พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือที่รู้จักในชื่อเล่นว่า ผึ้ง และชื่อจริงคือ รำพึง จิตรหาญ เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง เธอได้รับฉายาว่า ราชินีลูกทุ่ง เนื่องจากน้ำเสียงที่ออดอ้อนและหวานเป็นเอกลักษณ์ แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่เธอจำเนื้อเพลงได้แม่นยำ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่
รำพึง จิตรหาญ ถือกำเนิดที่อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท และเติบโตที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เธอเป็นบุตรสาวของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในสภาพยากจน เป็นลูกคนที่ 5 จากทั้งหมด 12 คน

รำพึง มีความหลงใหลในการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ได้รับการศึกษา แต่เธอมีความจำที่ยอดเยี่ยม เธอเริ่มฝึกร้องเพลงและเข้าร่วมการประกวดตามงานต่าง ๆ ตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย หลังจากนั้น เธอเดินทางประกวดร้องเพลงทั่วประเทศ และได้ร่วมงานกับวงดนตรีในกรุงเทพฯ กับ ดวง อนุชา ตอนอายุประมาณ 10 ขวบ แต่ยังไม่ได้เป็นนักร้องอาชีพ เธอจึงกลับไปอยู่ที่อำเภอสองพี่น้อง

ในปี พ.ศ. 2518 เมื่ออายุ 15 ปี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ได้นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน รำพึงได้แสดงความสามารถในการร้องเพลงจนไวพจน์ประทับใจและรับเธอเป็นบุตรบุญธรรม พาเธอมาอยู่กรุงเทพฯ เพื่อเริ่มต้นอาชีพนักร้อง เธอเริ่มต้นด้วยการเป็นหางเครื่องและร้องเพลงไปพลาง ๆ ก่อนที่ไวพจน์จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งแก้กับเพลง "แก้วจ๋า" โดยเธอใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ
ในปี พ.ศ. 2521 พุ่มพวงได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากเพลง "อกสาวเหนือสะอื้น" นอกจากนี้ เธอยังได้รับเกียรติให้ร้องเพลง "ส้มตำ" ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อีกด้วย

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2535 มีรายงานข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าพุ่มพวงเกิดปัญหากับสามีและป่วยเป็นโรคไตขั้นรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เธอไม่สามารถเบิกเงินจากบัญชีธนาคารได้เนื่องจากสมุดบัญชีอยู่กับไกรสร (สามี) ที่เชียงใหม่ เธอจึงตัดสินใจสั่งอายัดเงินทั้งหมด ต่อมาในวันที่ 20 มีนาคม เธอเดินทางจากเชียงใหม่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลตากสิน จันทบุรี ก่อนจะย้ายไปโรงพยาบาลศิริราช แพทย์พบว่าเธอป่วยเป็นโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเองในขั้นรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบถึงไต ไกรสรออกมายอมรับว่ามีปัญหาครอบครัวจริง
วันที่ 3 เมษายน แพทย์ประจำตัวเปิดเผยว่าอาการของพุ่มพวงดีขึ้น ญาติของเธอเสนอให้รักษาด้วยวิธีไสยศาสตร์เนื่องจากเชื่อว่าเธอถูกปองร้ายด้วยคุณไสย ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2535 เธอออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีไสยศาสตร์ที่จังหวัดพิษณุโลก โดยเดินทางด้วยรถตู้ หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช เวลาประมาณ 13.00 น. เธอเกิดอาการช็อกและหมดสติ ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช และเธอเสียชีวิตอย่างสงบเวลา 20.55 น.

