ถึงแม้เราจะไม่สามารถควบคุมเวลาเกิดหรือเวลาตายได้ แต่สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือการใช้ทรัพย์ที่เราหามาอย่างยากลำบากเพื่อรักษาสุขภาพและสร้างชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ควรทุ่มเงินไปกับการรักษาโรคโดยใช้ยา แต่ควรให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้เต็มที่
นี่คือหลักการสำคัญของการรักษาโดยธรรมชาติ ที่ “ดร.ทอม อู๋” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและการรักษาแบบธรรมชาติจากสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่มาตลอดหลายทศวรรษ หลังจากประสบกับปาฏิหาริย์ส่วนตัว!! ดร.ทอม อู๋เกิดในประเทศจีน และย้ายไปศึกษาต่อที่อเมริกา เขาศึกษาวิชาแพทย์แผนตะวันตกและศาสตร์การแพทย์ทางเลือก ก่อนจะได้รับปริญญาเอกที่อเมริกา แต่เมื่ออายุ 30 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่สาม การรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันไม่ช่วยให้ดีขึ้น เขาจึงตัดสินใจหันมาใช้วิธีการรักษาด้วยอาหารอินทรีย์และการรักษาแบบธรรมชาติ และในที่สุดเขาหายขาดจากมะเร็ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาหันมาศึกษาการแพทย์ธรรมชาติและโภชนาการอย่างจริงจัง ดร.ทอม อู๋ได้รับเชิญให้บรรยายในหลายประเทศทั่วโลก และยังได้รับการขอคำแนะนำจากผู้นำระดับประเทศเกี่ยวกับเมนูอาหารเพื่อช่วยบำบัดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ, เบาหวาน, เกาต์ และมะเร็ง
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาหันมาศึกษาเรื่องการรักษาด้วยธรรมชาติ?

เมื่ออายุ 30 ปี ผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่สาม การรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้ผล หมอแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อตัดปอดข้างขวาสองกลีบออก แต่เมื่อขึ้นไปบนเตียงผ่าตัด หมอกลับพบว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นแล้ว จึงต้องเย็บแผลไว้ หลังจากนั้นหมอบอกว่าเหลือเวลาให้ผมอยู่ไม่ถึงไม่กี่เดือน และยื่นเสนอวิธีเดียวที่เหลือคือการทำเคมีบำบัด ซึ่งเป็นเพียงการยืดชีวิต ผมคิดว่าถ้ามะเร็งเกิดจากสารพิษในร่างกาย แล้วการทำเคมีบำบัดที่ต้องฉีดสารพิษเข้าไปจะทำให้สารพิษในร่างกายเพิ่มขึ้นอีก แล้วสารพิษจะฆ่าเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติไปพร้อมๆ กัน ผมจึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้ชีวิตไปตามธรรมชาติ แต่ในช่วงเวลานั้นที่ผมรู้สึกสิ้นหวัง ผมก็นึกถึงพระเจ้า จึงหยิบคัมภีร์ไบเบิลขึ้นมาเปิด และทันใดนั้นคัมภีร์ไบเบิลก็เปิดที่บทการสร้างโลก พระเจ้าทรงสร้างโลก และทรงสร้างอาดัมกับอีฟและตรัสกับทั้งสองว่า ดูสิ ดอกไม้ หญ้า ผักที่มีเมล็ด และผลไม้จากต้นไม้ทั้งหมดนี้คืออาหารของพระเจ้า ผมจึงนึกถึงว่าเคยทานแต่เนื้อสัตว์และอาหารทอดผัด เมื่อพระเจ้าต้องการให้เรากินผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการกินอาหาร เลิกทานเนื้อสัตว์ทั้งหมด หันมากินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำสะอาด อาบแดดทุกวัน 30 นาที และเดินเร็ว 30 นาที พร้อมทั้งฝึกชี่กง เข้านอนเร็ว ตื่นเช้า และทำการอาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็นทุกวัน
ผลลัพธ์ที่ได้ในตอนแรกเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่

