
ทุกวันนี้เวลาเจอเพื่อนๆ สิ่งแรกที่ทำหลังจากทักทายกันคือการเซลฟี่ เวลาเจอดารา นักร้อง หรือไอดอลที่ชอบ ก็ต้องไม่พลาดที่จะถ่ายเซลฟี่ บางทีถ้าเบื่อๆ ก็หยิบมือถือมาเซลฟี่ตัวเองและอัพลงไอจีเล่นๆ สรุปแล้วการเซลฟี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปโดยไม่รู้ตัว แต่การทำอะไรซ้ำๆ มากเกินไปก็อาจจะไม่ดีนัก แม้แต่การเซลฟี่ก็เช่นกัน เพราะมีกรณีที่หมอผิวหนังออกมาบอกว่า “การเซลฟี่อาจเป็นสาเหตุทำให้ผิวเหี่ยวย่นเร็วเกินวัย” จริงหรอ?!
เรื่องนี้เกิดขึ้นจากสาวบล็อกเกอร์วัย 26 ปี ที่ถ่ายเซลฟี่เฉลี่ยวันละ 50 รูป และสังเกตเห็นว่าผิวหน้ามีรอยหมองคล้ำและเริ่มมีริ้วรอยบางๆ พอไปหาหมอผิวหนังเพื่อปรึกษาปัญหานี้ หมอก็สันนิษฐานว่าแสง HEV (High Energy Visible) จากหน้าจอมือถืออาจเป็นสาเหตุที่ทำร้ายเซลล์ผิวของเธอ
โจชัว ไซค์เนอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำแผนกผิวหนังที่ Mount Sinai Medical Center กล่าวว่า มีการวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่าแสงจากหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ สามารถทำให้ผิวแก่เร็วได้จริงๆ “แสง HEV ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสี ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ ทำลายการสร้างคอลลาเจนในผิว และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้”
แต่ไม่ใช่แค่แสงจากหน้าจอเท่านั้น หมอผิวหนังคนอื่นๆ ในเมืองนิวยอร์กกล่าวว่า แสง UV จากแสงแดดก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวแก่เร็วเช่นกัน และความอันตรายจากรังสี UV สูงกว่าแสง HEV ถึงขนาดที่การอยู่หน้าจอ 100 ปี ยังไม่เทียบเท่าการออกไปตากแดดทั้งวันเลย
ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ทั้งที่ผิวกายและใบหน้า หรือเลือกใช้สกินแคร์ที่ช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำ อย่าประมาทคิดว่าแค่ทำงานในออฟฟิศที่มีแอร์และอยู่ในอาคารจะปลอดภัยจากแสงแดด เพราะแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ต้องนั่งมองทั้งวัน รวมถึงการเล่นมือถือที่ไม่หยุดหย่อน ล้วนทำร้ายผิวของคุณได้
ที่มา - Cleo Thailand
www.cleothailand.com
