(18 มค.60) ช่วงศูนย์บรรเทาทุกข์ผี ในค่ำคืนนี้เป็นเรื่องราวที่ทำให้ใจหดหู่ เมื่อผู้เป็นแม่ต้องสูญเสียลูกชายที่รักจากการผูกคอฆ่าตัวตาย ซึ่งเหมือนกับสุภาษิตที่ว่า "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง" เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ คุณจิ๊บ จุรีรัตน์ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการสูญเสียลูกชายที่ทำให้เธอหวาดหวั่นไปกับคำทำนายจากร่างทรงที่บอกว่าเหตุการณ์นี้มาจากเจ้ากรรมนายเวรของสามีที่เคยก่อกรรมไว้
ในขณะที่เธอนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ในอดีต สามีของเธอเคยมีเมียน้อยและเมื่อเมียน้อยมีชู้ จึงตัดสินใจฆ่าเมียน้อยเสียชีวิตอย่างทารุณ เมื่อร่างทรงได้เปิดเผยเรื่องนี้ คุณจิ๊บจึงมั่นใจว่าสาเหตุที่ลูกชายผูกคอตายคงจะมาจากกรรมที่สามีเก่าของเธอได้ก่อไว้ เรื่องราวนี้ได้สะท้อนถึงความเป็นมาของลูกชายที่รักแม่และเพื่อนฝูงจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่เพื่อนก็ไม่เชื่อว่าคนที่ร่าเริงอย่างเขาจะทำเช่นนี้ได้

ลูกชายของเธอมาขอเงินจากแม่เพื่อเช่าพื้นที่ในงานฤดูหนาวเพื่อไปขายของกับเพื่อน โดยที่เพื่อนลงเงินไปแล้ว 4000 บาท และเขามาขอที่เหลือจากแม่ แต่เมื่อแม่ไม่สามารถให้ได้ เขาจึงรู้สึกน้อยใจและตัดสินใจยกเลิกการขายของ หลังจากนั้นเขาได้ส่งข้อความหามารดาตอน 8 โมงเช้าเพื่อขอเงิน 50 บาท เมื่อแม่เห็นข้อความตอน 10 โมง จึงได้ให้แฟนของลูกชายมารับเงินไป
เมื่อแม่กลับมาถึงบ้านและพบว่าลูกชายไม่ยอมเปิดประตู หลังจากเคาะประตูเรียกหลายครั้งจึงตัดสินใจพังประตูเข้าไป และเมื่อเดินไปห้องต่างๆ จึงพบเงาคล้ายร่างของลูกชายที่ห้อยคออยู่ แฟนของลูกชายรีบไปเอามีดมาตัดเชือก จนลูกชายตกลงมาหัวฟาดพื้น แฟนรีบโทรหามารดาให้รีบมาช่วย เมื่อแม่มาถึงจึงได้เห็นลูกชายที่ไร้สติอยู่ในอ้อมแขน และมีทหารจากข้างบ้านมาช่วยปั้มหัวใจและพาไปส่งโรงพยาบาล แต่ลูกชายขาดใจในระหว่างทาง แม้หมอจะพยายามช่วยแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้
แม่เศร้าใจมากเมื่อเข้าไปกอดลูกแล้วพูดว่า ถ้าหากจะไปก็ตามใจเถอะลูก แม่ไม่อยากเห็นลูกทรมานอีกแล้ว เพราะลูกนอนอยู่อย่างนั้นมา 7 วันแล้วโดยไม่มีการตอบสนองอะไรเลย แม้จะใส่สายยางอยู่ตลอดเวลา แม่จึงบอกลูกว่าไม่ต้องห่วงแม่หรอก ถ้าจะไปก็ไปเถอะ แม่อยู่ได้แล้ว แต่ขอให้คิดถึงพระนะลูกนะ เพราะลูกได้ทำบาปกรรมด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังมีบุญที่บริจาคดวงตา และแม่ก็ได้นั่งฟังพระเทศน์จากทางโรงพยาบาล ที่เขาเปิดให้ฟังเพื่อให้ลูกได้บุญเยอะๆ สุดท้ายลูกก็ขาดใจเสียชีวิตไป แม่ยังคิดถึงลูกมาก ยังเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกที่เลี้ยงดูมาเพียงคนเดียว และในช่วงเวลาที่เขาเสียชีวิตก็มีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้น เช่น การที่เขาถอดสร้อยพระที่ห้อยอยู่ตรงคอที่ผูกเชือก และจุดธูป 1 ดอกพร้อมกับวางเหรียญบาทไว้ 1 เหรียญ จึงอยากรู้ว่าเหตุการณ์นี้มีใครมาแนะนำให้เขาทำเช่นนั้นหรือไม่

