พุทธศาสนาให้ความสำคัญกับพ่อแม่ในฐานะพระอรหันต์ของลูก เพราะท่านเป็นผู้ให้กำเนิด ดูแลเลี้ยงดู และเป็นครูคนแรกของลูก บางครั้งลูกอาจมองพ่อแม่เป็นแหล่งเงินหรือเป็นอะไรอื่นๆ ที่ลูกต้องการให้เป็นตามใจ
แม้ว่าพ่อแม่จะมีความยิ่งใหญ่ แต่ลูกต้องเข้าใจว่าพ่อแม่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ที่อาจทำผิดพลาดได้ และลูกสามารถให้อภัยได้ ความเข้าใจในจุดนี้จะช่วยลดความคับข้องใจและความรู้สึกที่สะสมอยู่ ลูกบางคนอาจเก็บความไม่พอใจเกี่ยวกับพ่อแม่ไว้นาน จนมันกลายเป็นปัญหาหรือแผลเป็นในใจ ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้หากรู้จักให้อภัยและปล่อยวาง
วันนี้ Secret ได้มีโอกาสกราบนมัสการ พระครูจินดารัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธบุตร จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งวัดแห่งนี้ได้จัดอบรมวิปัสสนาให้แก่เด็กและเยาวชนมาอย่างยาวนานมากกว่า 10 ปี เพื่อร่วมสนทนาในเรื่องนี้

การทำงานกับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้พระอาจารย์ทราบว่าปัญหาหลักของเด็กมาจากการขาดความอบอุ่นจากครอบครัว เด็กวัยเล็กๆ รู้สึกเสียใจที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ เด็กวัยประถมมองเห็นพ่อแม่ใช้เงินในการเลี้ยงดู จึงคิดว่าเงินคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต และเมื่อเด็กเติบโตขึ้น พวกเขาจะรู้สึกว่าไม่รักพ่อแม่เท่าเดิมจนคิดว่าพ่อแม่ทำผิดตลอดเวลา หากลูกมีความกตัญญูและเข้าใจหลักธรรมะ ความเข้าใจและการให้อภัยจะช่วยให้ปัญหาลดลง
เมื่อใดที่ลูกมีความรู้สึกไม่พอใจพ่อแม่ ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อสลายความโกรธและให้อภัยท่าน
1 ตระหนักถึงคุณงามความดีของพ่อแม่ ลูกทุกคนย่อมรู้ดีถึงความกรุณาและความทุ่มเทของพ่อแม่ เมื่อมีปัญหาหรือความไม่เข้าใจเกิดขึ้น ควรหันกลับมาคิดถึงพระคุณของท่าน เพราะหากไม่มีพ่อแม่ เราก็คงไม่มีชีวิตนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องอาหาร เสื้อผ้า การศึกษา หรือสิ่งต่างๆ ที่ได้รับจากท่าน บางครั้งท่านอาจให้มาไม่มากนัก หรืออาจขาดแคลนบ้าง แต่ให้คิดว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว สำหรับลูกที่มีความกตัญญูควรตอบแทนด้วยการดูแลพ่อแม่ตามสมควร ไม่ควรหลงลืมในความดีของท่าน
2 อย่ารอเวลาที่จะบอกว่ารัก พระอาจารย์ได้สอนเด็กๆ ให้แสดงความรู้สึกต่อพ่อแม่ โดยเด็กบางคนมักจะบอกว่า พ่อแม่รักพี่หรือน้องมากกว่าตน หรือรู้สึกเสียใจที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ บางคนอาจจะรู้สึกผิดหวังจากการที่พ่อแม่ไม่รักษาสัญญา พระอาจารย์จะขอให้เด็กๆ ที่ไม่มีโอกาสอยู่กับพ่อแม่ หรือพ่อแม่เสียชีวิตแล้ว ออกมาบอกเล่าความรักและคิดถึงที่มีต่อท่าน หากพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็จะบอกถึงสิ่งที่อยากทำเพื่อพ่อแม่
เมื่อเด็กๆ ได้บอกเล่าความรู้สึกเหล่านี้ ทุกคนมักจะรู้สึกสะเทือนใจและร้องไห้ เพราะเข้าใจว่าการที่พ่อแม่ยังคงอยู่กับเราเป็นสิ่งที่มีค่ามาก แม้ว่าบางครั้งอาจมีความไม่เข้าใจหรือทะเลาะกัน แต่ก็ยังดีกว่าการที่ไม่มีพ่อแม่เลย
แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมอบรม แต่ทุกคนรู้ดีว่า พ่อแม่ไม่มีทางอยู่กับเราไปตลอดชีวิต เมื่อมีโอกาสก็ควรปรับความเข้าใจ และรีบทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อท่านให้เร็วที่สุด
