ในปีนี้ วันมาฆบูชาหรือวันจาตุรงคสันนิบาต ตรงกับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นวันจันทร์....วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน ทำให้วันนี้มีความหมายอย่างยิ่งในพุทธศาสนา
ประวัติความเป็นมาของวันมาฆบูชา
พุทธศาสนิกชนให้ความสำคัญกับ "วันมาฆบูชา" เนื่องจากมีเหตุการณ์พิเศษ 4 ประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ นับเป็นปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ที่โลกต้องจดจำ เพราะเป็นการชุมนุมของบุคคลผู้บริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ และเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
วันมาฆบูชา4 เหตุการณ์อัศจรรย์ในวันมาฆบูชา
1. ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งดวงจันทร์โคจรเข้าสู่มาฆฤกษ์
2. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า
3. พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาร่วมประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 ไม่มีพระสงฆ์ที่ยังเป็นปุถุชนหรือผู้อยู่ในระดับโสดาบัน สกทาคามี หรืออนาคามีแม้แต่รูปเดียว
4. พระสงฆ์ทุกรูปได้รับการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งเป็นการบวชที่พระพุทธเจ้าทรงประทานให้โดยตรง
พระอรหันต์ทั้ง 1,250 รูปที่ร่วมในสันนิบาตครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มแรก คือ คณะพระภิกษุอดีตชฏิล 3 พี่น้อง นำโดยท่านอุรุเวลกัสสปะ พร้อมด้วยบริวารรวม 1,000 รูป
กลุ่มที่สอง คือ คณะบริวารของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ซึ่งมีจำนวน 250 รูป
การประชุมมหาสาวกสันนิบาตในยุคของพระพุทธเจ้า บางพระองค์มีการจัดประชุมมากกว่า 1 ครั้ง เช่น ในสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า มีการประชุมสาวกสันนิบาตถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกมีพระอรหันตสาวก 100,000 โกฏิ ครั้งที่สองมี 90,000 โกฏิ และครั้งที่สามมี 80,000 โกฏิ ในแต่ละครั้งพระองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งมีเนื้อหาสาระเหมือนกันทุกประการกับที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงประทานไว้
สาระสำคัญของโอวาทปาฏิโมกข์
โอวาทปาฏิโมกข์ถือเป็นหัวใจหลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นการประกาศหลักการที่ชัดเจนของพุทธศาสนา ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้มนุษย์มีความรักและความเข้าใจอันดีต่อกัน โอวาทปาฏิโมกข์แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการ ดังนี้
อุดมการณ์ คือ เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่
1. ความอดทน คือ การทนต่อความยากลำบากเพื่อเผาผลาญกิเลสให้หมดไปจากใจ หากทนได้ก็จะบรรลุนิพพาน (ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา)
2. นิพพาน คือ เป้าหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์ทุกคน (นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา)
3. การไม่เบียดเบียนกัน คือ การละเว้นจากการทำร้ายหรือก่อเวรทั้งทางกายและใจ ดำรงชีวิตอย่างสงบเสมือนสมณะ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่งได้ง่าย (น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเห ฐยนฺโต)
หลักการ คือ แนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่
1. การไม่ทำบาปใดๆ ทั้งบาปใหญ่หรือบาปเล็ก เนื่องจากกฎแห่งกรรมจะกำหนดผลของการกระทำ ต้องเรียนรู้จากผู้รู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ แม้บาปเพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรทำ (สพฺพปาปสฺส อกรณํ)
2. การทำความดีให้สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าความดีใดในโลกนี้ หากมีโอกาสต้องทำให้เต็มที่ แม้บุญเพียงเล็กน้อยก็ควรทำ โดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะรับรู้หรือไม่ (กุสลสฺสูปสมฺปทา)
3. การฝึกจิตให้บริสุทธิ์ ด้วยการนั่งสมาธิ(Meditation)เป็นประจำทุกวัน เมื่อจิตใจใสสะอาดแล้ว พระนิพพานก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะสมาธิคือจิตที่มั่นคงและเป็นกุศล (สจิตฺตปริโยทปนํ)
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dmc.tv
