เป็นเพื่อนกันได้ ก็ใช่ว่าจะเลิกเป็นเพื่อนกันไม่ได้ แม้ว่าจะรักกันมากจนสาบานว่าจะเป็นเบสท์เฟรนด์ตลอดชาติและชาติหน้า แต่ถ้าสุดท้ายแล้วคบกันแล้วมันทำให้เรารู้สึกเหนื่อยและไม่มีพลังใจจะคุยต่อ อยากจะบอกเลิกมันให้จบไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ยังลังเลว่าจะรักษาน้ำใจเค้าอย่างไรดี ความรู้สึกแบบนี้จะฝังลึกในใจคุณไปตลอด เพราะในชีวิตจริงมันไม่ได้มีปุ่ม “อันเฟรนด์” เพื่อนออกไปได้ง่ายๆ สักหน่อย
ต้องยอมรับเถอะว่าบางทีเราก็มีเพื่อนที่คบไปเฉยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายแค่ต้องรับโทรศัพท์บ้างไม่งั้นจะโดนหาว่าทิ้งเขา ก็เลยทนๆ คุยไป ฟังบ้างไม่ฟังบ้างตามอารมณ์ของแต่ละคน คุณรู้ไหม นี่แหละคืออาการที่เรียกว่า “เพลียเพื่อน” ที่มักจะเกิดกับเพื่อนเก่าที่เคยสนิทกันตอนเด็กๆ แต่ว่าหลังจากโตขึ้น เรากลับไม่ได้ติดต่อกันมากมายเหมือนแต่ก่อน เพราะแต่ละคนมีภารกิจของตัวเอง ทั้งงาน ครอบครัว หรือแม้แต่แฟน จนทำให้ความสัมพันธ์ค่อยๆ ห่างเหินออกไป

- เพลียเรื้อรัง
อย่ากังวลไปเลย ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคบเพื่อนแค่เพราะรู้สึกผิดที่จะบอกเลิก หรือคิดว่าต้องคบเขาต่อไปเพราะถูกบังคับ ทุกคนก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้ทั้งนั้น แต่สิ่งที่คุณต้องคิดคือ ถ้าความเป็นเพื่อนมันทำให้คุณรู้สึกหนักใจมากกว่าความสบายใจ แล้วทำไมต้องทนคบต่อไป? ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูโหดร้าย แต่บางครั้งคุณอาจทนคบเพื่อนอยู่เพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา ความเป็นเพื่อนที่เรามีและเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยกันทำให้เรายังรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ แม้บางครั้งจะยากที่จะทำตามสิ่งที่เรารู้สึกอยากทำ เพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ...
หากคุณยังคงรู้สึกเช่นนี้ต่อไป อาจถึงเวลาที่คุณควรพิจารณาว่า ควรพักการคบหากันบ้างหรือไม่ หรือว่าจะจบความสัมพันธ์นี้ไปเลยจะดีกว่า ลองถามตัวเองดูว่า “เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเกินไปหรือเปล่า? เรายังมีช่วงเวลาแฮงก์เอาต์ร่วมกันเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าเริ่มห่างกันไป เพราะต่างคนต่างมีภาระ? คุณรู้สึกไหมว่า เราไม่ค่อยมีความสนุกเหมือนเดิม?” เมื่อเวลาผ่านไปหากคุณห่างกัน คุณอาจจะคิดถึงกันบ้าง แต่ถ้าคุณไม่ได้ติดต่อกันกลับรู้สึกสบายใจและดีกว่าที่เคย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเส้นทางของคุณทั้งสองกำลังแยกจากกันจริง ๆ แล้วจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะห่างกันไปตามกาลเวลา คิดในแง่ของเพื่อนคุณเองก็คงไม่อยากให้คุณคบกับเขาแค่เพราะรู้สึกผิดใช่ไหม?

- ถอยกลับทีละนิด
หากคุณรู้สึกว่าอยากจะถอนตัวจากความสัมพันธ์ การเริ่มห่าง ๆ แบบเนียน ๆ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง เพียงแค่ลดการติดต่อให้เหลือน้อยที่สุด พยายามไม่โทรหาเพื่อน และถ้าเขาโทรหาก็สามารถบอกว่าไม่ว่าง หรือกำลังยุ่งได้ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของคุณก็จะเริ่มจางหายไปเองตามธรรมชาติ
- ตัดให้ขาดไปเลย
วิธีที่ดีที่สุดคือการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ควรตั้งสติให้ดีและพูดด้วยเหตุผล ไม่ควรใช้อารมณ์ บอกเขาไปเลยว่าคุณเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และไม่ได้ผิดกับใคร ถ้าคุณคุยกันแบบนี้ได้ ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการจบที่น่าเศร้าได้ แต่ถ้าเพื่อนของคุณเริ่มร้องไห้ หรืออารมณ์เสีย คุณต้องรักษาความนิ่งและไม่ให้ตัวเองไปหลุดจากอารมณ์ของเขา ต้องมั่นใจในความตัดสินใจของตัวเอง และให้เขารู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณก็ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน! บางคนอาจไม่เคยเจอกับการพูดคุยแบบเผชิญหน้าแบบนี้มาก่อน แต่หากมันถึงจุดที่คุณไม่สามารถทนได้แล้ว คงต้องพูดออกมา อย่าทำให้มันเป็นเรื่องดราม่า คุณอาจรู้สึกแย่ที่ต้องตัดความสัมพันธ์ตรงๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องทนคบกับเพื่อนที่ทำให้คุณเครียด แล้วก็จะมีเวลาให้กับเพื่อนที่คุณอยากคบจริง ๆ มากขึ้น

แหล่งที่มา : Cleo Thailand
เว็บไซต์: www.cleothailand.com
