แฟนๆ รอกันมาตั้งแต่เดือนเมษายนจนสื่อทั่วเกาะอังกฤษตั้งฉายาหยอกๆ ให้ “เคท” ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ว่า “Waity Katie” เพราะเธอเฝ้ารออยู่หน้าห้องคลอดที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ส์ ฮอสพิทอล มาตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเลยกำหนดคลอดเข้าสู่เดือนพฤษภาคมก็ยังไม่มีสัญญาณว่าทายาทน้อยจะออกมา ต้องรอลุ้นกันต่อไปในวันที่ 5 พ.ค.ซึ่งตรงกับวันฉัตรมงคล และวันที่ 7 พ.ค. เป็นวันเลือกตั้งใหญ่ของเกาะอังกฤษ
“เจ้าชายวิลเลี่ยม” และพระชายาได้ยืนยันว่ายังไม่ทราบเพศของทายาทองค์ใหม่ เพราะต้องการรอลุ้นในวันคลอดจริง แต่คุณปู่ใจดีอย่าง “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” มกุฎราชกุมารอังกฤษ ได้ส่งสัญญาณว่า “เราต้องการหลานสาว และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นคุณปู่อีกครั้ง” ขนาดคุณปู่ยังบอกใบ้ว่าต้องการหลานสาว สื่อทั่วเกาะอังกฤษจึงฟันธงว่า “เจ้าชายวิลเลี่ยม” น่าจะได้ทายาทองค์ที่สองเป็นเจ้าหญิงสมใจแฟนๆ

มีการวิเคราะห์กันอย่างลึกซึ้งว่า หากทายาทใหม่ของวินด์เซอร์เป็น “เจ้าหญิง” จะสร้างความคึกคักให้กับทั้งประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมหาศาล ยอดขายหนังสือพิมพ์และนิตยสารจะพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว และของที่ระลึกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงน้อยองค์ใหม่ก็จะขายดีอย่างล้นหลาม สร้างรายได้ให้กับประชาชนทุกระดับอย่างมหาศาล

หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษที่ยาวนานหลายพันปี จะเห็นว่าเคยมีพระมหากษัตริย์ถึง 34 องค์ แต่กลับมีพระราชินีเพียง 6 องค์เท่านั้น ในทุกยุคที่อังกฤษมีพระมหากษัตริย์หญิง ประเทศจะเจริญรุ่งเรืองอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นยุคของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่หนึ่ง ซึ่งถือเป็นยุคทองในการฟื้นฟูศิลปวิทยาการต่างๆ ของอังกฤษ หรือสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ 63 ปี 7 เดือน 2 วัน และสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง ซึ่งทรงครองราชย์ยาวนานถึง 63 ปี 2 เดือน 23 วัน

อีกเหตุผลที่ประชาชนชื่นชอบนักเชียร์หนาว่าอยากเห็น “เจ้าหญิง” มากกว่า “เจ้าชาย” คือไม่อยากให้สมาชิกใหม่ของวินด์เซอร์ต้องใช้ชีวิตภายใต้เงาของ “เจ้าชายจอร์จ” และถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายตลอดไปเหมือนกับที่ “เจ้าชายแฮรี่” ทรงถูกเปรียบเทียบกับพระเชษฐา “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ซึ่งเป็นรัชทายาทองค์ใหญ่ตลอดเวลา จนบางครั้งทรงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แตกต่างจากคู่พี่น้องต่างเพศอย่าง “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” และ “เจ้าฟ้าหญิงแอนน์” ที่เติบโตในบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าและไม่ค่อยมีการเปรียบเทียบกัน

ตามกฎมณเฑียรบาลของราชวงศ์อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นทายาทชายหรือหญิงที่ประสูติ จะได้รับลำดับการสืบสันตติวงศ์เป็นอันดับสี่รองจากพระเชษฐา “เจ้าชายจอร์จ” และจะเติบโตมาอย่างไร้ความกดดัน คล้ายกับ “เจ้าชายแฮรี่” ที่ไม่มีใครคาดหวังอะไรมากจากเขาในฐานะรัชทายาทตัวสำรอง ตรงข้ามกับรัชทายาทตัวจริงที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของราชวงศ์อย่างเคร่งครัดและเตรียมตัวให้พร้อมเสมอเพื่อขึ้นครองราชบัลลังก์ในอนาคต

หากทายาทเป็นผู้หญิง “เจ้าชายจอร์จ” ก็จะรักและทะนุถนอมท่านมาก พร้อมทำหน้าที่พี่ชายที่ยอดเยี่ยม แต่หากเป็นผู้ชาย เจ้าชายวิลเลี่ยมอาจต้องสอนให้พระโอรสองค์โตเข้าใจว่าพี่ต้องรักน้องและยอมเสียสละให้ได้ทุกอย่าง เหมือนกับที่ “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ได้รับการปลูกฝังจากพระมารดา “เจ้าหญิงไดอาน่า” ซึ่งทำให้เจ้าชายทั้งสองทรงรักใคร่และสนิทสนมกันมาก “เจ้าชายแฮรี่” ทรงยกให้พระเชษฐาเป็นพี่ที่เคารพรัก ส่วน “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ก็ทรงรักพระอนุชา

เป็นธรรมเนียมของคนอังกฤษที่มักพนันกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศของทายาทองค์ใหม่ วันเกิด หรือเวลาตกฟาก และโต๊ะพนันทั่วเกาะอังกฤษยังรับพนันว่า รอยัลเบบี้จะชื่ออะไร โดย 90% เชียร์ให้ตั้งชื่อ “ชาร์ลอตต์” เพราะเคารพในควีนชาร์ลอตต์ พระชายาสุดรักของพระเจ้าจอร์จที่สาม ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความมีเมตตาและสง่างาม รวมถึงการสนับสนุนศิลปวิทยาการ แต่ผู้ที่ติดตามนิตยสารเฮลโหลกลับโหวตให้ตั้งชื่อว่า “ไดอาน่า” เพื่อรำลึกถึงพระมารดาของเจ้าชายวิลเลี่ยม ถึงแม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนไม่มากเท่าชื่ออื่นๆ เช่น “อเล็กซานเดอร์” และ “อลิซ” ที่ได้รับความนิยมรองลงมา หากเกิดพลิกโผจริงๆ แฟนๆเฮลโหลก็จะเชียร์ชื่อ “เจมส์” ถ้าเจ้าหญิงแห่งเคมบริดจ์ให้กำเนิดพระโอรส

เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงได้รับการปลูกฝังให้มีชีวิตเรียบง่ายไม่ถือพิธีรีตองจากพระมารดา “เจ้าหญิงไดอาน่า” เมื่อถึงคราวทรงมีทายาทเอง ก็ทรงตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูทายาทให้เรียบง่ายที่สุด เพื่อให้พวกเขามีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ไม่มีความกดดันใดๆ เพราะพระองค์อยากให้ลูกๆ ได้รับวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำที่ดี และเติบโตเป็นสมาชิกของราชวงศ์ที่ใกล้ชิดกับประชาชน



ทีมข่าวผู้หญิง
