"ปราสาทเขาพระวิหาร" หรือที่หลายคนเรียกกันว่า เขาพระวิหาร เป็นปราสาทหินที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก (หรือที่เรียกในภาษากัมพูชา พนมดงเร็ก ซึ่งหมายถึง ภูเขาที่มียอดไม้คาน) สูงจากระดับน้ำทะเล 657 เมตร สถานที่แห่งนี้รู้จักกันในชื่อ พนมพระวิหาร ซึ่งแปลว่า ยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุดในการเข้าถึงปราสาท
ปราสาทแห่งนี้มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะบันทายศรี และบางลักษณะคล้ายกับพระวิหารของปราสาทนครวัด รอยแกะสลักที่ปรากฏบนปราสาทนั้นน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย โดยเฉพาะการเคารพพระศิวะผู้เป็นเทพสูงสุด เชื่อกันว่าปราสาทนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะที่ทรงประทับอยู่บนยอดเขาไกรลาส ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในเขาพระสุเมรุ ที่เป็นศูนย์กลางจักรวาล ดังนั้น การสร้างปราสาทพระวิหารจึงถูกตั้งอยู่บนหน้าผาที่ชื่อว่า เป้ยตาดี ซึ่งทำให้ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางสู่ที่ประทับของพระศิวะ ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินทางไปสู่ "ยอดเป้ยตาดี"
ตำนานความลี้ลับของเขาพระวิหารที่ไม่มีวันจางหายไปจากประวัติศาสตร์ความลึกลับของเขาพระวิหารมีมากมาย เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับหลายเผ่าพันธุ์และความเชื่อที่แตกต่างกัน ในอดีต เทือกเขาพนมดงรักเคยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างที่ราบสูงโคราชกับที่ราบเขมรต่ำ การก่อตั้งปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวบ้านและผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูเกิดขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2
ตามจารึกศิวะสักติ พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้กำหนดพื้นที่หลายแห่งบนเขาพระวิหารให้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภวาลัยแห่งเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจ้าพื้นเมืองจากตระกูลพระนางกัมพูชาลักษมี พระมเหสีของพระองค์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างศาสนสถานบนเขาพระวิหาร ต่อมา พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ได้โปรดให้สร้างพระภัทเรศวรแห่งลิงคปุระบนยอดเขาพระวิหารด้วย ซึ่งถือเป็นการยกย่องเขาพระวิหารในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่อยู่ของบรรพบุรุษของชนชาติจามและขอม
พระองค์ยังได้ทำให้ปราสาทพระวิหารกลายเป็นศูนย์กลางของความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับบรรพบุรุษ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมและการบูชาซึ่งเกี่ยวข้องกับเทศกาลของเกษตรกร การประกอบพิธีที่ปราสาทพระวิหารทำให้ชุมชนใกล้เคียงขยายตัว ตามจารึกกล่าวไว้ว่า พระองค์ได้ส่ง "ทิวากรบัณฑิต" มาบวงสรวงพระศิวะทุกปี อีกทั้งยังมีชุมชนที่ตั้งขึ้นเพื่อรับใช้เทวสถาน เช่น กุรุเกษตร, พะนุรทะนง เป็นต้น ต่อมาปราสาทพระวิหารได้กลายเป็นแหล่งจาริกแสวงบุญสำคัญในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ตามเอกสารประวัติกัมพุพงศ์และพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์องค์อื่น
ตำนานลี้ลับของเขาพระวิหารที่ถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน หากใครมีโอกาสไปเยี่ยมชมที่นี่ จะได้รับประสบการณ์ไม่เพียงแต่ความเก่าแก่ของโบราณสถานที่ยังคงสภาพดี แต่ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ แม้ว่าในตอนนี้จะมีการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และไม่ว่าจะอยู่ในดินแดนใด ความลี้ลับและตำนานของปราสาทเขาพระวิหารจะยังคงอยู่ต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก http://th.wikipedia.org/
