เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฝนตกหนักเหมือนฟ้ารั่ว สร้างปัญหาน้ำท่วมขังที่ทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิด สถานการณ์นี้ยังนำไปสู่คำถามต่อหน่วยงานรัฐว่า ไม่มีวิธีแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพกว่านี้หรือ?
อย่างไรก็ตาม การหาทางแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้เวลา ความรู้ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงเหมือนปี 2554 ที่ผ่านมา เพราะหลายคนที่เคยประสบภัยในตอนนั้นคงยังรู้สึกกังวลใจว่า หน้าฝนปีนี้จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกหรือไม่
นอกจากนั้น การพูดถึงเรื่องฝนตกน้ำท่วม เคยสงสัยไหมว่าในต่างประเทศที่มีสภาพภูมิประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเหมือนกับบ้านเรา เขามีวิธีรับมือกับน้ำท่วมอย่างไรบ้าง? วันนี้ Mytourออนไลน์ จะพาไปสำรวจ 5 เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องนวัตกรรมการป้องกันน้ำท่วมที่น่าสนใจมาก อย่ารอช้า...มาดูกันเลย
1. ประเทศเนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นที่ราบต่ำ บางส่วนของประเทศอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ดังนั้นไม่แปลกที่ประเทศนี้จะเผชิญปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณที่แม่น้ำขนาดใหญ่สามสายไหลผ่าน ซึ่งไหลลงสู่ทะเลเหนือ จุดที่แม่น้ำทั้งสามสายมาบรรจบกันนี้จะเรียกว่าดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมทุกปี คล้ายกับปากแม่น้ำเจ้าพระยาของไทยเลย

โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1953 ที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ต้องคิดค้นแผนป้องกันน้ำท่วม และได้สร้างโครงการ Delta Works ซึ่งเป็นโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Delta Works ทำหน้าที่เหมือนเขื่อนคอนกรีตที่ป้องกันคลื่นยักษ์จากทะเลไม่ให้เข้ามาทำลายเมือง มันสามารถกันคลื่นสูงถึง 5 เมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำหน้าที่เป็นประตูระบายน้ำ กำแพงกั้นน้ำ และคันดินกันน้ำในตัว ในโครงการนี้มีการสร้างเขื่อนถึง 16 แห่ง เพื่อล้อมปากแม่น้ำต่างๆ โดยเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1997 ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงมาก และคาดการณ์ว่าเขื่อนนี้จะมีอายุการใช้งานถึง 10,000 ปี โครงการนี้ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
2. ประเทศนิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์เป็นเกาะที่มีภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 2 เกาะหลัก คือเกาะเหนือและเกาะใต้ คั่นกลางด้วยช่องแคบ Cook ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่า มีสภาพอากาศแบบกึ่งเขตร้อนและฝนตกชุก ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์แบบเกาะ ทำให้ประเทศนี้เสี่ยงต่อภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม และภูเขาไฟ ซึ่งปัญหาน้ำท่วมก็เป็นเรื่องที่นิวซีแลนด์ต้องเผชิญอย่างหนักเช่นกัน

