
พวกเขามีเป้าหมายในการสร้างธุรกิจเพื่อสังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืน อชิรญา–ชนานิศ ธรรมปริพัตรา สองพี่น้องที่กล้าคิดและกล้าทำ เปิดตัวธุรกิจใหม่ที่ชื่อว่า HIVESTERS เว็บไซต์ที่นำเสนอแนวทางใหม่ในการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ โดยเน้นกิจกรรมที่มีเอกลักษณ์และสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจของพวกเขาทำให้โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
สองพี่น้องที่เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่นี้คือบุตรสาวของ กิตศักดิ์–อรุณี ธรรมปริพัตรา เจ้าของธุรกิจรุ่งทองทัวร์ ทั้งสองมีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันมาก อชิจบปริญญาตรีด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนทำงานที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด 4 ปี จากนั้นไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ฝรั่งเศส ด้าน Luxury Brand Management ส่วนมิ้นต์จบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และได้รับทุนฟูลไบรท์ไปศึกษาต่อด้าน International Law and Human Rights ที่ Georgetown University Law Center หลังจากเรียนจบมิ้นต์ทำงานที่สหประชาชาติในด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ ก่อนที่จะไปทำงานด้านเอ็นจีโอที่กัมพูชา จากนั้นมิ้นต์เห็นข่าวโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 4 จึงได้ชวนพี่สาวมาร่วมพัฒนาโครงการส่งเข้าประกวด และได้รับเงินทุนจำนวน 200,000 บาท
“ตอนที่มิ้นต์อยู่อเมริกา เห็นว่า Social Enterprise กำลังเป็นที่นิยมและเป็นเทรนด์ใหม่ ซึ่งจุดนี้ทำให้มิ้นต์อยากนำไอเดียนี้มาทดลองทำในประเทศไทย โดยผสมผสานกับธุรกิจทัวร์ของที่บ้าน และคิดค้นทัวร์ที่ไม่ส่งผลเสียต่อสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่นี้ไม่ใช่แค่เดินห้าง แต่ยังมีกิจกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้ดีขึ้น เช่น การเรียนโยนข้าวออร์แกนิก การเรียนรู้การทำนา หรือการทำซูชิที่ไม่ใช้ปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงกิจกรรมการดูปลาวาฬในธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดการดูปลาวาฬในที่กักขังที่ส่งผลต่ออายุของปลา และยังมีการท่องเที่ยวชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนที่ตลาดน้อย ที่ได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก”
ในการทำธุรกิจเพื่อสังคมให้ยั่งยืน พวกเขาพบว่าหลายคนมักบอกว่า ธุรกิจเพื่อสังคมนั้นไม่สามารถเติบโตได้ และมักจะหายไปในที่สุด แต่พวกเขามุ่งมั่นที่จะทำให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยในแต่ละกิจกรรมที่พวกเขาจัดทำ พวกเขาจะให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถเติบโตไปพร้อมกัน แม้จะมีความยากลำบากในช่วงแรก แต่พวกเขาก็สามารถฝ่าฟันได้ ผ่านเวลา 5-6 เดือนที่พวกเขาทำงาน พวกเขาได้เรียนรู้หลายๆ ด้าน โดยมิ้นต์ได้รู้จักแง่มุมทางธุรกิจที่ไม่เคยรู้มาก่อน และอชิได้เรียนรู้จากมิ้นต์ในด้านการทำงานกับเอ็นจีโอ ซึ่งทั้งคู่ต้องช่วยกันสร้างสมดุลในการทำงาน และในอนาคตพวกเขาหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะสามารถขยายไปยังต่างประเทศ และพิสูจน์ให้เห็นว่า การทำธุรกิจเพื่อสังคมสามารถเติบโตได้และสามารถสร้างกำไรเพื่อสนับสนุนสังคมได้อย่างยั่งยืน”
หากสังคมของเรามีคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพแบบนี้ ก็มั่นใจได้เลยว่าสังคมจะดีขึ้นอย่างแน่นอน.
