“พี่เคยรู้สึกน้อยใจแฟนบ้างไหมคะ?” น้องถามขึ้นแบบขำๆ ขณะอยู่ในลิฟต์ 555 เคยสิ ไม่เคยจะยังไง แถมพยายามหาข้ออ้างเพื่อให้การน้อยใจดูมีเหตุผลดีขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า “เราอยากน้อยใจแค่กับคนที่เราให้ความสำคัญ เพราะถ้าไม่สำคัญกับฉันขนาดนั้น ก็ทำอะไรก็ได้ ไม่มีผลอะไรกับฉันแล้ว” แค่ต้องควบคุมการน้อยใจให้มันดูน่ารักน่าเอ็นดูแทนที่จะเป็นเรื่องน่าเบื่อ ก็เลยฟังดูมีเหตุผล ทำให้ความงี่เง่าดูเบาลงมากๆ คำถามเรื่องน้อยใจมีเข้ามาทุกวัน ดีกรีก็แตกต่างกันไปค่ะ
“สวัสดีค่ะพี่อ้อย หนูคบกับแฟนมา 3 ปีแล้วค่ะ ทุกครั้งที่หนูน้อยใจ ความรู้สึกของหนูมักจะไม่สำคัญเท่าไรทุกที อย่างเวลาเขาเล่นเกม เขาจะเล่นจนจบแล้วค่อยมาให้ความสนใจหนู ไม่ใช่แค่ตอนเล่นเกมนะคะ แม้แต่ตอนดูหนัง อ่านการ์ตูน หรือกิจกรรมอื่นๆ เขาก็ยังคงทำต่อไป ส่วนหนูต้องเผชิญกับความรู้สึกนี้ด้วยตัวเองจนหาย พอเขามาง้อความรู้สึกของหนูก็ผ่านจุดที่น้อยใจไปแล้วจนกลายเป็นชาไปหมด บ่อยครั้งที่หนูรู้สึกเคว้งคว้างมาก จนทำให้เกิดคำถามในใจว่า “หนูสำคัญกับเขาหรือเปล่า?” หนูเริ่มไม่แน่ใจแล้วค่ะว่าเขาคิดยังไงกับความสัมพันธ์ของเรา เขาทิ้งหนูให้เคว้งคว้างจนคนอื่นแทรกเข้ามา หนูต้องอดทนมากๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาในขณะที่ต้องทนกับความเคว้งคว้างนี้... หนูไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันได้นานแค่ไหนค่ะ”
ต้องยอมรับว่าเวลาเรารักใคร เราก็อยากเป็นโลกทั้งใบของเขา แต่ก็ต้องจำไว้ว่าทุกคนยังมีโลกของตัวเองอยู่ เขายังมีโลกของเขา และเราก็มีโลกของเรา ถ้าเรากอดเขามากเกินไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นอึดอัด คนเรามักจะติดอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็มีสิ่งที่ต้องเผชิญนอกเหนือจากความรักนะคะ เมื่อไหร่ที่ความรักมีปัญหา ให้เริ่มที่ตัวเราเองก่อน เพราะการเปลี่ยนแปลงตัวเราเองอาจจะง่ายกว่าการปรับตัวของเขา เพราะไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ แม้แต่ตัวเราเองบางทีก็ยังไม่ได้ดั่งใจตัวเองเลย ถ้าไม่สบายใจตอนนี้ ต้องง้อทันที แต่ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปแล้วจะหนักกว่าเดิม รักกันก็อยากสำคัญที่สุด แต่ชีวิตของคนมันมีหลายสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเขาจะเห็นเรา บางทีอาจเป็นพ่อแม่ของเขา งาน หรือเพื่อนของเขา แต่อย่าลืมว่าเราก็สำคัญเหมือนกัน ควรหาจุดสมดุล ค่อยๆ ปรับความคิดของเราให้ได้ เพราะถ้าคิดว่าเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อเรา จะไม่ทำให้ชีวิตราบรื่นเลย
