หลายคนยังคงสงสัยและหาคำตอบไม่ชัดเจนจากเหตุการณ์ที่บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยชื่อดังเสียชีวิตที่บริเวณทางขึ้นภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) โดยจนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม กล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพชายหนุ่มที่กำลังเดินจงกรมใกล้หอระฆังและมีท่าทางเหมือนกำลังพูดคุยพร้อมทำท่าบิน...
หลายคนตั้งคำถามว่า วัดสระเกศมีตำนานหรือเรื่องลึกลับอะไรหรือไม่ วันนี้ Mytourออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับประวัติและเรื่องเล่าตำนานของวัดแห่งนี้ รวมถึงได้พูดคุยเรื่องลึกลับกับเจน ญาณทิพย์
เจน ญาณทิพย์ได้กล่าวกับ Mytourออนไลน์ ว่า จากการสัมผัสของเธอ เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับภาวะความเครียดและสภาพจิตใจ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณที่มาเข้าครอบงำหรือชักนำตามที่หลายคนคิดกันอย่างแน่นอน 100%

“สิ่งที่อยากเตือนจากเหตุการณ์นี้คือการเลียนแบบพฤติกรรม ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น เพราะบางคนอาจเข้าใจผิดว่า การเสียชีวิตหรือการฆ่าตัวตายใกล้วัดจะทำให้ขึ้นสวรรค์หรืออยู่ใกล้สิ่งดีๆ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอันตรายมาก นี่ไม่ได้หมายถึงกรณีนี้โดยตรงนะ”
เจนได้ย้ำว่า หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากร่างกายสิ้นชีวิตแล้ว จิตใจก็จะหมดไปด้วย แต่ว่าความจริงคือแม้ร่างกายจะดับสูญ แต่ดวงจิตยังคงหมุนเวียนไม่สิ้นสุด
“ถามว่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตยังวนเวียนอยู่ที่นั้นหรือไม่ คำตอบไม่แน่เสมอไป แต่โดยทั่วไปดวงวิญญาณจะหมุนเวียนไปทุกแห่งหนตลอดจนไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อมีการตัดสินใจฆ่าตัวตาย หากต้องการทราบว่าดวงจิตของผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ตรงนั้นหรือไม่ จำเป็นต้องไปที่นั่นจริงๆ สิ่งที่อยากเตือนคือการเข้าใจเรื่องธรรมะ ชีวิตมันสั้น อะไรที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องมีสติ อย่าประมาท และพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็ง อย่าประมาทกับการใช้ชีวิต เพราะการฆ่าตัวตายไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่ง คนที่ยังอยู่จะต้องรับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เช่น พ่อแม่และญาติๆ ของคุณที่ยังคงรู้สึกเสียใจ”
ขณะเดียวกัน Mytourออนไลน์ได้รวบรวมเรื่องราวปริศนาของวัดสระเกศที่ทุกคนควรรู้มาให้ความรู้กัน

ก่อนที่จะมีชื่อว่า วัดสระเกศ
‘วัดสระเกศ’ เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา แต่เดิมชื่อ ‘วัดสะแก’ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณะและขุดคลองรอบพระอาราม แล้วทรงพระราชทานชื่อใหม่ว่า ‘วัดสระเกศ’
วัดสระเกศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดภูเขาทอง
วัดแห่งนี้มีการสร้างพระบรมบรรพต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'ภูเขาทอง' ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนเรียกวัดนี้ว่า ‘วัดภูเขาทอง’ การก่อสร้างพระบรมบรรพตเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยได้แบบจำลองจากพระเจดีย์ที่วัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การก่อสร้างพระบรมบรรพตภูเขาทองนี้ใช้เวลานานถึง 3 รัชกาล รวมเวลาประมาณ 50 ปี ด้วยความสูงประมาณ 100 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้รับการอัญเชิญจากเมืองกบิลพัสดุ์ในประเทศอินเดีย พระบรมบรรพตนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ตำนาน ‘แร้งวัดสระเกศ’
มีคำพูดที่ติดปากคนจำนวนมากว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์” ซึ่งเป็นตำนานที่เล่าขานกันในอดีตเกี่ยวกับฝูงแร้งจำนวนมากที่มาพร้อมกันจนมืดฟ้ามัวดิน แร้งเหล่านี้จะมารุมกินซากศพที่กองอยู่เป็นภูเขาข้างภูเขาทอง ทั้งยังจิกกินเนื้อจนเห็นกระดูกขาวโพลน เป็นภาพที่ดูแล้วน่าสยดสยองมาก
ถึงแม้เจ้าหน้าที่วัดและชาวบ้านจะพยายามไล่แร้งที่รบกวนศพด้วยการใช้ไม้ตี แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้เนื่องจากจำนวนแร้งที่มากมาย และศพที่ถูกนำมาที่วัดในแต่ละวันก็มีจำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้เสียชีวิตจากโรคอหิวาตกโรค หรือที่มักเรียกว่าโรคห่า ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน จึงมีศพมากมายที่ถูกนำมาที่วัด

เรื่องราวสนุกสนาน ‘ไก่งวงวัดสระเกศ’
ตามตำนานเล่าว่า หลังจากคำว่า ‘แร้งวัดสระเกศ’ ได้รับความนิยม ก็มีการพูดถึง ‘ไก่งวงวัดสระเกศ’ ขึ้นมาด้วย เนื่องจากวัดสระเกศมีแร้งจำนวนมาก ในช่วงคริสต์มาส ชายคนหนึ่งจับแร้งตัวหนึ่งใส่กระสอบแล้วนำไปขายที่บ้านฝรั่ง โดยบอกว่าเป็นไก่งวงราคาถูกเพียง 4 บาท ฝรั่งคนนี้แค่แอบดูในกระสอบแล้วไม่สงสัยอะไร แต่ในวันถัดมา ฝรั่งสั่งให้พ่อครัวนำไก่งวงออกจากกระสอบ แต่กลับพบว่าแร้งบินหนีไปแล้ว เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล่าที่สนุกสนาน และ ‘ไก่งวงวัดสระเกศ’ ก็กลายเป็นคำพูดที่มีชื่อเสียงในเวลานั้น
กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลมาชมและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ การนมัสการปิดทองพระบรมสารีริกธาตุ ชมพระบรมบรรพต หรือภูเขาทองที่มีวิวสวยงามบนยอดเขา ชมพระพุทธรูปและภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ รวมถึงการทำบุญตามความเชื่อส่วนบุคคล วัดสระเกศเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกวันระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.

การนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ 7 วัน 7 คืน
ในช่วงวันลอยกระทงจะมีการจัดงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ 7 วัน 7 คืน ซึ่งถือเป็นงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยทางวัดเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุในช่วงกลางคืน ที่มีบรรยากาศพิเศษและเป็นช่วงเวลาที่คับคั่งไปด้วยผู้คน สร้างความสนุกสนานท่ามกลางความแออัดและการจราจรที่ติดขัดยาวไปถึงหลายกิโลเมตร
วิธีการเดินทาง
รถโดยสารประจำทาง: สาย 8, 15, 37, 47, 49 และ ปอ. 37, 49 เรือโดยสาร: ท่าผ่านฟ้าลีลาศ (คลองแสนแสบ), ท่าภูเขาทอง (คลองผดุงกรุงเกษม) รถส่วนตัว: ใช้เส้นทางถนนจักรพรรดิพงษ์ ซึ่งผ่านหน้าวัด มีซุ้มประตูใหญ่ตั้งอยู่ริมถนน ทำให้รถยนต์และรถตู้สามารถเข้าถึงวัดได้สะดวก
