนอื่นก่อน พอเจ้าชะตารู้จึงขอเลิก แต่แฟนเก่ากลับไม่ยอมเลิก จะคบทั้งสองทาง) แต่แม่ของเจ้าชะตาก็รู้ดีว่าลูกไม่ต้องการแล้ว พอมีโอกาสจึงโทรมาบอก
ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี เจ้าชะตาก็เป็นห่วงแม่ที่อยู่กับสามี (พ่อเลี้ยง) ซึ่งแก่แล้วและสุขภาพไม่ดี หากแฟนเก่าอาละวาด คนแก่สองคนก็คงรับมือไม่ไหว
หลังจากวางสายจากแม่ เจ้าชะตาก็เริ่มมองไปทั่วห้อง จนสายตาไปหยุดที่หุ่นตุ๊กตาตัวหนึ่ง สิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกใจคือ เจ้าชะตากลับรู้สึกเหมือนว่าหุ่นนั้นขยิบตาให้
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง แม่เล่าให้ฟังว่า แฟนเก่าของเจ้าชะตาได้รับสายแล้วรีบออกจากบ้านไปโดยไม่มีคำบอกกล่าว
พ่อของแฟนเก่าลื่นล้มในบ้าน แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไร หลังจากนั้นในวันที่พ่อกลับจากโรงพยาบาล แฟนเก่าของเจ้าชะตาก็หกล้มตกบันไดจนขาแพลง ต้องใส่เฝือกอยู่หลายเดือน
หลังจากเหตุการณ์นั้น ชีวิตของแฟนเก่าก็เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง เช่น ปัญหาที่บริษัทเจอ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร การเลย์ออฟพนักงาน และความกดดันหลายรูปแบบ จนในที่สุด ผู้หญิงคนหนึ่งประกาศว่าตั้งครรภ์กับแฟนเก่า และครอบครัวก็ยอมให้แต่งงานกันตามประเพณี เรื่องราวกับเจ้าชะตาจึงยุติลง
เหตุการณ์ทั้งหมดกินเวลาไปหลายเดือน แต่ในช่วงเวลานั้น แฟนเก่าไม่เคยมาเยี่ยมเจ้าชะตาที่คอนโดอีกเลย จนสุดท้ายชีวิตทั้งสองก็แยกจากกันอย่างสมบูรณ์
เจ้าชะตากล่าวว่า เชื่อว่าคงเป็นเพราะหุ่นตุ๊กตาที่ให้ไป และยังจำได้ไม่ลืมถึงภาพที่เห็นว่าตุ๊กตาขยิบตาให้ในวันนั้น
ได้ถามอีกครั้งว่า แล้วรู้สึกกลัวไหม
เจ้าชะตาตอบว่า ไม่เลย มันแค่ทำให้รู้สึกงงๆ แต่พอคิดย้อนไปก็รู้สึกว่ามันกลับทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงอย่างดี ก็ได้ “ให้” ขนมน้องเป็นเค้กช็อกโกแล็ตชิ้นใหญ่ และคืนนั้นฝันถึงชายหนุ่มหล่อคนหนึ่งมาบอกว่า “ขอบคุณนะครับ”
