
นายบุญ นาหอม หรือที่คนส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า “น้าโต๊ด” คือ อาสาสมัครกู้ภัยที่พิการไร้แขนขา แต่อุทิศตนทำหน้าที่กู้ภัยอย่างเต็มที่ในมูลนิธิกู้ภัยไตรคุณธรรม จังหวัดชลบุรี ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เรื่องราวของเขาถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในสังคมออนไลน์หลังจากที่เขาช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ที่รถเสีย โดยการลากรถไปยังจุดหมายปลายทาง
ภาพของการกระทำอันงดงามของเขาถูกบันทึกโดยพลเมืองดีและถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนกลายเป็นไวรัลในทันที โดยมีผู้คนเข้าไปกดไลค์และชื่นชมในแฟนเพจเป็นจำนวนมากโดยที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน
เหตุการณ์ที่น่าประทับใจนี้ทำให้ทีมงานจากซีเคร็ตเดินทางไปสัมภาษณ์เขาเพื่อทำความรู้จักกับเรื่องราวของเขาให้มากขึ้นที่มูลนิธิกู้ภัยไตรคุณธรรมในจังหวัดชลบุรี เพราะเชื่อว่าชีวิตและการกระทำของเขานอกจากจะเป็นแบบอย่างของการทำดีโดยไม่มีเงื่อนไขแล้ว ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วไปได้
ชีวิตวัยเด็กของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
ผมเกิดที่จังหวัดจันทบุรี ครอบครัวของผมทำไร่ทำนา มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน และผมเป็นลูกคนที่ 4 ทุกคนในครอบครัวมีร่างกายสมบูรณ์ยกเว้นผมที่เกิดมาพิการแขนขา ตั้งแต่เด็กๆ ผมเคยได้ยินแม่คุยกับเพื่อนบ้านว่า ญาติคนหนึ่งบอกว่า ลูกที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ควรจะให้ตายไปเลยจะได้ไม่เป็นภาระ แม่ก็พูดว่าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะลูกเป็นคนของเธอ และเธอจะเลี้ยงดูให้ดีที่สุด ตอนนั้นผมไม่เคยโกรธหรือรู้สึกน้อยใจ แต่กลับรู้สึกขอบคุณแม่ที่เลี้ยงดูผมมาอย่างดี และคิดว่าเมื่อโตขึ้นจะทดแทนบุญคุณท่านให้ได้
เนื่องจากร่างกายของผมไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ จึงต้องอยู่บ้านเฉยๆ ในขณะที่พี่น้องคนอื่นไปเรียนหนังสือ ตอนนั้นผมรู้สึกน้อยใจที่ไม่ได้เรียนเหมือนเพื่อน แต่ก็เข้าใจดีว่าเราอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา โรงเรียนก็ไกลถึง 2 กิโลเมตร พี่ๆ จึงไม่สามารถพาผมไปเรียนทุกวันได้ ผมจึงอดไปเรียนหนังสือ แต่โชคดีที่เพื่อนๆ มาสอนผมในตอนเย็นหลังเลิกเรียน ผมจึงสามารถเรียนรู้และอ่านเขียนได้เองทีละน้อย
ผมมีเพื่อนเยอะ และพวกเขาก็รักและเอ็นดูผมดี บางครั้งพวกเขาจะพาผมไปเที่ยวบ้านหรือออกไปต่างจังหวัด พอผมอายุ 18-19 ปี ผมจึงตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อหาความเป็นอิสระ
ทำไมถึงตัดสินใจออกจากบ้านล่ะคะ?