3 ใช้คำพูดที่ดี สะท้อนน้ำใจที่แท้จริง เด็กๆ แม้จะโกรธพ่อแม่ แต่ก็สามารถหายโกรธได้เร็ว เพราะพ่อแม่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต ต่างจากผู้ใหญ่ที่แม้จะรู้ผิดชอบชั่วดี แต่กลับไม่รู้จักวิธีสลายความโกรธ และบางครั้งเผลอใช้คำพูดที่รุนแรงกับพ่อแม่ ขณะที่กับคนอื่นๆ มักจะพูดดีเสมอ การใช้คำพูดที่ไม่ระมัดระวังกับพ่อแม่อาจทำให้เกิดความบาดหมางได้ง่าย
พระอาจารย์กล่าวว่า คำพูดมีพลังมาก ต้องระมัดระวังให้ดี เช่นคำที่ว่า "พูดคำด่าคำ คนเข็ด พูดเท็จเป็นบาป พูดหยาบแตกร้าว พูดยาวฟังยาก พูดมากเลอะเทอะ พูดเยอะผิดบ่อย พูดถ่อยผิดใจ พูดไวผิดอักขระ" เพื่อไม่ให้คำพูดเพิ่มความขุ่นมัวให้กับความโกรธ เราควรฝึกสติและใส่ใจคำพูดให้ดี เพราะมันจะช่วยให้เราไม่ทำร้ายจิตใจพ่อแม่และสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น แม้ความไม่พอใจยังไม่หายไป แต่มันจะไม่ทวีความรุนแรงจนทำลายความสัมพันธ์
4 การปล่อยวางความคาดหวัง ลูกหลายคนมักรู้สึกไม่พอใจที่พ่อแม่คิดไม่เหมือนกับตนเอง เช่น พ่อแม่ไม่สนใจในธรรมะ ขณะที่ลูกชื่นชอบการเข้าวัด หรือพ่อสูบบุหรี่ แต่ลูกเกลียดคนสูบบุหรี่ พ่อพูดจาหยาบคาย แต่ลูกมองว่าการพูดเสียงดังเป็นสิ่งที่น่าอับอาย เรามักต้องการให้พ่อแม่เป็นตามสิ่งที่เราคิด แต่ในขณะเดียวกัน พ่อแม่เองก็อาจคาดหวังสิ่งที่เราไม่สามารถทำให้ได้เช่นกัน
การที่เราคาดหวังให้คนอื่นคิดเหมือนเราเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นจริง และหากยังเถียงกันเรื่องเหล่านี้ก็ยากที่จะเข้าใจกัน หากสิ่งที่เราห่วงใยพ่อแม่แล้วท่านไม่รับฟัง ก็ไม่ควรย้ำเตือนบ่อยๆ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้ง ควรหาวิธีอื่นๆ ในการหลีกเลี่ยงการเถียง เช่น หากเราต้องการให้ท่านสนใจธรรมะ แทนที่เราจะบังคับให้ท่านเข้าวัด เราควรเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน เช่น การเป็นคนใจเย็นและอดทน เมื่อพ่อแม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเรา ท่านก็จะเกิดความศรัทธาและความสนใจในธรรมะตามมาเอง
5 ให้อภัยทุกสิ่ง เพราะพ่อแม่คือผู้ให้กำเนิด พ่อแม่มีหน้าที่ในการเลี้ยงดูและอบรมลูกให้เป็นคนดีที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่ในความเป็นจริง มีพ่อแม่จำนวนมากที่ไม่ได้พร้อมที่จะเลี้ยงดูลูก และบางคนยังทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับลูก เช่น การพนัน ดื่มสุรา หรือคบคนไม่ดี เมื่อเด็กเห็นพ่อแม่ทำเช่นนี้ก็รู้สึกผิดหวัง ไม่อยากเคารพพ่อแม่อีกต่อไป หรือบางครั้งพ่อแม่อาจทำร้ายลูกเอง เช่น พ่อแม่ที่บังคับให้ลูกทำมิจฉาชีพ หรือพ่อแม่ที่ทำร้ายลูกทางร่างกาย การกระทำเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสังคมไทย แต่ยังพบได้ทั่วโลก
พระอาจารย์อธิบายว่า เหตุการณ์น่าเศร้าเหล่านี้มักเกิดจากกามราคะหรืออารมณ์ชั่ววูบ เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และคนที่ทำผิดต้องการกลับตัว ก็จะมีการขอขมาและขอโทษจากกัน เมื่อพ่อแม่และลูกได้อโหสิกรรมต่อกันแล้ว พวกเขาก็สามารถอยู่ร่วมกันได้เหมือนเดิม
สำหรับคนนอกมักรู้สึกสะเทือนใจและอยากให้พ่อแม่ลูกห่างกัน แต่ในความเป็นจริง แม้เด็กจะเป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนใหญ่เขาก็ยังคงรักพ่อแม่ ความรู้สึกรักและเกลียดจะต่อสู้กันในใจของเขา และหากไม่สามารถให้อภัยได้ ความรู้สึกนี้จะติดตัวเขาไปจนตลอดชีวิต
ปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับแก้ไข แต่สิ่งที่เราสามารถเริ่มต้นทำได้ทันทีคือการแก้ไขที่ใจของเราเอง โดยเริ่มจากการให้อภัยทุกคนโดยเฉพาะพ่อแม่ เพื่อให้เราเปิดประตูสู่ความสุขที่แท้จริง
