
ธณัทร์ษริน สุสมาวัตนะกุล ผู้บริหารสาวหน้าใสแห่งคลื่นลูกใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในการเข้ามาปรับลุคธุรกิจครอบครัวให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมทั้งผสมผสานทั้งคนเก่าและคนใหม่ในองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างพร้อมกัน
เจน-ธณัทร์ษริน หรือชื่อเดิม อโณทัย สุสมากุลวงศ์ ลูกสาวคนโตในจำนวน 3 คนของ อภิชัย-ศิริพร สุสมาวัตนะกุล ผู้ก่อตั้งบริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จำกัด ธุรกิจที่ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี เจนเล่าว่า คุณพ่อทำงานในวงการแลกเปลี่ยนเงินตรานี้มาเป็นเวลา 50 ปี ตั้งแต่ยังเด็ก เจนก็ได้ช่วยพ่อในการนับเงิน แต่ที่บ้านไม่ได้กดดันให้ลูกๆ เข้ามารับช่วงงาน ต่อมาหลังจากจบมัธยมปลายจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เจนก็ได้เข้าศึกษาต่อในสาขาศิลปกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจไปเรียนบริหารธุรกิจที่ Kingston University ประเทศอังกฤษ หลังจากจบการศึกษาเธอได้ทำงานเป็นที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจที่บริษัท QAD I&I Consulting จำกัด อยู่ 1 ปี ระหว่างนั้นเธอยังเรียนปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์แรงงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อมาได้ย้ายไปเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ก่อนที่จะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน
“ตอนแรกที่เข้ามาทำงานที่บ้าน เจนยังรู้สึกเหมือนยังไม่เต็มที่ เริ่มจากการเรียนรู้ทุกแผนก รับโทรศัพท์บอกเรทแลกเงิน, นับเงิน, ตรวจแบงก์ปลอม และศึกษารู้จักเงินสกุลต่างประเทศ ในช่วง 2-3 ปีแรก เงินเดือนยังไม่ได้รับ เนื่องจากพ่อแม่เห็นว่าเราทำงานไม่เต็มที่ จนท้ายที่สุด พ่อแม่ได้พูดคุยกับเจนอย่างจริงจังว่า จะทำงานที่บ้านหรือจะทำงานข้างนอก ถ้าทำที่บ้านก็ต้องเต็มที่ เจนตัดสินใจแล้วว่าจะเข้ามาช่วย และนำความรู้ที่เรียนมาปรับปรุงธุรกิจให้มีระบบระเบียบ โดยเริ่มจากการปรับแผนกบุคคล รวมไปถึงการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการทำงาน”
การมาถึงจุดนี้ เจนกล่าวว่า การทำงานต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการบุคคล ความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ต้องผ่านการปรับตัวและแก้ไขหลายๆ ด่าน โดยเฉพาะจากพ่อแม่ที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอย่างมาก เนื่องจากพ่อแม่ย้ำเสมอว่า ทุกคนในทีมช่วยกันทำงานจนมาถึงจุดนี้ เจนจึงค่อยๆ ปรับองค์กรทีละน้อย เพราะคิดว่า หากเราต้องการวิ่ง แต่คนข้างหลังยังไม่พร้อม เราก็จะสะดุดล้ม ดังนั้นการเดินไปพร้อมกันนั้นสำคัญ การปรับเปลี่ยนองค์กรจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป”
ผู้บริหารสาวคลื่นลูกใหม่ วัย 34 ปี ได้กล่าวไว้ในตอนท้ายว่า จากการทำงานมาเกือบ 8 ปี เธอได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมาย คำสอนของพ่อแม่ได้หล่อหลอมให้เธอทำงานมาจนถึงวันนี้ คุณพ่อมักเน้นในเรื่องความตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ เพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินนั้นต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์และความยุติธรรมต่อลูกค้า ส่วนคุณแม่มักจะให้ความสำคัญกับการดูแลคน เพราะบางคนในพนักงานได้ช่วยเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก การเข้ามาทำงานนี้จึงเป็นความท้าทาย ความตั้งใจของเจนคือการทำให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆ กับการที่พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