ผมคิดว่าถ้าอยู่บ้านนอกจะเป็นภาระให้กับพ่อแม่และญาติพี่น้อง หากพี่ๆ มีครอบครัว ก็อาจจะไม่สามารถดูแลผมได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจออกจากบ้านไปหาที่อยู่กับเพื่อน เปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ จนมาถึงกรุงเทพฯ ผมพักอยู่ที่ห้องเช่าของเพื่อน ในตอนนั้นผมไม่มีรายได้ จึงต้องพึ่งพาเพื่อนจนกระทั่งคิดได้ว่าเราควรจะหางานทำ เลยไปขอทานแถวบางบอนเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง
ในช่วงที่ผมยังเป็นขอทาน ผมเคยถูกเจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์จับตัวไปถึง 2 ครั้ง หลังจากนั้นผมรู้สึกละอายใจในตัวเองมาก จึงตัดสินใจลองเปลี่ยนชีวิตมาเป็นนักร้อง โดยสมัครงานกับเจ้าของร้านอาหารที่หัวกระบือ ซึ่งเขาจ่ายค่าตัวให้ผม 80 บาท แต่รายได้หลักของผมมาจากการขายพวงมาลัยคืนละ 400-500 บาท ผมร้องเพลงที่นั่นอยู่หลายปี แต่เมื่อร้านค่อยๆ ปิดตัว รายได้ก็เริ่มหายไป ทำให้ผมต้องหาที่ใหม่ในการร้องเพลง แต่ละร้านจะให้โควตาแก่คนพิการเพียงคืนละคน บางร้านก็มีผู้พิการคนอื่นจองไว้แล้ว ทำให้ผมหาเงินยากขึ้น เพื่อนจึงพาผมไปตามร้านอาหารต่างๆ จนมาถึงชลบุรี
เคยรู้สึกท้อแท้ในชีวิตบ้างไหมคะ?
ไม่เคยท้อเลยครับ ผมคิดแค่ว่าถ้าที่ไหนไม่รับเรา เราก็จะต้องหาที่อื่นต่อไปเรื่อยๆ เมื่อมาถึงชลบุรี ผมก็มาเช่าห้องพักที่โรงแรม ทุกเย็นเพื่อนจะพาผมขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามร้านอาหารเพื่อหาที่ร้องเพลง เมื่อก่อนมีร้านอาหารหลายแห่งที่รับนักร้องพิการ แต่ตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่ร้าน ทำให้รายได้ลดลงเหลือคืนละ 200-300 บาท บางคืนก็ไม่ได้เลย แต่ผมไม่ยอมแพ้ บอกตัวเองเสมอว่าห้ามท้อ เพราะถ้าท้อเราก็จะไม่ได้อะไรกลับมา ท้อไปก็ทำให้จิตใจเราเสียเปล่าๆ นอกจากนี้ผมเป็นคนไม่คิดมาก เวลาว่างหรือเหงาก็จะไปหาคนโน้นคนนี้ ผมโชคดีที่มีเพื่อนที่รักและคอยให้กำลังใจผมเสมอ
กำลังใจอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญสำหรับผม คือ การได้เป็นที่ปรึกษาผ่านเฟซบุ๊กให้กับหลายๆ คน ที่มีปัญหาครอบครัว หรือผิดหวังจากความรัก ผมมักจะบอกเขาเสมอว่า 'อย่าคิดมากเลย' เพราะปัญหาต่างๆ ในชีวิตก็เหมือนลิ้นกับฟันกระทบกันเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวสักวันทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
การเข้าใจและเห็นใจผู้อื่นเป็นแรงบันดาลใจในการเป็นอาสาช่วยเหลือใช่ไหมคะ?
ในช่วงที่เพื่อนพาผมขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนไปหาที่ร้องเพลง ผมมักจะได้พบกับอุบัติเหตุบ่อยๆ จึงทำให้เกิดความคิดว่า ถ้าวันหนึ่งผมเกิดประสบอุบัติเหตุขึ้นมาบ้าง ก็อยากให้คนช่วยเหลือผมเหมือนกัน และคิดว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุคงจะคิดแบบเดียวกัน ผมจึงตัดสินใจที่จะเป็นอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยตอนแรกผมรู้สึกกลัวทั้งเลือดและผี แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ ผมก็เริ่มรักในงานนี้ และทุกวันนี้ไม่กลัวเลือดและผีแล้ว เพราะเรามาช่วยเหลือคน ไม่ได้ไปทำร้ายเขา ทุกครั้งที่ช่วยบ่อยๆ ก็เริ่มชิน ตอนนี้ทำงานนี้มานาน 15 ปีแล้ว หลังจากที่ร้องเพลงเสร็จประมาณ 3-4 ทุ่ม ผมจะใช้เวลาช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุด
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ หน้าที่ของน้าโต๊ดต้องทำอะไรบ้างคะ?
