ความงดงามที่หาที่เปรียบไม่ได้ พร้อมกับการแสดงโขนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี พ.ศ.2559 ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ที่มาพร้อมกับความพิเศษมากมาย โดยเฉพาะการปักเครื่องโขนและทอผ้ายกทองที่ต้องตื่นตาตื่นใจ Mytourออนไลน์พาคุณไปเจาะเบื้องหลัง และเป็นงานที่คนไทยไม่ควรพลาด
1. ความพิเศษแรกที่มาพร้อมกับพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ให้กลับมาเป็นประจำทุกปี รวมถึงในปีนี้ที่เป็นปีแห่งมงคลด้วย 2 วาระที่พิเศษยิ่ง
2. วาระแรกที่สำคัญ ได้แก่การครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 84 ปี เป็นเหตุให้มีการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้
3. สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ งานฝีมือสุดประณีตในการปักเครื่องโขนสำหรับการแสดง และการทอผ้ายกทองจากศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองในจังหวัดอ่างทอง ที่สมาชิกได้รับการฝึกทักษะจากครูต้นตำรับจากนครศรีธรรมราชที่มีความเชี่ยวชาญในการทอผ้าเป็นอย่างดี


4. ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เล่าถึงการแสดงที่จัดขึ้นว่า “เป็นเวลาครบ 10 ปีที่คนไทยได้มีโอกาสชมความงดงามของการแสดงโขนที่สืบทอดต่อกันตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูการแสดงโขนให้กลับมามีชีวิตชีวาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550”
5. ท่านผู้หญิงได้กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์ประกอบทั้งหมดของโขนพระราชทานสร้างความประทับใจและความซาบซึ้งในความงดงามของศิลปะไทย ทั้งฉาก แสง สี เสียง เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่ออกแบบมาอย่างประณีตตามประเพณีโบราณ รวมถึงผ้ายกทองที่นักแสดงนุ่งตามบทบาทต่างๆ ซึ่งมีการฟื้นฟูการทอผ้ายกแบบโบราณมาหลายปีโดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนสำเร็จ โดยมีการสืบทอดลายผ้ามาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช และแม้ว่ากระบวนการปักเครื่องโขนและทอผ้าจะต้องใช้เวลานาน แต่ก็มีการพัฒนาอาชีพให้กับสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองในจังหวัดอ่างทองเป็นแรงงานสำคัญในครั้งนี้
6. ความภูมิใจของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คือการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน พร้อมทั้งเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์การปักเครื่องโขนและการทอผ้ายกแบบโบราณ เพื่อให้คงอยู่สืบไป


7. อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับในการแสดงโขนฯ กล่าวว่า “การฟื้นฟูการผลิตผ้ายกเมืองนครซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ครั้งหนึ่งเหลือแค่โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของพัสตราภรณ์ในการแสดงโขนฯ อีกครั้ง โดยช่างทอของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่เนินธัมมังและศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแคในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตอนนี้ได้มีการพัฒนาฝีมือสมาชิกจากศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองในจังหวัดอ่างทองเพิ่มขึ้นด้วย มีชาวบ้านกว่า 100 คนร่วมงานนี้”
8. กำลังสำคัญในการผลิตชิ้นงานหลักของแผนกชุดปักโขนจำนวน 14 คน จะทำหน้าที่ในการปักเครื่องโขน ซึ่งเป็นการปักดิ้นทองลงบนผ้าตามลายที่มี โดยต้องอาศัยความประณีตและตั้งใจทำ โดยลายที่ใช้ในการปักเครื่องโขนที่อำเภอสีบัวทองประกอบด้วย 4 ลาย คือ 1. ลายราชวัตรดอกลอย 2. ลายแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบดอกใน 3. ลายราชวัตรย่อมุมไม้สิบสอง และ 4. ขนทักษิณาวัตร
9. ทุกปีจะมีการปักเครื่องโขนเพื่อใช้เป็นพัสตราภรณ์ในการแสดงที่แตกต่างกัน โดยเครื่องโขนที่ผลิตโดยสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพนั้นประกอบด้วย เสื้อ แขนเสื้อ อินทรธนู กรองศอ รัดเอว สนับเพลา และเกราะด้านหน้า ซึ่งใช้สำหรับตัวละครที่หลากหลาย เช่น พิเภก ทศกัณฐ์ เสนายักษ์ และอื่นๆ”


10. อาจารย์วีรธรรมได้อธิบายเพิ่มเติมว่า "ลายต่างๆ ที่ใช้สำหรับชุดนักแสดงนั้น ได้แก่ ลายราชวัตรดอกลอยและลายแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบดอกใน สำหรับตัวละครเสนายักษ์และตัวละครเอก, ลายราชวัตรย่อมุมไม้สิบสองสำหรับตัวละครพิเภก และลายขนทักษิณาวัตรสำหรับตัวละครหนุมาน ซึ่งขั้นตอนการปักเครื่องโขนจะเริ่มจากการร่างลายบนกระดาษไขแล้วนำไปทำบล็อกซิลค์สกรีน หลังจากนั้นจึงสกรีนลายลงบนผ้าด้วยกาวกระถินผสมดินสอพอง โดยใช้วิธีขึงสะดึงให้ตึง จากนั้นเริ่มปักตามลายโดยปักขอบลายด้วยดิ้นข้อก่อนและภายในลายด้วยดิ้นโปร่ง
11. การปักเครื่องโขนยังมีการทอผ้ายกทองซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 ศูนย์ศิลปาชีพ โดยการยกตะกรอมาจากศูนย์ศิลปาชีพเนินธัมมังมาทำที่สีบัวทอง โดยสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองจะเป็นผู้ทอจนเสร็จผืนเพื่อใช้ในการแสดงต่อไป ผ้ายกทองนั้นคือผ้าไหมที่ทอด้วยเทคนิคการยกลวดลายให้เด่นชัด มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและถูกใช้เป็นผ้าราชสำนักในอดีต ในอนาคตจะพัฒนาลายให้ใหญ่ขึ้น โดยจากเดิมที่ใช้ 1,600 ลายไม้ จะเพิ่มเป็น 2,000 ลายไม้
12. นอกเหนือจากการปักเครื่องโขนและการทอผ้ายกแล้ว ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ชาวบ้านสีบัวทองร่วมสืบทอดคือการทำหัวโขนจากกระดาษข่อย ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 โดยเป็นแบบโบราณที่มีความเบาและทนทานไม่บุบหรือยุบ ผลงานการทำหัวโขนนี้เริ่มนำไปใช้ในการแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ยังมีการปั้นและวาดลวดลายเซรามิกโดยเริ่มต้นจากลายลั่นทมขาวและเพิ่มลายต่างๆ เช่น สัตตบงกชและกำลังเริ่มต้นวาดลายดอกไม้พระนาม


เครื่องเซรามิกที่ผลิตขึ้นยังมีการจัดจำหน่ายเป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้เข้าชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยอีกด้วย
สุดท้ายสำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี พ.ศ. 2559 ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2559 ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
