การอาบน้ำมนต์น้ำเพ็ญในแต่ละปีมักจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 12 แต่ที่พิเศษที่สุดคือตรงกับวันที่พระจันทร์เต็มดวงและเป็นวันจันทร์ ซึ่งเรียกว่า 'จันทร์ซ้อนจันทร์' เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ในปีใด ปีนั้นจะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีโชคดีเป็นพิเศษ พิธีนี้มีรากฐานมาจากสมัยสมเด็จพระนเรศวรเพื่อเสริมพลังและโชคลาภในเรื่องงานและความรัก

พิธีอาบน้ำใต้แสงจันทร์มีรากฐานมาจากตำราโบราณในสมัยสมเด็จพระนเรศวร และตอนนี้ได้รับความนิยมในหมู่ดารา แม้จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็มีการบอกเล่าถึงผลลัพธ์ที่ดีต่อความรักและเสริมเสน่ห์ให้กับผู้ที่เข้าร่วม เช่นเดียวกับการเรียกงาน เรียกสามี รวมถึงช่วยเพิ่มโชคลาภและรักษาโรคต่างๆ

พิธีนี้ยังเสริมความจำดี ปฏิภาณไหวพริบที่ดี ช่วยให้ผู้ที่มีญาณเทพและได้รับการคุ้มครองจากองค์เทพมีความสำเร็จในชีวิต การอาบน้ำเพ็ญยังเชื่อว่าช่วยขจัดอำนาจมนต์ดำและสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และพิธีนี้สามารถทำให้ผู้ที่เจ็บป่วยหายจากโรคได้ โดยพิธีอาบน้ำเพ็ญที่สำคัญจะจัดขึ้นที่วัดสุทัศนเทพวราราม เสาชิงช้า กรุงเทพฯ
พิธีอาบน้ำแสงจันทร์นี้ถือเป็นการชำระล้างบาปและสร้างความบริสุทธิ์ให้แก่ร่างกายจากการกระทำไม่ดีที่เคยทำกับพ่อแม่ หรือความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำ การดำน้ำผุดพร้อมท่องคาถาใต้น้ำในสถานที่ที่มีน้ำพุไหลจะทำให้ผู้เข้าร่วมพิธีได้รับพลังงานที่ดีและบริสุทธิ์ ซึ่งสถานที่ที่จัดพิธีต้องมีต้นตะเคียนใหญ่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในการประกอบพิธีกรรมนี้ จำเป็นต้องอัญเชิญพระแม่คงคา, เจ้าที่เจ้าทาง, เจ้าป่าเจ้าเขา, และนางไม้ทั้งหลาย ให้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของผู้ที่ต้องการชำระร่างกาย และขอให้ครูบาอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ช่วยปัดเป่าให้เขาบริสุทธิ์ก่อนลงไปในน้ำ โดยต้องท่องคาถา โอมชำระ มหานที สักขาระ ชำประสิทธิเม เพื่อเสริมพลังแห่งการชำระล้างจิตใจและร่างกาย โดยที่การท่องคาถาจะยิ่งมากยิ่งดี และห้ามใส่เสื้อผ้าโป๊เปลือย ก่อนที่จะขึ้นจากน้ำต้องกล่าวคำอวยพรเพื่อขอบคุณพระแม่คงคาและรูปวิญญาณต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่เรา
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปร่วมพิธีที่สถานที่จริง ในเมืองก็สามารถทำได้เช่นกัน ตามความเชื่อของคนโบราณ มักจะตักน้ำจากแม่น้ำหรือคลองที่ไหลผ่านหน้าบ้านในเวลาเที่ยงคืน แล้วนำมาอาบ หรือบางครั้งจะตั้งภาชนะใส่น้ำไว้กลางแจ้ง เพื่อรอให้แสงพระจันทร์สะท้อนลงไปในน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นการรับพลังจากธาตุน้ำในช่วงเวลานั้น เพื่อเสริมความเป็นมงคลให้แก่ตนเอง

คำขอขมาพระแม่คงคา
"สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต" เป็นคำขอขมาพระแม่คงคาในภาษาบาลี ซึ่งได้รับการบอกเล่าจากพระราชวิจิตรปฏิภาณ เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม โดยความหมายในภาษาไทยคือ ข้าแต่พระแม่คงคา ข้าพเจ้าขอวันทา ด้วยประทีปกระทง ในช่วงที่น้ำในร่างกายมั่นคงและยั่งยืน พระแม่คงคามีความเมตตาต่อทุกชีวิตที่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากแม่น้ำทั้งหลายที่ไหลไปทุกทิศ
ลูกๆ ทั้งหลายที่เดินทางไปค้าขายหรือทำกิจการต่างๆ ขอให้ประสบความสำเร็จและสามารถนำสิ่งที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และขอให้พระแม่คงคาช่วยชำระมลทินทั้งหลายให้ออกจากร่างกายและจิตใจ ให้ความสดใสและความสงบสุขมาสู่ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดของน้ำหรือการกราบไหว้พระแม่คงคาในการทำกระทงทุกครั้งที่มีวันเพ็ญ ขอโทษขอขมาและอโหสิกรรมในกรณีที่เคยกระทำผิดไป และขอให้ชีวิตได้มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองไม่พบกับอุปสรรคใดๆ
