หากใครได้แวะเวียนผ่านแยกเกษตรนวมินทร์ตัดใหม่ บริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา ก็คงไม่พลาดร้านอาหารที่ขึ้นชื่ออย่าง ‘Waterside Resort Restaurant’ ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่จอดรถแทบเต็มตั้งแต่เช้า ร้านนี้เป็นธุรกิจครอบครัวของ ‘เนี๊ยบ-ฐฤณณรัตน์ เดชะทวีวัฒน์’ เซเลบสาวที่เปิดธุรกิจนี้มานานถึง 13 ปี ด้วยชื่อเสียงของร้านและรสชาติอาหารที่อร่อยจนต้องต่อคิวรอกันเลยทีเดียว

ล่าสุด ไฮโซโปรไฟล์ได้เจอเธอโดยบังเอิญในงานเปิดตัวนิทรรศการอาร์ตสุดอลังการ ‘KAWS:BFF (คอวส์ : บีเอฟเอฟ)’ ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะคว้าตัวเธอมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัว รวมถึงธุรกิจสปาส่วนตัว และไลฟ์สไตล์ที่เธอเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน เธอมีความมั่นใจและตอบคำถามได้อย่างฉะฉานทำให้เราแทบละสายตาจากเธอไม่ได้เลย!


ที่มาของนิกเนม : เนี๊ยบเป็นชื่อที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งให้ เพราะเป็นลูกสาวคนโต
อายุ : 23 ปี
วันเกิด : 9 ก.พ. 2536
ส่วนสูง-น้ำหนัก : 165 ซม.-47 กก.
พี่น้อง : มีน้อง 2 คน
การศึกษา : ป.ตรี มหาวิทยาลัยนานาชาติมหิดล สาขาการโรงแรม
อาชีพปัจจุบัน : ช่วยธุรกิจครอบครัว ดูแลการตลาดของ Waterside Resort Restaurant และบริหารสถาบันดูแลผิว Noelle Beauty งามวงศ์วาน
อาหารโปรด : ขนมจีนน้ำเงี้ยว
สถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบ : เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น
คติประจำใจ : Live like you only live once
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต : เรียนจบปริญญาโทและกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน
อินสตาแกรม : nieabtrinn
เฟซบุ๊ก : Trinnarat Dechathaweewat
อายุ : 23 ปี
วันเกิด : 9 ก.พ. 2536
ส่วนสูง-น้ำหนัก : 165 ซม.-47 กก.
พี่น้อง : มีน้อง 2 คน
การศึกษา : ป.ตรี มหาวิทยาลัยนานาชาติมหิดล สาขาการโรงแรม
อาชีพปัจจุบัน : ช่วยธุรกิจครอบครัว ดูแลการตลาดของ Waterside Resort Restaurant และบริหารสถาบันดูแลผิว Noelle Beauty งามวงศ์วาน
อาหารโปรด : ขนมจีนน้ำเงี้ยว
สถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบ : เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น
คติประจำใจ : Live like you only live once
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต : เรียนจบปริญญาโทและกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน
อินสตาแกรม : nieabtrinn
เฟซบุ๊ก : Trinnarat Dechathaweewat


ธุรกิจร้านอาหารเข้ามาช่วยในส่วนไหนบ้าง
ธุรกิจนี้เริ่มต้นโดยคุณแม่ และตั้งแต่เด็กๆ เราก็จะช่วยดูแลลูกค้า บริการลูกค้า โต๊ะไหนขาดเหลืออะไรเราก็ช่วยดูแล ซึ่งส่วนตัวเราเองก็ชอบงานบริการอยู่แล้ว พอโตขึ้นก็เริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัย และเริ่มช่วยในส่วนของการตลาดและพีอาร์ของร้าน ค่อยๆ เรียนรู้และทำไปทีละขั้นตอนผ่านเว็บและช่องทางต่างๆ
ธุรกิจนี้เริ่มต้นโดยคุณแม่ และตั้งแต่เด็กๆ เราก็จะช่วยดูแลลูกค้า บริการลูกค้า โต๊ะไหนขาดเหลืออะไรเราก็ช่วยดูแล ซึ่งส่วนตัวเราเองก็ชอบงานบริการอยู่แล้ว พอโตขึ้นก็เริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัย และเริ่มช่วยในส่วนของการตลาดและพีอาร์ของร้าน ค่อยๆ เรียนรู้และทำไปทีละขั้นตอนผ่านเว็บและช่องทางต่างๆ
ถามว่าหากอนาคตต้องรับช่วงธุรกิจจากคุณพ่อคุณแม่หรือไม่ จริงๆ เรายังไม่คิดเรื่องนี้มากนัก เพราะตอนนี้พวกท่านยังดูแข็งแรงและทำงานได้ดี อีกทั้งยังคงรักในการบริหารงานด้วยตัวเอง ถ้าหากต้องรับช่วงต่อจริงๆ ก็คงจะเป็นหลังจากที่เรียนจบปริญญาโทในสาขา Digital Marketing เพราะตอนนี้ยังขาดประสบการณ์ในด้านนี้และไม่อยากรีบร้อนเข้ามาดูแลงานบริหาร ซึ่งธุรกิจร้านอาหารก็ใหญ่พอสมควร


การทำงานในธุรกิจของครอบครัวทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย ถึงแม้ว่าจะเป็นธุรกิจของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ก็ให้ความไว้วางใจและปล่อยให้เราตัดสินใจในสิ่งที่ได้รับมอบหมายเต็มที่ เราจึงได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและข้อผิดพลาดต่างๆ เช่น การทำบางอย่างผิดพลาดในครั้งแรก เราก็รู้ว่าครั้งหน้าไม่ทำแบบนี้ หรือรู้วิธีในการพูดคุยกับลูกน้องให้ได้ผล ทุกวันที่ได้มาทำงานเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก
ครอบครัวไม่ได้บังคับให้เรารับช่วงต่อธุรกิจแต่อย่างใด พวกท่านเลี้ยงเรามาในแบบที่ให้เรามีอิสระในการเลือกเส้นทางชีวิต ไม่ได้บอกว่าจะต้องทำตามนี้หรือเดินทางนี้ เราจึงไม่ได้รู้สึกว่าต้องมารับช่วงธุรกิจต่อ แต่หากต้องทำจริงๆ ก็อยากทำเป็นธุรกิจของตัวเอง หรืออาจจะสร้างสาขาใหม่หรือขยายธุรกิจในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม แต่ยังคงมีความเชื่อมโยงในแนวทางเดียวกัน



ธุรกิจสปาและความงาม Noelle Beauty Point เป็นธุรกิจที่เราเปิดเองเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ที่งามวงศ์วาน จุดเริ่มต้นมาจากเราเคยใช้บริการที่ร้าน Noelle มาเป็นเวลานาน และรู้สึกประทับใจในทั้งผลิตภัณฑ์ การบริการและการตกแต่งร้าน ซึ่งร้านนี้ไม่เหมือนคลินิกทำผิวทั่วไป แต่เป็นสปาที่ดูแลผิวหน้าและผิวตัวให้ดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ย้อนกลับไปในช่วงที่เรายังเด็ก เรามักจะมีสิวเยอะมากบนใบหน้า พอมีโอกาสได้ใช้บริการที่ Noelle ครั้งแรก เรารู้สึกได้ว่า ผลลัพธ์มันเปลี่ยนแปลงผิวเราได้จริงๆ จากที่มีสิวและผดผื่นเต็มหน้า ตอนนี้ผิวหน้าเนียนใสขึ้น ผิวกายก็ขาวใสขึ้นมาก การทำสปาที่นี่ทำให้เราเห็นผลได้ชัดเจนและปลอดภัยกว่าการเข้าคลินิกหรือการฉีดผิวที่มีความเสี่ยง เราจึงตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์มาเปิดเป็นธุรกิจของตัวเอง แม้ตอนแรกจะยากและท้าทาย เพราะเราไม่มีความรู้เรื่องการบริหารหรือการเริ่มต้นธุรกิจ


ฟีดแบ็คในช่วงเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองค่อนข้างไปได้ดีนะค่ะ โดยเฉพาะใน Instagram เราพยายามโปรโมตตลอดเวลาและเชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้ชวนเพื่อนๆ ดารามาร่วมโปรโมท ช่วยกระจายข่าวให้กว้างขึ้น สำหรับความโดดเด่นของธุรกิจเรา เรามองว่ามันแตกต่างจากคลินิกทั่วไป เพราะเราไม่ได้แค่ดูแลผิวอย่างเดียว แต่เรายังให้บริการสปาที่ช่วยผ่อนคลายและบำรุงผิวจากภายใน


เราจึงเลือกจับกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่รักความสวยงาม และมีเวลาในการดูแลตัวเอง แต่ไม่ต้องการใช้วิธีการฉีดหรือทำเลเซอร์จากคลินิก พวกเธออยากดูแลผิวด้วยการบำรุงอย่างธรรมชาติ ด้วยแนวคิดที่นำสิ่งดีๆ จากอดีตมาผสมผสานกับเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการการดูแลที่เน้นความปลอดภัยและการฟื้นฟูผิวจากภายใน
เรามีแพ็กเกจหลายแบบ เช่น คอร์สเจ้าสาว หรือการเตรียมตัวไปงานอีเวนท์ ที่ช่วยให้ผิวคุณสดใสและมีออร่าพุ่งได้ทันที เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง ดาราหลายคนมาที่ร้านเราเพราะเห็นผลทันทีหลังการทำ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สขัดผิวที่ทำให้ผิวเนียนขึ้นอย่างชัดเจนและรวดเร็ว ข้อดีคือเห็นผลทันทีเมื่อทำเสร็จ แต่การฉีดผิวจะต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล และที่นี่เราใช้เวลาทรีทเมนท์ประมาณ 3 ชม. ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนกว่า


คอร์สที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในร้านคือ Full Course ที่ใช้เวลา 3 ชม. โดยเฉพาะคอร์ส Anna Glow ที่ลูกค้าชอบมาทำกันบ่อยที่สุด เพราะเห็นผลไวและผิวดูเนียนใสทันทีหลังทำ การทำคอร์สนี้มีขั้นตอนหลายอย่างมากกว่า 20 ขั้นตอน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับเวลาที่ใช้ และราคาก็ไม่แพงเลย


เราเริ่มรู้สึกอยากทำธุรกิจตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเราโตมากับการเห็นธุรกิจร้านอาหารของคุณพ่อคุณแม่เปิดมานานถึง 13 ปี จึงค่อยๆ ซึมซับการทำงานและการบริหารจัดการจากพวกท่าน เห็นการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยและวิธีการดูแลลูกน้อง ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้มาตลอดจนเกิดความรักและอยากมีธุรกิจของตัวเอง การมีวินัยในตัวเองและการบริหารเวลาเป็นสิ่งที่พ่อแม่พร่ำสอนมาเสมอ เพื่อให้เราสามารถเป็นหัวหน้าที่ดีและได้รับความเคารพจากลูกน้อง


แน่นอนว่ามีเวลาว่างบ้างค่ะ เพราะเราเองยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ยังต้องมีเวลาพักผ่อนบ้าง จากการช่วยงานที่บ้านเมื่อมีเวลา เราจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส หรือบางทีก็ไปปั่นจักรยานหรือไปต่อยมวย ชอบกิจกรรมเหล่านี้เพราะมันทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสนุกดี ตอนนี้เรากำลังติดการออกกำลังกายมาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตไปคุ้มแล้ว หลังจากไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควร พอมาออกกำลังกายก็รู้สึกดีขึ้นกับรูปร่างของตัวเอง หรือบางครั้งเมื่อมีเวลานิดหน่อย เราก็จะไปถ่ายรูปเล่น เพราะเราชอบถ่ายรูปมากๆ ต้องพกกล้องติดตัวเสมอ




เราชอบแต่งตัวแบบเรียบง่ายและทันสมัยค่ะ ส่วนใหญ่จะเลือกสีที่ดูเข้ากันได้ดีอย่าง สีดำ สีเทา สีทอง และสีเงิน ที่บ้านเรามีเสื้อผ้าหลายตัวในสีเหล่านี้เลย เราไม่ค่อยใส่กระโปรงเท่าไหร่ ชอบใส่กางเกงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นยีนส์หรือกางเกงขาม้า ใส่กับเกาะอกหรือสายเดี่ยวก็ได้ แล้วแต่โอกาส สำหรับวันสบายๆ ก็แค่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ กับสนีกเกอร์เท่ๆ หนึ่งคู่ หรือช่วงนี้ที่เราชอบออกกำลังกาย ก็จะเลือกชุดออกกำลังกายที่สะดวกสบาย เพราะมันทำให้เรารู้สึกชิลและสนุกดี



