ในหนังสือประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรสยามของ ฟรังซัว อองรี ตรุแปง นักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากบันทึกของพระสังฆราชแห่งตาบรากา ซึ่งเคยพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยา เล่าเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับ “ตุ๊กแก” ที่ปรากฏในสมัยอยุธยา และมีบางความเชื่อที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่บางประการได้จางหายไปแล้ว เช่น
มีความเชื่อที่ว่า หากใครเผลอกินมูลของตุ๊กแก จะทำให้คนนั้นเสียงหายไปเป็นเวลา 1 เดือน หรือหากปัสสาวะของมันหยดลงบนมือหรือผิวหนัง จะทำให้เกิดรอยดำติดอยู่ตลอดชีวิต หรือหากโดนตุ๊กแกกัด มันจะกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะหมดแรง
หนึ่งในความเชื่อเกี่ยวกับตุ๊กแกที่มีพื้นฐานทางเหนือธรรมชาติคือการเชื่อว่าตุ๊กแกเป็นที่สิงของดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และพวกท่านจะมาเตือนผ่านการส่งเสียงร้องที่มีความหมายแตกต่างกันไป โดยบางตำราบอกให้สังเกตจำนวนครั้งที่ร้อง

ถ้าตุ๊กแกร้อง 5 ครั้ง จะถือเป็นลางไม่ดีนัก
หากตุ๊กแกร้อง 6 ครั้ง ถือว่าเจ้าของบ้านจะเผชิญกับปัญหาหรือความยากลำบากในชีวิต
หากร้อง 7 ครั้ง ยิ่งไม่ดีขึ้น เพราะอาจทำให้เสียทรัพย์หรือเคราะห์ร้ายได้
แต่ถ้าตุ๊กแกร้องมากกว่านั้น เช่น 8, 9 หรือ 10 ครั้ง จะถือเป็นลางดี มีโอกาสเจริญรุ่งเรืองในชีวิต
ในอดีตมีคำกล่าวว่า การเลี้ยงตุ๊กแกนั้นเป็นเรื่องที่ดี หากร้องถึง 11 ครั้งจะถือเป็นโชคดีหลายชั้น เจ้าของบ้านอาจได้พบเนื้อคู่ และตำราบอกว่า หากมันร้องเบาๆ หรือน้อยกว่า 5 ครั้ง ก็ไม่ต้องใส่ใจ เพราะไม่มีความหมาย