เมื่อได้รับแจ้งเหตุจากวิทยุ ถ้าผมไปถึงที่เกิดเหตุและพบว่ามีคนบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เช่น ถูกชน ผมจะใช้รถของผมขวางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และเมื่อออกตรวจจะมีคู่หูไปด้วย เขาจะช่วยในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่วนผมจะเข้าไปสอบถามผู้บาดเจ็บว่ามีอาการบาดเจ็บที่ไหนบ้าง หากเห็นว่ามีอาการหนัก ผมจะติดต่อศูนย์ส่งรถมารับเพื่อพาผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล
น้าโต๊ดได้รับอะไรจากการทำงานนี้บ้างคะ?
ผมได้รับความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้คน และคำว่า 'ได้' ที่พูดถึงไม่ใช่เรื่องเงินทอง แต่คือความดีที่ได้ทำ เพื่อช่วยสังคม และบางครั้งที่ผมได้รับคำขอบคุณจากผู้ที่ช่วยเหลือ ผมก็รู้สึกมีกำลังใจอยากทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ช่วยเหลือผมจะขออธิษฐานในใจว่า ชาติหน้าขอให้ร่างกายสมบูรณ์แบบคนอื่น ส่วนชาตินี้ที่ร่างกายเป็นแบบนี้ ผมก็ยอมรับและคิดว่ามันเป็นผลจากกรรมในอดีต ขอเพียงให้ได้มีโอกาสทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสังคม และทำความดีเรื่อยไปก็พอใจแล้ว
การที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบ่อยๆ ทำให้เราได้รับข้อคิดอะไรบางอย่างบ้างคะ
อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทในการขับรถและการดื่มแอลกอฮอล์ การได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุหลายๆ ครั้งทำให้ผมเข้าใจว่า บนท้องถนนเราควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมันทำให้เราขาดสติจนทำให้เกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้เสียชีวิตได้
การเสียชีวิตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การตายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทบนถนนนั้นสามารถป้องกันได้ หากเราใช้ความระมัดระวังและมีสติในการขับขี่
ดังนั้นผมจึงอยากขอให้ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล อย่าดื่มแอลกอฮอล์และอย่าประมาท เพราะการคิดว่าเราขับรถเก่งอาจทำให้เราระมัดระวังน้อยลง ในขณะเดียวกัน แม้ว่าเราจะไม่ประมาท แต่ถ้าคนอื่นประมาทก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน จึงขอให้ทุกคนร่วมมือกันเคารพกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
มีเหตุการณ์ไหนที่น้าโต๊ดเคยไปช่วยเหลือแล้วรู้สึกประทับใจบ้างคะ
ครั้งหนึ่งมีเด็กนักเรียนอายุประมาณ 11-12 ปี กำลังเดินทางไปโรงเรียนในตอนเช้า และโดนรถกระบะเฉี่ยวชนหน้าหมายเลขโรงพยาบาลธนบุรีแล้วผู้ขับรถได้หลบหนีไป ผมได้ไปเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วยเหลือ โดยพบว่าเด็กได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังจากที่เขาลุกขึ้นมาได้ก็กล่าวขอบคุณว่า ขอบคุณมากนะครับน้าที่ช่วยเหลือ ผมยังคงรู้สึกประทับใจเหตุการณ์นี้จนถึงทุกวันนี้
ชีวิตของอาสาสมัครอย่างเรานั้นไม่ต้องการสิ่งใดในการช่วยเหลือผู้อื่น เพียงแค่ได้ยินคำขอบคุณ ก็ทำให้เรามีความสุขและรู้สึกมีกำลังใจแล้วครับ ผมไม่เคยคิดที่จะได้รับอะไรตอบแทน นึกถึงแค่การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เท่านั้นเอง ผมเชื่อว่าอาสาสมัครทุกคนก็คิดเหมือนกัน เพราะเราทำด้วยใจจริง
แล้วกรณีที่เคยเป็นข่าวดังเกี่ยวกับน้าโต๊ดที่ช่วยผู้หญิงท้องลากรถไปส่งจนถึงที่หมายเป็นอย่างไรครับ?