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นิวซีแลนด์จะเป็นประเทศที่คิดค้นอุปกรณ์เพื่อป้องกันน้ำท่วมโดยเฉพาะที่เรียกว่า Flood Barriers ซึ่งเป็นระบบป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หลายประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลียก็ได้นำระบบนี้ไปใช้เพื่อป้องกันน้ำท่วมเช่นกัน โดยสามารถติดตั้งแผงกั้นน้ำท่วมนี้ได้ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำที่มีความยาวกว่า 24,000 เมตร
แม้ว่า Flood Barriers จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันคลื่นน้ำขนาดใหญ่ แต่ยังคงมีประโยชน์มากในการช่วยชะลอหรือลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยในกรณีที่พื้นที่เสี่ยงมีคลื่นน้ำสูงมาก อาจต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม Flood Barriers ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ด้วยวัสดุคุณภาพและขนาดที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่สูงขึ้น
3. ประเทศนอร์เวย์
นอร์เวย์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มักเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ด้วยการตั้งอยู่ในขั้วโลกเหนือ ทำให้ประเทศนี้ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกอยู่เสมอ รวมถึงปัญหาน้ำแข็งขั้วโลกละลายที่ส่งผลให้น้ำท่วมเพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุนี้ นอร์เวย์จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยได้ร่วมมือกับ University of Life Science ในการคิดค้นอุปกรณ์ที่เรียกว่า AquaFence ซึ่งได้รับการรับรองจากศูนย์ควบคุมพลังงานและทรัพยากรน้ำของนอร์เวย์ (The Norwegian Water Resources and Energy Directorate (NVE)) และหน่วยงานป้องกันน้ำท่วมในหลายประเทศ
ระบบป้องกันน้ำท่วมนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยเมื่อเกิดอุทกภัยขึ้น มันสามารถทดแทนการใช้กระสอบทรายและผนังกั้นน้ำได้ดี ทั้งยังสะดวกในการขนย้ายและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่าย ติดตั้งและรื้อถอนได้รวดเร็ว พร้อมทั้งเก็บรักษาได้สะดวก รองรับระดับน้ำได้ตั้งแต่ 75 ซม. ถึง 210 ซม. และตอนนี้ก็สามารถหาซื้อได้ในประเทศไทยแล้ว
4. ประเทศอังกฤษ (สหราชอาณาจักร)
ประเทศนี้ประกอบด้วยเกาะบริเตนใหญ่และเกาะอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กมากมาย โดยที่สหราชอาณาจักรนั้นล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกทางทิศตะวันตกและเหนือ ทะเลเหนือทางทิศตะวันออก ช่องแคบอังกฤษทางทิศใต้ และทะเลไอร์แลนด์ทางทิศตะวันตก ซึ่งทำให้ประเทศนี้เป็นหมู่เกาะที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเช่นกัน

รัฐบาลของอังกฤษได้พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีชื่อว่า Rapidam ซึ่งเป็นเขื่อนชั่วคราวที่มีความสามารถในการป้องกันน้ำได้หลากหลายรูปแบบ โดยสามารถใช้ในการกั้นน้ำในลักษณะต่างๆ เช่น กั้นดินหรือคอนกรีต และยังสามารถนำไปใช้ในกรณีภัยพิบัติอื่นๆ อย่างเช่น ภัยจากการถล่มของอาคารหรือดินโคลน นับเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง ได้ผ่านการทดสอบและผลิตตามมาตรฐานของอังกฤษอย่างสมบูรณ์
หลักการทำงานของ Rapidam คือ เมื่อคลื่นน้ำเข้ามากระทบ เจ้าเขื่อนชั่วคราวนี้จะสามารถป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะทำการกระจายน้ำให้ลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว ทำให้คลื่นสูงๆ ลดความแรงลงและสลายตัวไปในเวลาอันสั้น นวัตกรรมนี้มีการผลิตในหลายรุ่นและหลากหลายรูปแบบตามการใช้งาน และยังมีข่าวว่าในบางรุ่นถูกนำไปใช้ในกองทัพสหรัฐฯ ด้วย
5. ประเทศฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ต้องเผชิญภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในปี 2013 ที่ฟิลิปปินส์ได้รับความเสียหายอย่างมากจากเหตุการณ์น้ำท่วม

ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐของฟิลิปปินส์จึงได้พัฒนาโปรเจกต์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้ Social media เป็นเครื่องมือหลักในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในชุมชนที่เรียกว่า NOAH โปรเจกต์ ระบบนี้เป็นเว็บไซต์ที่รวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ แสดงผลบนแผนที่ พร้อมข้อมูลปริมาณฝน ภาพถ่ายดาวเทียม การพยากรณ์อากาศ การคาดการณ์น้ำท่วมและระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจวัดเพื่อให้ทางการสามารถเตรียมรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที
ทางด้านภาคประชาชนก็มีการใช้เครื่องมือสารสนเทศในโครงการที่ชื่อ MovePH ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำโดยเว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี Rapplep โดยการนำศักยภาพของนักข่าวพลเมืองมารายงานสถานการณ์จากพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อส่งข้อมูลและข่าวสารไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : wikipedia, iurban, revetment.uk, klaikong.postach.io
ขอขอบคุณภาพจาก : ice2sea, hydroresponse, holland, ibar
