หลังจากที่ Mytourออนไลน์ได้เปิดโปรไฟล์ของเซเลบฯ หน้าใหม่ที่อายุน้อยกันไปแล้ว คราวนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศไปพบกับเซเลบฯ สาวสวยวัย 30 อัพ ที่มีความพิเศษเป็นหลานสาวคนโปรดของอดีตนายกรัฐมนตรี 'อานันท์ ปันยารชุน' ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับเธอในฐานะดีไซเนอร์ฝีมือเยี่ยมผู้ก่อตั้งแบรนด์ 'ทูอี้ (TU'i)' และวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 'ตุ๊ย-ทิพนันท์ ศรีเฟื่องฟุ้ง' ไอดอลแฟชั่นนิสต้าตัวแม่กันค่ะ
ล่าสุด Mytourออนไลน์ได้มีโอกาสร่วมงานกับเธอแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงานเปิดตัวร้านอาหารอีสาน-ไทย 'ตำทองหล่อ' ของเพื่อนสนิท แน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะคว้าตัวเธอมาเปิดโปรไฟล์อัพเดตชีวิต พร้อมบทบาทใหม่ในฐานะคุณแม่มือใหม่ที่เธอภูมิใจมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันค่ะ!

สวัสดีแฟนๆ Mytourออนไลน์ค่ะ
สวัสดีค่ะ ชื่อทิพนันท์ (ไกรฤกษ์) ศรีเฟื่องฟุ้ง ชื่อเล่นว่า ตุ๊ยค่ะ ตอนนี้อายุ 35 ปีแล้วค่ะ ธุรกิจที่ทำในตอนนี้คือ แบรนด์เครื่องหนัง 'ทูอี้ (Tu'i)' ซึ่งเราคือเจ้าของและเป็นคนคิดดีไซน์ทั้งหมด และตอนนี้แบรนด์กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 8 แล้วค่ะ ฝากติดตามผลงานในทุกๆ คอลเลคชั่นด้วยนะคะ

เล่าถึงคอลเลคชั่นล่าสุดหน่อยค่ะ
คอลเลคชั่นนี้เป็นคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก 'เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี' ซึ่งแตกต่างจากคอลเลคชั่นก่อนหน้าค่อนข้างมาก โดยคอลเลคชั่นนี้จะเน้นความปราดเปรียวและเท่ขึ้น เน้นการใช้สีสันสดใสอย่างสีแดง น้ำเงิน ขาว และน้ำตาล ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเรือคลาสสิคของอิตาลี เส้นสายต่างๆ ก็ได้แรงบันดาลใจจากเรือเช่นกัน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ 'ทูอี้ (Tu'i)' ที่ใช้หนังที่มีเทกเจอร์และผิวสัมผัสที่โดดเด่นอยู่ค่ะ

การพัฒนาแบรนด์
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาแบรนด์ของเรามีการเติบโตอย่างมาก จากวันที่เริ่มต้นในปีแรก เรามีการออกคอลเลคชั่นใหญ่ถึงสองครั้งในหนึ่งปี และคอลเลคชั่นย่อยที่เพิ่มมาอีก 1-2 ครั้ง การติดตามการเติบโตของแบรนด์จะเห็นได้ว่าเราได้พัฒนาเอกลักษณ์ของกระเป๋าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยังมีการเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาความสามารถของตัวเอง จากการเริ่มต้นสร้างแบรนด์จนถึงวันนี้ที่มีฐานลูกค้าอย่างชัดเจน เราถือว่าการเป็นดีไซเนอร์ไม่ยากเพราะเราโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่รักและค้นพบตัวตนตั้งแต่เด็กๆ แต่มันยากตรงที่จะทำให้แบรนด์นั้นเติบโตจนเป็นที่จดจำในใจลูกค้าและสามารถยืนยาวไปได้ในระยะยาว
จำไว้ว่า การเป็นดีไซเนอร์จะต้องวิ่งตลอดเวลา หยุดไม่ได้ และต้องคอยสังเกตทุกรายละเอียดของการเดินทาง เพราะแบรนด์อื่นๆ ก็วิ่งตามเรามาตลอดเวลา ถ้าเราหยุดเดิน แบรนด์อื่นก็จะตามทัน และแซงหน้าเราไปได้อย่างง่ายดาย โลกแฟชั่นมันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันกับกระแส

ไอดอลต้นแบบที่ให้อินสไปร์เรชั่น
เรามีไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการทำงานอยู่สองคน คนแรกคือ 'น้ากบ-เมนาท นันทขว้าง' เจ้าของแบรนด์ Soda ที่เราชื่นชมในความทันสมัยตลอดเวลาและคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนของเสื้อผ้า Soda ที่สะท้อนตัวตนของเขาได้อย่างดี เราคุ้นเคยกับแบรนด์นี้มาตั้งแต่เด็กๆ และยังคงซื้อใส่มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ส่วนคนที่สองคือ 'แดง-ภาณุ อิงควัฒน์' เจ้าของแบรนด์แฟชั่น Greyhound ซึ่งเราชอบในการทำงานของเขาเป็นพิเศษ เขามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล คิดต่างจากคนอื่น และมองสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ การทำงานกับเขามักจะได้ไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นต่างๆ
แรงบันดาลใจของเรามักจะมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด แต่มักจะเป็นสิ่งที่เราเองชอบเป็นพิเศษ เมื่อพบสิ่งที่ชอบแล้วมันจะช่วยกระตุ้น Passion และทำให้เราตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญอีกอย่างคือความชอบในการค้นคว้าและทำการวิจัยในเรื่องที่เราสนใจ เพราะมันทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งในหัวข้อนั้นๆ และสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคนอื่นได้

คุณสมบัติของดีไซเนอร์
การเป็นดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีความตั้งใจจริง ความพยายามสูง และต้องมีความอดทน ขยันขันแข็ง รวมถึงความสามารถในการสังเกตและใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ การหามุมมองใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญ จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากไม่ตั้งใจจริง นอกจากนี้ ดีไซเนอร์ที่ดีต้องเปิดรับการวิจารณ์และคำแนะนำจากผู้อื่น และต้องสามารถปรับตัวเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อให้แบรนด์ยังคงยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้
สิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือ งานที่ดีไม่สามารถทำแบบลวกๆ ได้ ถ้าต้องการให้ผลงานนั้นน่าประทับใจ คุณต้องมีความมุ่งมั่นและทุ่มเททุกอย่างลงไปในการสร้างสรรค์งานนั้นๆ การมีมุมมองที่หลากหลายและแตกต่างเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการเป็นดีไซเนอร์

แฟชั่นนิสต้ากับสไตล์การแต่งตัว
โดยปกติแล้วเราจะชอบแต่งตัวในสไตล์ที่มีความเท่และเปรี้ยวๆ แทบทุกงานจะเป็นลุคนี้ทั้งหมด ไม่มีสีสันหรือสไตล์หวานให้เห็น แต่บางวันก็อาจจะแต่งตัวเรียบๆ แล้วเพิ่มแอสเซสเซอรี่เด่นๆ อย่างรองเท้าส้นสูงสุดชิคหรือกระเป๋าทูอี้ (Tu'i) ที่มีคาแรกเตอร์เด่นชัด รวมถึงคริสตัลและขนนกที่สามารถเพิ่มเสน่ห์และความโดดเด่นให้ชุดเรียบๆ ได้อย่างลงตัว
เคล็ดลับการแมทซ์เสื้อผ้า
การเลือกเสื้อผ้าอาจเริ่มจาก 'คีย์พีช (Key Piece)' ของลุคแล้วค่อยแมทซ์กัน แต่อย่าลืมว่าความสำคัญคือการไม่ทำให้ทุกอย่างดูเยอะเกินไป บางครั้งการใส่เสื้อผ้ามากเกินไปอาจทำให้ทั้งตัวและคนมองรู้สึกอึดอัด เพราะชุดมันดูตู้มๆ เต็มไปหมด