เรื่องราวในอดีตเกี่ยวข้องกับสามีที่เคยมีเมียน้อย และเกิดเรื่องทะเลาะกันจนผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิต ก่อนที่เราจะมีกิจการรถเมล์ เขาเป็นคนขับรถโดยสาร และผู้หญิงคนนี้เป็นผู้โดยสารที่ติดกับเขาจนกระทั่งมาอยู่ร่วมกัน เมื่อรู้ว่าผู้หญิงท้อง 8 เดือนแล้ว เมื่อเรื่องราวนี้เกิดขึ้นแม่ก็หนีออกจากบ้านไปอยู่ที่บ้านพักโรงเรียนกับลูกไม่นานก็ได้ยินข่าวจากตำรวจที่โทรมาแจ้งว่าแฟนเสียชีวิตแล้ว และเมื่อไปเห็นศพก็พบรอยขวานที่ต้นคอและหน้าผาก ร่างกายบวมและเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน จากนั้นสามีก็เริ่มป่วยเป็นตับแข็งและขอเจอลูกและแม่เป็นครั้งสุดท้าย สิ่งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และจากคำบอกของร่างทรงว่าเจ้ากรรมนายเวรตามจองเวรลูกเรา แม่จึงสงสัยว่าการที่ลูกเสียชีวิตอาจจะเกิดจากความน้อยใจหรือเป็นผลมาจากกรรมของเจ้ากรรมนายเวรที่ตามมา
แม่ได้สอบถามไปยัง "คุณริว จิตสัมผัส" และเมื่อคุณริวเข้ามาเขาบอกว่าเห็นเป็นทุ่งหญ้าและป่าใหญ่ ก่อนจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนขวางไม่ให้มองไปที่ไหน เขาบอกว่าเป็นลูกชายที่มายืนรอแม่ โดยยืนกอดขาแม่และร้องไห้ โดยมีท่าทางที่น่าสงสาร คุณริวจึงถามว่าเขามีอะไรอยากจะบอก และวิญญาณของลูกชายก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับการกระทำของพ่อ แต่เขาน้อยใจที่ไม่มีใครเข้าใจเขา คุณแม่ยอมรับว่าเขามักบอกแม่เสมอว่าทำไมแม่ไม่เข้าใจเขา และเขาก็เคยพูดถึงการที่แม่ไม่ยอมให้แฟนเข้ามาอยู่ในบ้าน ขณะเดียวกันแม่ก็เพิ่งมารู้ว่าลูกชายรักผู้หญิงคนนี้มากมายหลังจากที่เขาเสียชีวิต
คุณริวจึงบอกว่า การที่ลูกชายจุดธูปนั้นเป็นการขอขมาแม่ เพื่อขอโทษแม่ที่ตัดสินใจแบบนั้นในวันสุดท้าย ก่อนที่จะปักธูปลงไปแล้วผูกคอตายพร้อมกับวางสิ่งของทั้งหมดไว้ให้แม่ เขาตัดสินใจที่จะทำเช่นนี้เพราะน้อยใจและต้องการขอโทษแม่ที่ไม่เข้าใจเขา แม่จึงเล่าให้คุณริวฟังว่าก่อนที่เขาจะตัดสินใจเช่นนั้น เขามาขอเงินจากแม่และทะเลาะกัน โดยแม่ได้เผลอพูดไปว่า "เมื่อไหร่มึงจะตายๆ ไปสักที อยู่ไปก็ทำแต่ปัญหา" ซึ่งแม่ไม่ได้ตั้งใจพูด แต่พูดเพราะโมโหไปจริงๆ และหลังจากที่ลูกชายเสียชีวิต คุณริวบอกว่าเป็นวิบากกรรมที่ลูกชายต้องเผชิญ และให้แม่กราบขอขมาแม่ด้วยความจริงใจ โดยการฆ่าตัวตายถือเป็นวิบากกรรมที่ร้ายแรงที่สุด แม่จึงอโหสิกรรมให้ลูก แต่ก็ยอมรับว่าเรื่องราวทั้งหมดต้องชดใช้กรรมที่เคยก่อ