มีการจัดพิธีสวดอภิธรรมศพที่วัดมกุฏกษัตริยาราม และพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดทับกระดาน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวงไว้ที่ศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน และมีการจัดงานรำลึกถึงเธอทุกปีระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิต

หลังจากพุ่มพวงจากไป แฟนเพลงยังคงรำลึกและอาลัยในตัวเธอเป็นอย่างมาก จึงมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ดวงจันทร์ ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก การสร้างหุ่นนี้ทำให้เกิดเรื่องราวลี้ลับมากมายที่ไม่มีคำอธิบาย อย่างไรก็ตาม เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ความรักของแฟนเพลงที่มีต่อพุ่มพวงลดลงเลย กลับมีการสร้างหุ่นเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 แห่ง

หุ่นรูปที่ 1
ตั้งอยู่ที่ศาลาสระกลางน้ำ วัดทับกระดาน หุ่นนี้สร้างขึ้นในชุดสีดำและถือเป็นหุ่นอภินิหาร ถูกสร้างขึ้นหลังพระราชทานเพลิงศพพุ่มพวงประมาณ 15 วัน ตามความฝันของพุ่มพวงที่บอกให้สร้างหุ่นนี้ ภายในหุ่นบรรจุสรีระ ผงธุลี และเถ้าถ่านของพุ่มพวงหลังพระราชทานเพลิงศพ มีประชาชนจำนวนมากมาเคารพสักการะเพื่อขอโชคลาภ

หุ่นรูปที่ 2
ตั้งอยู่ที่ศาลาสุธรรมรัตราฎร์บำรุง วัดทับกระดาน อยู่ในตู้กระจก หุ่นนี้สร้างโดยยุ้ย ญาติเยอะ เพื่อบูชาครูเพลงพุ่มพวง ดวงจันทร์

หุ่นรูปที่ 3
ตั้งอยู่ที่ศาลาจัตุรมุขทรงไทย วัดทับกระดาน สร้างโดยนายณรงค์ รอดเจริญ อดีตบรรณาธิการบริหารหนังสือ ดาราเสียงทอง พร้อมคณะจากค่ายเทปเพลงต่าง ๆ หุ่นนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นหุ่นแก้บนด้วยทองคำและเงินสด เป็นหุ่นขี้ผึ้งแข็งที่มีลักษณะคล้ายผู้หญิงจริง ใช้ผมจริงและเส้นขนจริง

หุ่นรูปที่ 4
ตั้งอยู่ที่ศาลาสุธรรมรัตราฎร์บำรุง วัดทับกระดาน ในชุดสีชมพู หุ่นนี้สร้างโดยคณะกรรมวัดร่วมกับแฟนเพลงที่มาเคารพและบนบานจนประสบผลสำเร็จ หุ่นนี้อยู่ในชุดนางพญาเสือดาว ซึ่งพุ่มพวงเคยสวมใส่ขณะร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ต 7 สี ครั้งแรก ประชาชนนิยมจุดธูปกราบไหว้เพื่อขอโชคลาภ

หุ่นรูปที่ 5
ตั้งอยู่ที่วิหารห้องกระจก รูปเหมือนพระครูสุธรรมรัต หรือหลวงพ่อบวช ตุลายโก อดีตเจ้าอาวาสวัดทับกระดาน ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของพุ่มพวง ดวงจันทร์ หุ่นนี้แสดงภาพพุ่มพวงในสมัยที่ใช้ชื่อน้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ อยู่ในชุดเสวนาธรรม ตอนที่พุ่มพวงมาขอพรจากหลวงพ่อบวชเพื่อเป็นนักร้องชื่อดัง หุ่นนี้สร้างโดยคณะกรรมและญาติของพุ่มพวง

หุ่นรูปที่ 6
ตั้งอยู่ที่ศาลาสุธรรมรัตราษฎร์บำรุง วัดทับกระดาน หุ่นนี้สร้างโดยใหม่ เจริญปุระ เพื่อบูชาครูเพลงพุ่มพวง เป็นหุ่นสีทองที่มีลักษณะตามแบบฉบับของใหม่ เจริญปุระ
ย้อนอดีต อาถรรพ์พุ่มพวง ดวงจันทร์ คลิก!
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก wikipedia, thaimusicstory.com, alteregobkk.com
