เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายในน้ำ สิ่งแรกที่หลายคนมักจะนึกถึงคือการว่ายน้ำ แต่ความจริงแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำได้ในน้ำเช่นกัน
กิจกรรมที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายในน้ำ
การเดินหรือวิ่งในน้ำ : การที่น้ำอยู่ในระดับเอวหรือหน้าอกจะช่วยรองรับน้ำหนักตัวและลดแรงกดที่เข่า จึงช่วยลดอาการปวดเข่าหรือข้ออักเสบเมื่อเทียบกับการวิ่งบนบก นอกจากนี้แรงต้านของน้ำยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการเดินบนพื้นดิน
การเต้นแอโรบิกในน้ำ (Water aerobics) : การทำกิจกรรมเพียง 20 นาทีต่อครั้งสามารถช่วยเสริมความแข็งแรงของหัวใจได้
การฝึกเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Water toning/strengthening training) : ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายต่อน้ำหรือใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น

การฝึกเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อ (Flexibility training) : เพื่อให้ข้อมือ ข้อเท้า และร่างกายเคลื่อนไหวได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ
ธาราบำบัด (Water therapy and rehabilitation) : ใช้ในทางการแพทย์ในการฟื้นฟูสุขภาพ เช่น การฝึกเดินและการลดอาการปวด
การฝึกโยคะในน้ำ (Water yoga and relaxation) : การฝึกโยคะในสภาพน้ำเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเสริมความสมดุลในร่างกาย
การออกกำลังกายในน้ำลึก (Deep-water exercise) : การออกกำลังกายในน้ำลึกโดยไม่ให้เท้าสัมผัสพื้น และใช้เครื่องมือช่วยลอยตัว
การวิ่งในน้ำลึก (Deep-water jogging/ running) : การวิ่งในน้ำลึกที่คล้ายกับการวิ่งบนบก แต่ไม่ให้เท้าสัมผัสพื้น โดยใช้เครื่องมือช่วยลอยตัวเพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นไปได้
การออกกำลังกายโดยใช้กำแพง (Wall exercises) : การใช้กำแพงเพื่อเสริมการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและยืดหยุ่น

ประโยชน์ของการออกกำลังกายในน้ำ คือ
1. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย
2. เพิ่มการเคลื่อนไหวที่ดีของข้อ
3. ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและมีความทนทานมากขึ้น
4. เสริมการทรงตัว
5. ช่วยในการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น
6. ช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังจากอุบัติเหตุ
7. ใช้ในการลดน้ำหนัก
8. ช่วยลดความเครียด
ที่มา - Playboy Thailand
www.playboy.co.th
www.facebook.com/playboythailand