หลังจากที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและวิถีชีวิตเป็นเวลา 6 เดือน รู้สึกว่าจิตใจผ่อนคลายและมีพลังฟื้นฟูเหมือนก่อนที่เคยป่วย ทำให้ผมมั่นใจว่าได้เดินมาถูกทางแล้ว จึงเพิ่มปริมาณการทานพืชผักอินทรีย์เป็นสองเท่า โดยเฉพาะผักวอเตอร์เครส, ผักชี, ขิงแก่, กะเพรา, ใบสะระแหน่, มะนาว, พริกไทยดำ, อัลมอนด์, วอลนัต และเมล็ดฟักทอง โดยทานดิบทั้งหมด เพราะการทานอาหารที่มีเส้นใยสูงทุกวันช่วยให้ขับถ่ายได้ถึง 3-4 ครั้งต่อวัน ตอนแรกๆ รู้สึกกังวลว่ามันอาจไม่ปกติ แต่หลังจากใช้วิธีนี้มา 9 เดือน เมื่อไปพบแพทย์ ผลการตรวจสุขภาพกลับเป็นปกติทุกอย่าง ไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ ตั้งแต่นั้นจนถึงวันนี้ ผมจึงยืนหยัดทานอาหารดิบถึง 90% และดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นที่ทำเองทุกวัน 4-6 แก้ว
คุณหมอได้ชื่อเสียงอย่างไร

เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ผมเริ่มส่งเสริมการทานอาหารอินทรีย์และการรักษาแบบธรรมชาติ ขณะนั้นยังไม่มีใครรู้จักหรือเข้าใจว่าการทานอาหารอินทรีย์คืออะไร ผมจึงเดินทางไปเผยแพร่ความรู้และบรรยายเรื่องนี้ในประเทศต่างๆ เช่น อเมริกา, ไต้หวัน, ฮ่องกง, มาเลเซีย, จีน, อินเดีย, ยุโรป, แอฟริกา, และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเหตุผลที่ผมตัดสินใจเขียนหนังสือก็เพราะในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกตกต่ำ อัตราว่างงานสูงขึ้น การใช้ชีวิตมีความเครียดเพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ป่วยที่ขาดเงินในการรักษาก็มีมากขึ้น ผมจึงหวังว่าอยากจะช่วยแนะนำให้ทุกคนสามารถช่วยเหลือตัวเองและคนอื่นได้ และเข้าใจวิธีการดูแลสุขภาพ รวมถึงการป้องกันโรคที่สำคัญ โดยเฉพาะคนที่เจ็บป่วยและหมดหวัง ผมหวังว่าพวกเขาจะสามารถฟื้นฟูสุขภาพกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
หลักสำคัญของวิถีธรรมชาติในการช่วยชีวิตมีอะไรบ้าง

ผมมีความเชื่อในตำราของ “เก่อหง” ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าหากไม่อยากตาย ควรให้ลำไส้ขับถ่ายอุจจาระ และหากต้องการมีอายุยืนยาว ก็ต้องดูแลให้ลำไส้สะอาดเสมอ ดังนั้นการขับถ่ายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวันถือเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ถ้าเป็นไปได้ ควรขับถ่าย 4 ครั้งต่อวัน ซึ่งแม้แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำว่าขับถ่ายเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่เนื่องจากลำไส้ใหญ่ของเรามี 4 ขยัก ที่แต่ละขยักล้วนมีของเสียสะสม หากขับถ่ายเพียงวันละครั้ง ก็จะทำให้ของเสียยังคงสะสมในลำไส้ถึง 3 ขยัก ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นการมุ่งเน้นการขับถ่ายบ่อยๆ เพื่อกำจัดของเสียในลำไส้เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การรักษาภาวะโรคต่างๆ ควรมองหาสาเหตุที่แท้จริงและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุแทนการรักษาอาการที่ปลายเหตุ
แสดงว่าโรคภัยส่วนใหญ่เกิดจากการทานอาหารไม่ดีใช่ไหม?
ในยุคปัจจุบัน ชีวิตดูสะดวกสบายขึ้นและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต สุขภาพของผู้คนกลับมีแนวโน้มที่จะแย่ลง เนื่องจากการรับประทานอาหารมากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียดที่สูงในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคสำคัญ 3 ชนิด ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง
เราควรกินอย่างไรเพื่อมีสุขภาพที่ดีและไม่เจ็บป่วย?
ผมได้ปฏิบัติตามแนวทางการดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติมานานกว่า 30 ปี เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง โดยในทุกเช้าหลังตื่นนอน ผมจะดื่มน้ำเกลือแร่ 500 ซีซี พร้อมกับเกลือทะเลเล็กน้อย และดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นสูตรเฉพาะของผมวันละ 6 แก้ว เพื่อช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้วันละ 4 ครั้ง นอกจากนี้ผมยังปรับการทานอาหารโดยเลือกกินตามกรุ๊ปเลือด และออกกำลังกายทุกวัน รวมถึงอาบแดดวันละ 30 นาที ผมหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป, เนื้อสัตว์ที่มีสารเร่ง, ผลิตภัณฑ์จากนมวัว, อาหารปิ้ง-ย่าง-ทอด-ผัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปีนี้ผมอายุ 80 ปีแล้ว และการรับประทานอาหารอินทรีย์และน้ำผักผลไม้ปั่นที่ดีต่อสุขภาพทำให้ผมดูอ่อนวัยลงไปถึง 20 ปี และโรคมะเร็งก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย

