
หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นของชุมชนชาวไทยภูเขาดอยช้าง คือ "เจริญ วุ้ยยื้อ" ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่สามที่สืบสานเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ เพื่อให้ชาวอาข่ามีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศไทย
เจริญ หรือ "เจ" อายุ 32 ปี ผู้เป็นผู้บริหารและผู้จัดการสื่อสารองค์กรของบริษัท ดอยช้าง แฟรนไชส์ แมเนจเม้นต์ จำกัด ได้แนะนำตัวเองว่า เขาเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า จากหมู่บ้านดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นบุตรคนที่ 2 จากทั้งหมด 5 คนของครอบครัว "อะแมหมีซอ วุ้ยยื้อ" ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยคุณตา "พิก่อ แซ่ดู" คือหนึ่งใน 40 คนที่ได้รับต้นกล้ากาแฟอาราบิกาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อปลูกสร้างรายได้และส่งเสริมการปลูกป่า ดอยช้างที่ก่อนหน้านี้คล้ายกับจังหวัดน่าน ที่เป็นพื้นที่เขาหัวโล้น ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการปลูกกาแฟตามพระราชดำริ จากการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานต้นกล้ากาแฟให้แก่ชาวเขา
เจเริ่มการศึกษาตั้งแต่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 2 จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะศึกษาต่อระดับมัธยมที่ ร.ร.พร้าววิทยาคม จ.เชียงใหม่ และ ร.ร.แม่สรวยวิทยาคม จ.เชียงราย จนกระทั่งจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่
"ผมเลือกเรียนกฎหมายเพราะอยากเข้าใจ แต่ในใจลึกๆ ผมไม่อยากเป็นทนาย ความหลงใหลในกาแฟมากกว่า เราเติบโตมาจากไร่กาแฟที่บ้าน เคยปลูกกาแฟเพื่อส่งให้พ่อค้าคนกลาง แต่ก็ไม่สามารถอยู่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุให้คุณตาและน้าๆ ก่อตั้งบริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด เพื่อจำหน่ายกาแฟเอง โดยการรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ดอยช้าง ไม่เพียงแค่ขายกาแฟ เรายังเปิดร้านกาแฟเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชุมชน ผมเริ่มทำงานในบริษัทดอยช้างตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เน้นศึกษาการผลิตกาแฟ โดยเฉพาะการคั่วกาแฟให้ได้รสชาติที่ยอดเยี่ยมและได้มาตรฐานสากล บริษัทของเราดำเนินงานด้วยความร่วมมือจากทุกคน แม้จะเป็นธุรกิจครอบครัว แต่ผู้ใหญ่ให้เสรีภาพในการเลือกทำงานตามความถนัดของแต่ละคน ขณะนี้ผมรับผิดชอบในด้านสื่อสารองค์กรและการตลาด"
นอกเหนือจากภารกิจหลัก เจยังภูมิใจในอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญ คือ การก่อตั้งมูลนิธิกาแฟ ดอยช้าง ซึ่งมอบรายได้ 30% ให้กับมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือผู้คนในชุมชนดอยช้างและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีจำนวนมากมาย หลายหมื่นคน โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่ เช่น การจัดทำบัตรประชาชนให้กับคนเหล่านี้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น
“ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำงานเพื่อพี่น้องในดอยช้าง เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น เราภูมิใจในชาติพันธุ์ของเรา และภูมิใจในถิ่นกำเนิดของเรา อีกทั้งยังภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ด้วยการทำให้กาแฟอาราบิกาของเราเป็นที่ยอมรับในวงการกาแฟระดับนานาชาติ”