เคยมีกรณีแบบนี้ค่ะ น้องสาวโทรฯ มาที่ Club Friday เล่าให้ฟังว่าแฟนของเธอเล่นเกมมากจนไม่สนใจอะไรเลย แม้แต่ตอนที่น้องสาวกำลังหายใจไม่ออกจากอาการหอบหืด แฟนก็ยังจ้องหน้าจอไม่ลุกไปไหน เพราะกลัวตัวละครในเกมจะตายไป แต่เขากลับไม่สนใจน้องสาวเลย ทั้งๆ ที่เป็นห่วงกันและกันในความรัก แต่ก็มีช่วงที่ต่างฝ่ายอาจจะละเลยกันไปบ้าง บางครั้งเราก็ต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมจะให้อภัยไหม หากเขายังอยู่ใกล้แค่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเราเสมอไป เพราะโลกของเขาก็ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่เรา พอใจเราเข้าใจแล้วก็ค่อยหาวิธีคุยกันดีๆ ว่าจะจัดการเวลาให้เหมาะสมอย่างไร เวลาทานข้าวด้วยกัน หรือจะลองลดเวลาจ้องหน้าจอลงบ้าง ถ้าอยู่ใกล้กันแล้วรู้สึกเหงาไปก็สามารถพูดคุยกันได้ อย่าปักหลักโทษกันและกันเลย เราควรพูดคุยกันด้วยความเข้าใจไม่ใช่การตำหนิ สำหรับความรักที่ดี คนสองคนต้องช่วยกันปรับความคิดให้ตรงกัน ไม่ใช่คนหนึ่งติดเกมแล้วเราจะไปหาคนอื่นเพิ่ม มันไม่ควรเกิดขึ้น แล้วถ้าเกิดขึ้นก็ต้องห้ามไม่ให้คบซ้อนหรือหักหลัง แม้ว่าจะโทษเขามากแค่ไหนก็ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้การนอกใจดูเบาลง

เมื่อสัปดาห์ก่อนฉันได้อ่านข้อความที่พี่ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ โพสต์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่าเพศชายมักจะตายก่อนเพศหญิง ซึ่งเป็นความจริงที่มีมาแต่สมัยโบราณและมีหลักฐานรองรับมากมาย อ่านไปก็ยิ้มไปจนกระทั่งเจอประโยคสุดท้ายที่กล่าวว่า
“ต้องการจะบอกกับสาวๆ ทุกคนว่า ถ้าผู้ชายมันดูแลครอบครัวได้ดี นั่นแสดงถึงความรักแท้แล้วนะ .. ถ้ามันออกไปเจอเพื่อนนอกบ้านบ้าง และไม่ทำให้เกิดปัญหาหรือความเดือดร้อนในบ้านก็ปล่อยไปเถอะนะ ให้มันคลายเครียดบ้าง เพราะมันอายุสั้นกว่าพวกเธอ … เดี๋ยวมันก็ตายแล้ว...”
บางครั้งเราก็ต้องการเป็นเจ้าของหัวใจของใครสักคน แต่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตนะคะ ทุกคนยังมีลมหายใจของตัวเอง แค่หายใจอยู่ใกล้กันก็พอ ไม่ต้องพยายามให้เขาเป็นไปตามใจเราเสมอไป บางครั้งเราต้องยอมรับข้อดีและข้อเสียของกันและกัน ถ้าเรารักจริงๆ ก็เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่หากเริ่มรู้สึกหมดใจ ถึงแม้เรื่องเล็กน้อยก็อาจทำให้รับมือไม่ไหว บางคนอาจหาทางนอกใจแล้วบอกว่า 'ฉันต้องไปเพราะเธอเป็นแบบนี้' ถ้าใครยิ่งคบแล้วยิ่งรู้สึกไม่ใช่ ก็ไม่ต้องลังเลที่จะบอกเลิกกันไปเลย อย่าไปนอกใจหรือคบซ้อน เพราะไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด ทุกคนควรมีโลกส่วนตัวของตัวเอง เมื่อเขาอยู่ในโลกส่วนตัวของเขา เราก็ควรหาเวลาให้ตัวเองเช่นกัน ถ้าเอาความสุขทั้งหมดของเราผูกกับเขา ก็เหมือนจะเดินไปแต่กลับเหยียบหัวใจของเรา
IG: DJAoy