จริงหรือไม่ที่น้ำผักผลไม้ปั่นสูตรของหมออู๋สามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้?
ผักและผลไม้อุดมไปด้วยอินทรีย์สารจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง อินทรีย์สารเหล่านี้พบมากในเปลือก ราก (หัว) หน่อ และเมล็ด ซึ่งเป็นส่วนที่เรามักจะทิ้งไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องปั่นที่มีความแรงสูง เช่น เครื่องปั่น แรงม้า เพื่อให้เส้นใยของพืชละเอียดจนสามารถปล่อยสารอาหารที่มีคุณค่าทางธรรมชาติออกมาเต็มที่ ช่วยให้เซลล์ในร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ทำให้สารที่มีประโยชน์ถูกขับออกไปโดยไม่ได้รับการดูดซึม ตำรับน้ำผักผลไม้ปั่นของผมมีหลายสูตรที่ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพ เช่น สูตรลดความดันโลหิต บำรุงเต้านม ฟอกเลือด หรือป้องกันและรักษามะเร็ง ซึ่งสามารถหาสูตรต่างๆ ได้จากหนังสือ “น้ำผักผลไม้ปั่นต้านโรคร้าย” ตำรับธรรมชาติช่วยชีวิต อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มใช้การรักษาด้วยธรรมชาติ ควรตรวจเลือดเพื่อหาค่าดัชนีมะเร็งและติดตามผลหลังจากปรับพฤติกรรมการดื่มกินไปแล้ว 9 เดือนเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ การตรวจเลือดจะช่วยบ่งชี้ได้ถึงชนิดและสาเหตุของมะเร็งก่อนที่มันจะเกิดขึ้น 5-15 ปี
ทำไมหมอถึงเน้นว่าไม่ควรพึ่งพาแพทย์หรือยามากเกินไป?
หลายคนเมื่อรู้สึกไม่สบายมักจะรีบไปหาหมอเพื่อขอรับยามารักษาอาการ แต่จริงๆ แล้ว ยาที่ให้มาเป็นการรักษาอาการแค่เพียงผิวเผิน ไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุของโรค ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่างหากที่ทำหน้าที่รักษาโรคจากภายในโดยไม่ต้องพึ่งพายา ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์แบบซึ่งช่วยในการทำลายเชื้อโรคและไวรัสที่เข้ามารบกวน นอกจากนี้ระบบภูมิคุ้มกันยังสามารถฟื้นฟูร่างกายและรักษาอาการเจ็บป่วยให้หายขาดได้เอง เช่น การเป็นหวัด การทานยาจะช่วยลดอาการหวัด แต่ระบบภูมิคุ้มกันจะไม่ได้เรียนรู้วิธีการต่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้ร่างกายไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ดีเมื่อยาหมดฤทธิ์ เมื่อใช้ยาบ่อยๆ ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง ส่งผลให้เสี่ยงเป็นหวัดได้บ่อยขึ้น สำหรับผมเอง หากเป็นหวัดจะเลือกไม่ใช้ยา แต่จะดื่มน้ำให้มาก กินผักผลไม้เยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
ทีมข่าวหน้าสตรี
