
จิรโมท พหูสูตร ผู้บริหารหนุ่มรุ่นเจนเอ็กซ์ที่มีความสามารถและเป็นที่จับตามอง ได้รับมอบหมายหน้าที่จากบุพการีในการเสริมสร้างศักยภาพและคุณภาพของบริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำ พร้อมทั้งขยายธุรกิจไปในด้านอื่นๆ อย่างเช่น โรงแรมและห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัด
จิรโมท หรือที่รู้จักในชื่อโน้ต เป็นทายาทคนสุดท้องของ สุขุม พหูสูตร และ สว่าง มั่นคงเจริญ นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของ บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาร่วมงานในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการมาแล้ว 7 ปี เขาเล่าว่าเคยเรียนที่อังกฤษตั้งแต่จบ ป.6 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ และศึกษาจบปริญญาตรีและโทที่อิมพีเรียล คอลเลจในสาขา Chemical Engineering ต่อมาได้ไปฝึกงานด้านการเงินที่ Lehman Brothers International ที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนจะไปทำงานที่ MEAG Pacific Star Asia Pte ที่สิงคโปร์เป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัว
แม้ว่าการเรียนในสาขาที่จิรโมทศึกษาจะเหมาะสมกับการเป็นผู้ดูแลแท่นเจาะน้ำมันกลางทะเล แต่เขากลับเลือกที่จะทำงานด้านการเงินและการลงทุน โดยเริ่มต้นจากการช่วยงานในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า และล่าสุดคือ เอ็มควอเทียร์ ซึ่งทุกโครงการมีความแตกต่างและต้องการการใส่ใจในทุกรายละเอียด เขาจึงเริ่มจากการศึกษาทุกแผนกและลงไปตรวจสอบไซต์งานการก่อสร้างด้วย ตัวเขามองว่าการมาช่วยงานที่บ้านเป็นการรับผิดชอบที่ไม่หนักหนา แต่เป็นโอกาสที่พ่อแม่และพี่สาว (ณิชยา พหูสูตร) มอบให้
ผู้บริหารหนุ่มวัย 33 ปี กล่าวว่า การทำงานในองค์กรและการสื่อสารกับคนเป็นความท้าทายที่สำคัญในช่วงปีแรกๆ เขาใช้เวลาในการทำความรู้จักทั้งลูกค้าและพนักงาน โดยมีหลักการทำงานคือไม่ยอมนิ่งและรอให้เวลาผ่านไป เพราะเชื่อว่าถ้าเราหยุดนิ่งก็จะล้าหลังไป จึงมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมและวิธีการทำงานใหม่ๆ ในองค์กร พร้อมกับการพูดคุยเพื่อให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจและพร้อมที่จะปรับตัวให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง แม้จะมีงานที่หนักแต่เขาก็ทำงานอย่างมีความสุข
“ในการทำงานของผม ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและยึดมั่นในปรัชญาที่ว่าไม่ชอบการลงทุนที่เสี่ยงเกินไป ผมอยากเติบโตอย่างมั่นคงและมองว่าโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันมีมากมาย เพราะโลกเราเชื่อมโยงกันมากขึ้นและคนรุ่นใหม่มีความสามารถและไอเดียที่ดี แต่ก็ต้องคิดต่างและทำให้ดี การทำงานต้องมี passion รักในสิ่งที่ทำและต้องซื่อสัตย์และมีศีลธรรม เพราะถ้าเราเอาเปรียบคนอื่น เราจะดีได้ไม่นาน การทำงานต้องมีศีลธรรมด้วย” ...นี่คือคติประจำใจที่นำความสำเร็จมาสู่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้.