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด
เราชอบซื้อของจากทุกที่ ไม่ว่าจะจากตลาดนัดหรือร้านแบรนด์เนมในห้างฯ ก็ชอบไปเดินเลือกเสื้อผ้าสไตล์วินเทจเหมือนกัน คำถามที่ถามว่าเราเป็นคนติดแบรนด์เนมหรือไม่ ก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงกับต้องแบรนด์เนมทุกชิ้นบนตัว คำตอบที่ชัดเจนคือเราจะเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์ได้ง่ายๆ มากกว่า
แบรนด์แอคเซสเซอรี่ที่เห็นแล้วต้องกรี๊ด?! - ถ้าเป็นกระเป๋า จริงๆ แล้วตั้งแต่ทำแบรนด์ตัวเองมา 7-8 ปี เราไม่เคยถือกระเป๋าแบรนด์อื่นเลย ไม่ใช่ว่าเราจะโปรโมทแบรนด์ของตัวเอง แต่กระเป๋าที่เราทำมันสะท้อนความเป็นตัวตนของเราอย่างดีที่สุด ส่วนรองเท้าเราชอบหลายแบรนด์เลย เช่น Nicholas Kirkwood และ Valentino

ไลฟ์สไตล์ยามว่าง
ตอนนี้แทบจะไม่มีเวลาให้กับตัวเองเลย ทุกนาทีที่มีคือการให้ความสนใจกับลูกชายคนเล็กที่ยังอายุแค่ขวบครึ่งเท่านั้น ทุกวันของเขาเต็มไปด้วยการพัฒนาใหม่ๆ ที่เราต้องตามให้ทัน ตั้งแต่มีลูก ไลฟ์สไตล์ของเราก็เปลี่ยนไปมากเลย พอทำงานเสร็จ กลับบ้านเราก็ทุ่มเทเวลาให้กับลูกและครอบครัวเต็มที่ เพราะการเห็นลูกเติบโตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้
วันหยุดสุดหรรษากับครอบครัว
เราใช้เวลาวันหยุดพาลูกไปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่ลูกยังอายุแค่ 3 เดือน เราก็เริ่มพาเขาไปเที่ยวแล้ว ที่เราเคยไปมา เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอิตาลี ลูกเราน่ารักมาก ไม่เคยร้องไห้หรือทำให้ทริปยุ่งยากเลย การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์เราที่ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานมากมาย และเราก็อยากให้ลูกมีส่วนร่วมในประสบการณ์เหล่านี้ แต่เมื่อมีลูกแล้ว การเที่ยวก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง จากที่เคยเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็กลายเป็นทริปที่ต้องดูแลลูกไปด้วย


สิ่งที่คาดหวังในอนาคตกับชีวิตครอบครัว และธุรกิจ
เรื่องครอบครัวตอนนี้ทุกอย่างดีมาก และเราก็หวังว่าเราจะรักษาความสุขและอบอุ่นนี้ไปตลอด เรารู้ตัวว่าเราคงไม่สามารถเป็นแม่บ้านเต็มเวลาได้ แต่ก็ยังชอบทำงานอยู่ ส่วนธุรกิจตอนนี้ค่อนข้างไปได้ดีแล้ว เราไม่เน้นขยายสาขาเพิ่มเติม เพราะที่มีอยู่ในห้างใหญ่ๆ ก็เพียงพอแล้ว อย่างเช่น พารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลชิดลม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และเอ็มโพเรียม เราอยากทำให้ทุกอย่างที่มีอยู่ดีที่สุดก่อน
คิดจะมีทายาทคนที่ 2 เพิ่มรึเปล่า? เราอยากมีลูกอีกสักคนจริงๆ อยากให้ครอบครัวเรามีสมาชิกมากขึ้น และอยากเลี้ยงเขาให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ หากมีคนที่ 2 ก็ไม่สำคัญว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ถ้าเลือกได้ เราอยากมีลูกชายสัก 3 คน ให้เขามาเป็นเพื่อนกัน (จะมากไปไหม?)