เราเป็นคนมั่นใจมากนะ เวลาพูดอะไรสายตาจะดูจริงจังและมั่นคง แต่จริงๆ แล้วก็มีมุมขี้สงสารคนเหมือนกันนะ เวลาเพื่อนมาทะเลาะกับแฟน เราก็จะรู้สึกสงสารแฟนเขาบ้าง ถึงแม้จะไม่ได้พูดออกไป (หัวเราะ) ส่วนเรื่องความหรูหรา เราไม่ได้ติดหรูเลยค่ะ ทุกคนมักมองว่าเราเป็นคนติดแบรนด์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแค่สิ่งที่เราต้องใช้ในการเข้าสังคมเท่านั้น ถ้ามีอีเวนต์ก็จำเป็นต้องใส่ แต่ถ้าไม่ต้องไปไหน เราก็แต่งตัวสบายๆ แบบง่ายๆ กินอาหารข้างทางก็ยังได้ เราโตมากับวิถีชีวิตที่ไม่ต้องหรูหราจึงรู้สึกสะดวกสบายกับการใช้ชีวิตง่ายๆ


ช่วงนี้ช็อปปิ้งออนไลน์ค่อนข้างสะดวกสบายมาก เราชอบซื้อของจากร้านออนไลน์ไม่ค่อยซีเรียสเรื่องแบรนด์และราคา ถ้าชอบแบบไหนและมันดูดีเหมาะกับเรา เราก็ซื้อเลย เช่น เสื้อผ้าที่สามารถมิกซ์แมตช์ได้หลายสไตล์ เราชอบหาของที่ทำให้เราออกมาดูดีและสะท้อนความเป็นตัวเองผ่านการแต่งตัว เราจะเลือกซื้อที่เข้ากับลุคและสไตล์ของตัวเองไม่ว่าจะราคาหรือแบรนด์ไหน



สเปกหนุ่มในฝันของเราคืออยากได้คนที่เหมือนคุณพ่อค่ะ เป็นคนอบอุ่น ใจดี และคิดเผื่อคนอื่นเสมอ โดยเฉพาะคนที่ขยันทำงาน เราชอบผู้ชายที่ทำงานและรู้จักใช้เงินตัวเอง เพราะตั้งแต่เด็กๆ เราก็เติบโตมาจากการทำงาน รู้ว่าการทำงานให้ได้เงินมาเองนั้นมีค่ามาก ไม่จำเป็นต้องรวยหรือมีโปรไฟล์เลิศหรู แค่มีจิตใจดีและทำงานได้ก็พอ ส่วนเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อยากได้ลูกเขยแบบไหน เขาขอแค่เป็นคนดี ไม่กินเหล้า ไม่เมายา และตั้งใจทำงานก็พอค่ะ ท่านจะให้เราเลือกเองในเรื่องความรัก
ตอนนี้ก็มีคนคุยๆ อยู่ค่ะ แต่ยังถือว่าอยู่ในช่วงที่ยังสับสนๆ อยู่ (หัวเราะ) เพราะกับคนนี้เป็นความสัมพันธ์ที่คบแล้วเลิกๆ ไป มาๆ ตอบไม่ค่อยได้ว่ามันจะเป็นยังไงในอนาคต ยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้เลย ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวลา เราก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรนะ แต่ถ้าพูดถึงอนาคตที่เราเคยคิดไว้ เราก็อยากแต่งงานตอนอายุ 28 และอยากมีลูกเมื่ออายุประมาณ 29-30 ปี ไม่เกินนั้น เราอยากเป็นคุณแม่ที่ยังดูดีและสวยค่ะ


เราไม่คาดหวังอะไรมากมายในอนาคตหรอกค่ะ สิ่งที่เราอยากทำมากที่สุดคือการทำธุรกิจที่สามารถดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้ในยามที่ท่านอายุมากขึ้น สามารถพาท่านไปเที่ยวที่ที่ท่านอยากไปและทำให้ท่านมีความสุขในทุกๆ วัน รู้สึกว่าเราอยากตอบแทนความรักที่ท่านให้มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องรวยหรือมีอะไรเยอะแยะ แค่มีเงินและกำลังพอที่จะดูแลท่านและพาท่านไปเที่ยวก็เพียงพอแล้วค่ะ
ในอนาคตอันใกล้เราเตรียมตัวจะเรียนต่อโทค่ะ ตอนนี้เริ่มเรียน Take Course เพื่อเตรียมตัวไปเรียนแล้ว แพลนของเราคือจะไปเรียนภาษาจีนในปีหน้าช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ถ้ามีโอกาสไปเรียนภาษาจีนแล้วจะต่อโทที่ประเทศอังกฤษในเดือนกันยายน จากนั้นก็จะไปคว้าโทอีกใบที่สหรัฐอเมริกา
