ผมเคยพูดถึงหลักการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมโดยพิจารณาจากสภาพแวดล้อมทั่วไปมาแล้ว แต่มีคนถามผมอยู่เสมอว่า หากเกิดปีนี้ราศีนี้ ควรเลือกคอนโดมิเนียมแบบไหนและควรหันไปทางทิศใด ผมอยากบอกก่อนว่า การนำเรื่องดวงชะตามาเป็นเกณฑ์ตัดสินควรถือเป็นปัจจัยเสริม มากกว่าหลักเกณฑ์หลัก หลายคนมีความเข้าใจผิดในจุดนี้ จนอาจทำให้การวิเคราะห์ฮวงจุ้ยคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นหลักในการวิเคราะห์ที่ถูกต้องคือ
การพิจารณาฮวงจุ้ยที่ดีหรือไม่นั้น ควรใช้สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยหลัก ตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ปีเกิดของแต่ละคนสัมพันธ์กับทิศทางที่เป็นมงคล การเลือกตำแหน่งห้องในคอนโดฯ ควรเน้นทิศที่เสริมดวงของเจ้าของห้องเป็นสำคัญ ใครเกิดปีใดควรอยู่ทิศใด ผมจะสรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า ปีเกิดไหนเหมาะกับคอนโดมิเนียมที่หันไปทางทิศใด
คอนโดมิเนียมกับดวงชะตาของผู้อยู่อาศัยปีกุนและปีชวด เป็นผู้ที่มีธาตุน้ำเป็นหลัก ทิศมงคลคือทิศเหนือ ตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะที่ทิศที่ควรหลีกเลี่ยงคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้
ปีขาลและปีเถาะ จัดอยู่ในกลุ่มธาตุไม้ ทิศที่ส่งเสริมดวงชะตาคือทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ และทิศเหนือ ส่วนทิศที่ควรหลีกเลี่ยงคือทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ
ปีมะเส็งและปีมะเมีย เป็นบุคคลธาตุไฟ ทิศที่เสริมดวงคือทิศใต้ ตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ ควรหลีกเลี่ยงทิศเหนือ เนื่องจากเป็นทิศที่ปะทะกับธาตุไฟโดยตรง
ปีวอกและปีระกา เป็นกลุ่มธาตุทอง ทิศที่เป็นมงคลคือ ตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ทิศที่ไม่ควรเลือกคือทิศใต้
ปีฉลู มะโรง มะแม และจอ จัดอยู่ในกลุ่มธาตุดิน ทิศที่เป็นมงคลคือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ และทิศใต้ ส่วนทิศที่ไม่ควรเลือกคือทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อทราบทิศที่เป็นมงคลกับปีเกิดแล้ว การเลือกตำแหน่งห้องในคอนโดมิเนียมก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เพียงแค่พิจารณาทิศทางจริงของอาคาร โดยหาจุดศูนย์กลางของคอนโดแล้วแบ่งออกเป็น 8 ทิศหลัก ก็สามารถเลือกตำแหน่งห้องที่เหมาะสมได้ทันที หากไม่สามารถเลือกทิศที่ถูกโฉลกได้ (เช่น มีผู้อื่นเลือกไปแล้ว) ก็ยังสามารถเลือกห้องในทิศอื่นได้ ยกเว้นทิศที่ไม่เป็นมงคล
คอนโดมิเนียมกับดวงชะตาของผู้อยู่อาศัย
ตัวอย่างเช่น คนที่เกิดปีเถาะ ซึ่งเป็นธาตุไม้ หากไม่สามารถเลือกห้องที่หันไปทางทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศมงคลได้ ก็สามารถเลือกห้องในทิศใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้แทนได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นทิศที่ไม่ถูกโฉลก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรยึดติดกับหลักการเลือกทิศมากเกินไป หากห้องที่เลือกไม่ตรงตามทิศมงคลแต่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ก็ไม่น่ากังวล แต่หากเลือกห้องที่ถูกทิศกับปีเกิดแต่สภาพแวดล้อมไม่ดี เช่น อยู่ใกล้สุสาน มีตึกบังลม หรือมีหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่ใกล้ กรณีนี้ถือว่าไม่เหมาะสมและควรหลีกเลี่ยง การพิจารณาเลือกห้องควรดูปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ประกอบด้วย เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
กฎของฮวงจุ้ยมีมากมายหลายข้อ ซึ่งไม่ใช่กฎที่ตายตัว ทุกข้อห้ามหรือข้อแนะนำมักจะมีข้อยืดหยุ่นเสมอ เนื่องจากแต่ละสถานที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ทุกบ้านมีลักษณะเฉพาะตัว แม้แต่รูปทรงและทิศทางของอาคารพาณิชย์หรือห้องแถวที่ดูเหมือนจะคล้ายกันก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ดี
หลายคนอาจมองข้ามว่า ความแตกต่างอยู่ที่ตำแหน่งของห้อง หากเป็นห้องหัวมุมก็จะมีลักษณะต่างจากห้องที่อยู่ตรงกลาง หรือแม้แต่ห้องที่ติดกันก็ไม่เหมือนกัน เพราะยังมีปัจจัยเรื่องการจัดวางข้าวของภายในห้องที่แต่ละคนจะจัดต่างกันออกไป ดังนั้นการพิจารณาหลายๆปัจจัยจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรงตามหลักฮวงจุ้ย 100 % แค่ประมาณ 50-60 % ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ถ้าชัยภูมิถูก ทิศทางผิดก็ไม่น่ากังวลเกินไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.fs-l.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com