ตอนนั้นมันใกล้เวลาสี่ทุ่ม ศูนย์วิทยุมาส่งข่าวว่ามีคนขอความช่วยเหลือ ผมจึงไปตรวจสอบพบว่ารถเสียเพราะท่อน้ำมันรั่ว จึงใช้รถของผมลากรถเขาไปส่งที่บ้าน ทั้งที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีใครถ่ายภาพผมแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เมื่อเปิดดูเฟซก็เห็นภาพตัวเองเต็มไปหมด และมีคนมากดไลค์ ผมรู้สึกแปลกใจ แต่ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ทำความดี โดยที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน แต่ก็ยังมีคนเห็นและชื่นชม ทำให้ผมมีแรงใจในการทำความดีต่อไป
ทราบว่าคุณขับรถเองใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่ารถคันนี้มาจากไหน?
เมื่อผมเริ่มเป็นอาสาสมัครใหม่ๆ ผมไม่ค่อยได้ออกไปช่วยเหลือเนื่องจากการเดินทางไม่สะดวก ผมจึงได้ออกงานเมื่อเพื่อนช่วยพาผมไปด้วยมอเตอร์ไซค์ ทำให้ผมคิดว่าเราน่าจะมีรถส่วนตัวไว้เพื่อการเดินทางทั้งไปซื้อของและทำงาน และถ้ามีรถก็จะทำให้สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ผมจึงพยายามเก็บเงินทีละเล็กละน้อยจากการร้องเพลง และได้รับการช่วยเหลือจากพี่ชายจนเก็บได้ประมาณสองหมื่นกว่าบาท และให้พี่สะใภ้ที่อยู่บางพลีช่วยดาวน์รถให้ และผมผ่อนเองเดือนละ 2,600 บาท ตลอด 36 งวด
แล้วใครเป็นผู้ปรับแต่งรถให้เหมาะสมกับการใช้งานคะ
หมายความว่าน้าโต๊ดไม่รู้สึกแตกต่างจากคนอื่นเลยใช่ไหมคะ
จากการทำงานอาสามานาน เคยประสบกับเหตุการณ์ที่เหมือนจะเป็นปาฏิหาริย์จากความดีเกิดขึ้นกับตัวเองบ้างไหมคะ และเชื่อมั่นในเรื่องของคนดีผีคุ้มหรือไม่คะ
การที่มีชื่อเสียงในโลกโซเชียลและได้รับการเชิญไปออกทีวีบ่อยๆ นั้นส่งผลต่อชีวิตของคุณอย่างไรบ้างคะ
การที่คนรู้จักผมมากขึ้นทำให้มีโอกาสต่างๆ แต่บางครั้งเมื่อไปขึ้นเวทีร้องเพลงก็มีคนที่ไม่ให้เงินเรา เพราะคิดว่าเรามีค่าตัวจากการออกทีวีรอบละ 20,000-30,000 บาท แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมดังแค่ชื่อ แต่มันไม่มีเงิน พอสิ้นเดือนก็ต้องทบทวน เพราะค่าใช้จ่ายรายเดือนสูงถึง 7,000-8,000 บาท
ความใจดีที่คุณมี อยากทราบว่ามาจากการปลูกฝังจากใครคะ
แล้วในเรื่องความรักล่ะคะ คุณคิดอย่างไร
คุณนิยามชีวิตของตัวเองว่าอย่างไรคะ
คุณมีแผนชีวิตในอนาคตอย่างไรคะ
คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อเรื่องราวของคุณสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น โดยเฉพาะคนที่กำลังท้อแท้ในชีวิต
สำหรับคนที่ท้อแท้ในชีวิต ผมอยากบอกว่า ในขณะที่คุณคิดว่าคุณไม่มีอะไรเหลือแล้ว ยังมีคนที่ลำบากกว่าคุณมาก และแม้ว่าคุณจะไม่มีโอกาสในวันนี้ แต่วันข้างหน้ายังมีโอกาสเสมอ อย่าท้อแท้เลยครับ แม้ว่าผมจะเกิดมาแบบนี้แต่ก็ไม่เคยคิดสั้นเลย เพราะชีวิตยังมีความหวัง ผมอยากให้คุณลุกขึ้นสู้ ท้อแท้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ลุกขึ้นสู้เถอะครับ สู้เหมือนผม
ความดีและจิตใจที่มั่นคงสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้เสมอ
ที่มา - Secret
www.secret-thai.com
